โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วงการสีกากีฉาวอีก แฉตำรวจเรียกรับเงิน 5 แสนแลกวิ่งเต้นคดีให้รอดคุก แต่สุดท้ายกลับถูกศาลตัดสินจำคุก เดินหน้าสู้ทวงเงินคืน และร้องศูนย์ดำรงธรรม-สำนักนายกฯ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 10 มี.ค. 2566 เวลา 16.21 น.

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 มี.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ได้เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง และได้ร้องเรียนไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรี โดยผ่าน กอ.รมน.ส่วนหน้า ก่อนจะนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ภายหลังจากที่มีตำรวจนายหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ตรัง ทำการตบทรัพย์โดยเรียกรับเงินจำนวน 3 แสนบาท แลกกับไม่ให้ลูกชายของนายสมพรฯ ติดคุก

.

แต่ปรากฏว่าถึงวันนี้ลูกชายของนายสมพรฯ กลับถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นระยะเวลา 4 ปีครึ่ง และมิหนำซ้ำภรรยาของนายสมพรฯ คือนางอัจฉราพร (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ได้ถูกจับกุมในฐานสมคบคิด ซึ่งอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดีอีกด้วย โดยนายสมพรฯ ได้นำหลักฐานคือ ประกอบไปด้วยแชทการสนทนาระหว่างภรรยาของนายสิรินทร์ฯ กับตำรวจนายดังกล่าว พร้อมกับหลักฐานสลิปการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีโดยตรงกับบัญชีที่ระบุถึงชื่อตำรวจนายนั้นเป็นเจ้าของบัญชี

.

โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นจาก เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 15 เม.ย. 2565 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.9 (สืบสวนภาค 9) ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายสิรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ฐานความผิด “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยฝ่าฝืนกฎหมายและมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”

.

โดยนายสมพร ผู้เป็นพ่อ ระบุว่า ภายหลังจากลูกชายถูกจับกุมผ่านไปได้ประมาณ 2-3 วัน ได้มีชายรายหนึ่งเข้ามาหาตนถึงที่บ้าน พร้อมถามว่ามีคนวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีลูกชายแล้วหรือยัง ก่อนชายรายนั้นจะเสนอมาว่ามีตำรวจรายหนึ่งสามารถช่วยเหลือคดีไม่ให้ลูกชายติดคุกได้ ก่อนจะนัดหมายให้ตนไปพบที่เต็นท์รถมือสองแห่งหนึ่ง บริเวณแยกต้นรัก อ.เมืองตรัง และได้พบกับตำรวจนายนั้น โดยพูดเสนอมาว่าให้ตนนำเงินจำนวน 5 แสนบาทมาให้เพื่อแลกกับการวิ่งเต้นคดีไม่ให้ลูกติดคุก พร้อมทั้งตำรวจนายนั้นยืนยันว่า “หากว่าลูกชายลุงติดคุก จะคืนเงินให้กลับทุกบาททุกสตางค์” ก่อนที่ลูกสะใภ้ตน ซึ่งเป็นภรรยาของลูกชาย ได้พูดตกลงในข้อเสนอ ก่อนที่จะนำเงินสดจำนวน 1 แสนบาทยื่นให้กับตำรวจนายดังกล่าว เป็นยอดแรก ถัดมาวันที่ 22 เม.ย. 65 ได้โอนเข้าบัญชีตำรวจดังกล่าวอีกจำนวน 1 แสนบาท เป็นยอดที่ 2 ต่อมาวันที่ 7 มิ.ย. 65 ได้โอนเข้าไปให้อีกจำนวน 1 แสนบาท เป็นยอดที่ 3 รวมเป็นเงินทั้งหมด 3 แสนบาท

.

นายสมพร กล่าวต่อไปว่า แต่ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ประมาณเดือน 3-4 เดือนทางตำรวจได้เข้ามาจับกุมภรรยาตนคือ นางอัจฉราพร อายุ 57 ปี ในฐานความผิดสมคบคิด เนื่องจากมีเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของลูกชายผ่านบัญชีภรรยาด้วยในจำนวนประมาณ 5 หมื่นบาท โดยที่ภรรยาตน ไม่ทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และได้ให้การปฏิเสท ก่อนภรรยาตนจะถูกนำตัวไปฝากขังเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสืบพยานครั้งสุดท้าย และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดีของศาล และต่อมาหลังจากที่ภรรยาตนโดยจับกุมปรากฏว่าในส่วนของคดีลูกชายศาลได้สั่งตัดสินจำคุก 4 ปีครึ่ง

.

นายสมพร กล่าวอีกว่า หลังจากที่ศาลตัดสินให้ลูกชายตนถูกจำคุกแล้ว ตนจึงได้ไปบอกกับชายที่เป็นตัวกลาง ที่เป็นคนมาประสานกับตำรวจนายนั้น ว่าตนขอหยุดการจ่ายเงินที่เหลืออีกจำนวน 2 แสนบาท ที่ยังค้างจ่ายในยอด 5 แสนบาทไปก่อน และขอเงินจำนวน 3 แสนบาทที่จ่ายไปแล้วคืนกลับ เพราะว่าลูกชายของตนถูกศาลตัดสินสั่งจำคุก ไม่เป็นไปตามตำรวจดังกล่าว อ้างว่าสามารถวิ่งเต้นได้และทางตำรวจรายนั้นก็พูดไว้แล้วว่าหากลูกติดคุกยินดีให้เงินคืนทุกบาทแต่จนจวบถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อหรือพูดคุยใดๆจากนายตำรวจและชายคนดังกล่าว เงียบหายไปเลย ซึ่งเงินที่ตนนำไปจ่ายให้ตำรวจนายดังกล่าวได้จากการนำหัวเล่มทะเบียนรถยนต์ไปจำนำ ได้เงินมา 2 แสนบาท และไปกู้เงินจากธนาคาร ธ.ก.ส.อีกจำนวน 1.5 แสนบาท เพื่อนำมาจ่ายให้ตำรวจรายดังกล่าว ส่วนที่เหลือ 5 หมื่นบาทก็อามาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินคดี

.

นายสมพร กล่าวปิดท้ายว่า วันนี้ที่ตนได้ไปเรียกร้องถึงหน่วยงานต่างๆและสื่อมวลชน 1.เพราะอยากได้เงินจำนวน 3 แสนบาทที่จ่ายไปกลับคืน และ 2.หากได้เงินกลับคืนแล้วในเรื่องของการตรวจสอบเกี่ยวกับนายตำรวจคนดังกล่าวก็ยังยืนยันให้เป็นไปตามขบวนการต่อไป และยืนยันว่ามาถึงขั้นนี้แล้วจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด จะไม่ยอมใดๆแล้ว หากจะมีใครมาพูดคุยก็ขอให้มีคนกลาง เพราะตนรอมาถึง 7-8 เดือนแล้วว่าให้ตำรวจนายนั้นเอาเงินกลับมาคืนให้ จนถึงตอนนี้ตนมีเงินติดกระเป๋าอยู่แค่เพียง 90 บาท วันนี้ก็ต้องแบกรับหนี้สินและดอกเบี้ยจากการทำอาชีพกรีดยางพารา รายได้วันละไม่เกิน 300 บาท ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

.

เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...