“ชมพู่” ยอมถอยให้ความฮอตของ “เจ๊เกล” เม้าท์ลูกตัวจริง จริตดีว่า ฤทธิ์เยอะ!
กลายเป็นสาวโซเชียลไปแล้วสำหรับ “เจ๊เกล” หรือน้อง “แอบิเกล” ลูกสาว “ชมพู่ อารยา” ถึงขนาด“แม่ชม” ต้องยอมถอยให้ความฮอตของลูกสาว รวมทั้งขอเคลียร์ดรามาดุ“พายุ” ลั่นที่บ้านดุกว่านี้
(คำถาม) : ตอนนี้ลูกสาวกับแม่ใครฮอตกว่ากัน?
“ชมพู่ อารยา” : ตอนนี้ต้องถอยให้ลูก (เป็นอันดับ 1 เอ็นเกตเมนต์ดีที่สุด?) แม่ต้องถอยให้ค่ะ
(คำถาม) : คนรักทั้งประเทศเลย?
“ชมพู่ อารยา” : มันเร็วไป รู้สึกว่า เฮ้ย! ทําไมโตเร็วจังเลย 2 ขวบกว่า แล้วก็ปีนี้ก็จะเป็นปีสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเพราะว่าเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนแล้ว เนื่องจากว่าเราอาจจะผ่านงานยากมาแล้ว เราผ่านการเลี้ยงเด็กผู้ชายฝาแฝด อย่างตอนที่สายฟ้า-พายุเป็นเบบี๋ เราก็รู้สึกว่าแต่ละคืนกว่ามันจะผ่านไป 3 เดือนแรกมันคือแบบ…เมื่อไหร่มันจะผ่านไปสักทีว่ะ ทุกคนบอกว่าเด็ก 3 เดือนแรกมันจะง่าย มันจะยากแล้วก็จะค่อยๆง่ายขึ้น พอมาเป็นพี่เกล ก็คือทุกอย่างมันผ่านไปเร็วมาก เพราะว่าเรารู้สเต็ปรู้อะไรทุกอย่างแล้ว เราก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างเร็ว
(คำถาม) : กังวลในเรื่องความฮอตของเขาเวลาไปโรงเรียนไหม?
“ชมพู่ อารยา” : จริงๆ ไม่ค่อยกังวลนะคะเพราะว่าเวลาอยู่โรงเรียนเขาก็เป็นเด็กปกติ อย่างตอนพี่สาย พี่พา ก็อยู่โรงเรียนเขาก็เป็นเด็กปกติ ที่โรงเรียนเขาก็ทรีตเด็กทุกคนเท่ากัน ยิ่งถ้าโรงเรียนอินเตอร์ก็ไม่ได้มีใครสนใจว่าใครเป็นใคร
(คำถาม) : กับ เกล ก่อนเข้าโรงเรียนเตรียมตัวยังไง?
“ชมพู่ อารยา” : จริงๆ ตอนที่พี่สายพี่พา 2 ขวบ ไปพรีเนิร์สเซอรี่ แต่ว่าคนนี้แม่ไม่ให้ไป ก็หนึ่งคือขี้เกียจรับส่ง สองที่สองก็รู้สึกว่าเราผ่านมาแล้ว เราก็รู้ว่ามันต้องต้องอะไรประมาณไหน แล้วเขาก็ค่อนข้างที่จะพัฒนาการเร็วกว่าของพี่สาย พี่พา ตอนนั้นเหมือนเป็นพ่อแม่มือใหม่ เราก็รู้สึกว่าโรงเรียนจะมีอะไรที่สามารถให้ได้มากกว่าที่พ่อแม่ให้ ซึ่งถามว่ามันมีไหม มันก็มีฝึกเรื่องระเบียบวินัย เรื่องอะไรที่มันฝึกได้ดีกว่าอยู่ที่บ้าน แต่เกลก็รู้สึกว่ามันเร็วมาก ก็เลยอยากอยู่กับเขาอีกปีนึง แล้วเดี๋ยวค่อยให้ย้ายไปโรงเรียนเดียวกับพี่เลยปีหน้า จะได้ไม่ต้อง 2 ที่ ถ้าเขารับนะ ถ้า 3 ขวบถึงจะเข้าได้ ก็จะเป็นปีการศึกษาหน้า
(คำถาม) : เขารับรู้ไหมว่าเขาเป็นที่สนใจ?
“ชมพู่ อารยา” : ชมว่าเด็กเขาอาจจะไม่ได้รู้หรอกว่าเขาเป็นสตาร์นะ หรือว่าเขาเป็นแบบอะไร แต่คือเขารู้ว่าเขาได้ความรัก เพราะว่าภาษาของเขา เขารู้แค่นั้น เขาไม่ได้รู้หรอกว่าคนนี้ดูเขาในโทรศัพท์เขายังไม่รู้ แต่ว่าเขารู้ว่าเวลาเขาไปทํางานกับแม่ ทีมงานหรือว่าเพื่อนฝูงทุกคนช่วยกันเลี้ยงทุกคนรักเขา ให้ความรักเขา
(คำถาม) : ถ้าเขาเข้าโรงเรียนแม่จะไม่ร้องเลยเหรอ?
