โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคาะมาตรการเร่งด่วน ตรึงกำลังคนภาครัฐ-ลดค่าใช้จ่าย หวั่นภาระงบฯ ประเทศพุ่ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มี.ค. 2566 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2566 เวลา 06.16 น.
แฟ้มภาพ

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการ ตรึงอัตรากำลังคนภาครัฐ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรประเทศ ไม่รวมทหาร ชี้ส่วนราชการไม่ตระหนักค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาได้เห็นชอบตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เสนอ 1.เห็นชอบข้อเสนอมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2566-2570) และรับทราบผลการดำเนินการตามมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2562-2565) พร้อมปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ (เมื่อสิ้นสุดมาตรการ) ตามมติ คปร. ในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566

2.ให้องค์กรกลางบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนราชการในกำกับของฝ่ายบริหารและหน่วยงานภาครัฐ 1 นำหลักการและแนวทางของมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐฯ ไปปรับใช้เพื่อให้การกำกับดูแล การควบคุมขนาดกำลังคนและภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

3.ให้ฝ่ายเลขานุการร่วม คปร. 2 และสำนักงาน ก.พ.ร.ร่วมกันกำหนดรูปแบบและแนวทางในการเชื่อมโยงและบูรณาการการจัดทำฐานข้อมูลด้านกำลังคนภาครัฐและงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เพื่อให้ส่วนราชการในกำกับของฝ่ายบริหารและหน่วยงานของรัฐเชื่อมโยงข้อมูลกำลังคนภาครัฐทุกประเภท และรายงานข้อมูลดังกล่าวให้ คปร. ทราบ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ ทบทวน หรือจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านกำลังคนและงบประมาณต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสาระสำคัญสรุปว่า ที่ผ่านมาสำนักงาน ก.พ.ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วม คปร.ได้จัดประชุมหารือระหว่างผู้แทนหน่วยงานกลางและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐในระยะต่อไป ซึ่งมีการวิเคราะห์ครอบคลุมข้อมูลในเรื่องต่างๆ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากกำลังคนของส่วนราชการ พบว่า ส่วนราชการหลายแห่งอาจยังไม่ตระหนักถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น และสัดส่วนคำของบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของส่วนราชการเพิ่มขึ้น แต่มิได้ถูกนำไปใช้เพื่อทดแทนกำลังคนที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ อีกทั้งส่วนราชการหลายแห่งมีคำขอรับการจัดสรรอัตรากำลังเพิ่มใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก และไม่ดำเนินการตามแนวทางของมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐอย่างเคร่งครัดเท่าที่ควร

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วนในการตรึงอัตรากำลังคนภาครัฐทุกประเภทไว้ระยะหนึ่ง เพื่อควบคุมกำลังคนและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของประเทศควบคู่ไปกับการปรับขนาดกำลังคนภาครัฐให้มีความเหมาะสม ซึ่ง คปร.ในการประชุมครั้งที่ 1/2566 มีมติเห็นชอบในหลักการของข้อเสนอมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2566-2570) และรับทราบผลการดำเนินการตามมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2562-2565) พร้อมปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และให้เสนอประธาน คปร. และเสนอคณะรัฐมนตรี ตามลำดับ

ทั้งนี้ คปร.ได้รายงาน ผลการดำเนินการตามมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ.2562-2565) ว่าผลการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการและลูกจ้างประจำ (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มกราคม 2566) สรุปได้ ดังนี้ ข้าราชการพลเรือนสามัญ มีอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการพลเรือนสามัญ รวม 26,781 อัตรา (1) จัดสรรคืนให้ส่วนราชการเดิมทันที จำนวน 19,121 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 71.40 (2) ทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น จำนวน 2,439 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 9.10 และ (3) จัดสรรคืนให้ส่วนราชการเดิม หรือเกลี่ยให้ส่วนราชการอื่นในสังกัดกระทรวง จำนวน 5,221 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 19.50

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 69,134 อัตรา (1) จัดสรรคืนให้ส่วนราชการ จำนวน 69,019 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 99.83 และ (2) ทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น จำนวน 115 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 9.60 จากจำนวนผลการเกษียณอายุของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในหน่วยงานการศึกษา สังกัด ศธ. จำนวน 1,183 อัตรา

ข้าราชการตำรวจ มีอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ รวม 17,696 อัตรา โดยเป็นชั้นสัญญาบัตร จำนวน 3,854 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 21.78 และชั้นประทวน จำนวน 13,842 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 78.22 โดยจัดสรรอัตราคืนให้ส่วนราชการทั้งหมด ลูกจ้างประจำ มีอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุ หรือว่างโดยเหตุอื่นในระหว่างปีของลูกจ้างประจำ รวม 22,794 อัตรา ซึ่งเป็นอัตราที่ต้องยุบเลิกทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับข้อเสนอมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พ.ศ.2566-2570 มีหลักการมุ่งเน้นการบริหารกำลังคนให้สมดุลกับบทบาทภารกิจของภาครัฐ ควบคุมการเพิ่มอัตรากำลังภาครัฐให้มีขนาดที่เหมาะสม พัฒนาบุคลากรภาครัฐทุกประเภทให้มีความรู้ความสามารถสูง มีทักษะการคิดวิเคราะห์ และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยกำหนดให้นำมาตรการดังกล่าวมาใช้ในการบริหารกำลังคนภาครัฐที่ครอบคลุมส่วนราชการและหน่วยงานในกำกับของฝ่ายบริหารที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ประเภทงบบุคลากร ได้แก่ 1.ข้าราชการ (ไม่รวมข้าราชการทหาร) 2.พนักงานราชการ 3.ลูกจ้างประจำ และ 4.ลูกจ้างชั่วคราว มีผลบังคับใช้ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) หรือจนกว่าจะมีมาตรการฉบับใหม่มาใช้บังคับแทน

อย่างไรก็ดี มาตรการที่เสนอในครั้งนี้มีสาระสำคัญแตกต่างไปจากมาตรการฉบับเดิมที่คณะรัฐมนตรีมีมติ 19 มีนาคม 2562 เห็นชอบไว้ อาทิ กรณีการบริหารกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการที่ทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการ ได้ปรับแนวทาง ปรับแนวทางการบริหารกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ โดย ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-2567 ให้ชะลอการทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุ ของข้าราชการด้วยกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ, การกำหนดกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ โดยนำกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการที่ทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุในรอบที่ 5 (ปีงบประมาณ พ.ศ.2564-2567) มานับรวมอยู่ในกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการที่จะให้ คพร.พิจารณาจัดสรรให้กับส่วนราชการในรอบถัดไป คือ รอบที่ 6 (ปีงบประมาณ พ.ศ.2568-2571)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...