“ชมพู่ อารยา” : ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะร้องหรือเปล่า แต่คิดว่าเจ๊ไม่ร้องมั้ง เพราะว่าทุกวันนี้เขาไปส่งพี่ที่โรงเรียน เขาก็จะเหมือนวิ่งตาม เขาจะอยากไปโรงเรียน อยากสะพายกระเป๋า เวลาไปส่งพี่ก็เริ่มให้เล่นในสนามที่โรงเรียน แต่เขายังไม่รู้นะว่าเขารับเราหรือเปล่า แต่ว่าก็ให้คุ้นชินเอาไว้
(คำถาม) : พี่สองคนห่วงน้องบ้าง?
“ชมพู่ อารยา” : เขาก็รักน้อง เขาก็หวงน้อง แต่ว่าก็ตีกันทุกวัน ก็ตามประสาแหละ ถึงเวลารักก็รัก แต่ว่าถึงเวลาตีก็เต็มที่เหมือนกัน
(คำถาม) : แล้วแม่ห้ามยังไง?
“ชมพู่ อารยา” : ก็แล้วแต่สถานการณ์ คือบางทีก็จะบอกว่าให้ทนน้องหน่อย เดี๋ยวน้องก็โตแล้ว แต่ว่าบางทีก็จะต้องบอกน้องเหมือนกัน เพราะว่าเขาเริ่มที่จะรู้เรื่องแล้ว ก็เริ่มสอนเขาแล้วว่าเธอไปทําอย่างนี้กับพี่มันก็ไม่ถูก ก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็พูดซ้ำๆไป เขาก็วีน เขาเป็นดีว่าอยู่แล้ว เขาก็จะต้องมีตอบโต้มีอะไร ก็ไม่ใช่เด็กที่เรียกว่าว่าจะว่านอนสอนง่ายขนาดนั้น ก็มีมีฤทธิ์เหมือนกัน เราก็ต้องพูดซ้ำๆ พูดบ่อยๆ
(คำถาม) : มีงานติดต่อเยอะไหม?
“ชมพู่ อารยา” : ก็เอาที่เราแมเนจไหว ก็น่าจะเป็นของความเป็นไปได้ และผู้จ้างก็เข้าใจในเนเจอร์ของเด็ก ว่าเด็ก 2 ขวบ ข้อจํากัดเขาจะมีอะไรบ้าง จะทําอะไรได้บ้าง ถ้าคาดหวังว่าจะทําได้เหมือนแม่ มันเป็นไปไม่ได้ ก็คือขอคนเข้าใจ จริงๆจะบอกว่าเอาเด็กไปงาน มันต้องเตรียมอะไรหลายๆอย่าง หนึ่งคือมันต้องเป็นเวลาที่เขาไม่ง่วงนอน เขาต้องกินอิ่มนอนหลับ ต้องจับเขานอนกลางวัน มา 2-3 ชั่วโมง ให้อารมณ์ดี สถานที่อย่างนี้ ก็คงไม่ไหว เพราะมันร้อนมาก ผู้ใหญ่ยังหงุดหงิดเลย เด็กมันก็ไม่ได้
(คำถาม) : เรื่องดุลูกมีประเด็นขึ้นมา?
“ชมพู่ อารยา” : เออ…คนเดียวเอง (เราวีนแรงจริงไหม?) แรงกว่านี้อีกค่ะ อยู่บ้าน (สายฟ้า-พายุถึงบอกแม่ชมดุ?) ก็เรื่องจริง เพราะว่าพูดดีๆ 4-5 ครั้งแล้วมันก็ต้อง ก็แล้วสไตล์แหละค่ะ แล้วแต่ แล้วแต่บ้านใคร แต่ว่าปกติเราก็พูดกันดีๆค่ะ มันก็ตามเอเนอร์จี้เด็ก (เป็นมนุษย์แม่ของแท้?) ใช่
(คำถาม) : ปีนี้ไปคานส์ไหม?
“ชมพู่ อารยา” : ปีนี้ก็ไปค่ะ ไปกลางเดือนนี้ค่ะ (ธีมของปีนี้จะเป็นยังไง?) สําหรับชมนะ คนอื่นว่ายังไงไม่รู้ แต่ชมว่าปีนี้ถูกใจตัวเอง แต่คนอื่นไม่รู้ยังไงเหมือนกัน ก็คิดว่าก็น่าจะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นบ้าง คือด้วยความที่ว่ามันผ่านมาเป็น 10 ครั้งแล้ว คือถ้าจะคิดว่าต้องไม่ซ้ำ ไม่จําเจ หรือว่าต้องไม่ใส่สีนั้นไม่ใส่แบบนี้ ไม่ใส่ตัดฟูๆ ชมว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็ขอเป็นอะไรที่มันตรงจริตเราตอนนี้ แล้วมันก็รู้สึกว่าใช่สําหรับเราตอนนี้ เพราะว่ามันเป็นโมเมนต์นี้นาทีนี้