โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช การทำงาน 1 ปีของ “กรมโลกร้อน”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ส.ค. 2567 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2567 เวลา 02.30 น.
พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ในช่วงที่ผ่านมา ไทยร่วมให้ความผูกพันต่อที่ประชุม COP ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40-60% ภายในปี 2578 โดยวางโรดแมปการเดินหน้าฝ่าวิกฤตสภาพอากาศ พร้อมมอบให้ “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็นแม่งานในการขับเคลื่อนภารกิจนี้ ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า “กรมโลกร้อน”

พร้อมกับบทบาทใหม่สู้ความท้าทายวิกฤตโลกเดือด “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช” อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หลังปรับโครงสร้างกรมภายใต้ชื่อใหม่ ครบ 1 ปีนับจากวันที่ 18 สิงหาคม 2567 มาจนถึงวันนี้ เตรียมเปิดศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Data Center เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทุกจังหวัด

ปรับโครงสร้างกรม

ดร.พิรุณฉายภาพว่า หลังจากที่ได้ปรับโครงสร้างกรม 1 ปีที่ผ่านมา ได้ปรับเปลี่ยนภารกิจการทำงานที่สำคัญ ทั้งในส่วนของงานในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อให้สอดรับกับพันธกรณี ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะช่วยเจรจารักษาผลประโยชน์ของไทย

อีกทั้งได้จัดทำแผนงานและมาตรการในการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น การกำหนดลดก๊าซเรือนกระจกขั้นต่ำที่ 30% จากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในกรณีปกติ เป็น 40% ภายในปี พ.ศ. 2573 และไทยปรับเป้าลดก๊าซเรือนกระจกเป็น 40-60% ในปี พ.ศ. 2578 รวมถึงความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจะต้องส่งให้กับ United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC)

ทั้งนี้ เมื่อไทยขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนแล้ว จำเป็นต้องติดตามผลว่า ระดับก๊าซเรือนกระจกของประเทศลดลงอย่างไร รวมถึงจัดทำและติดตามผลแผนการรองรับ และปรับตัวจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากงานนี้ กรมก็ยังต้องดำเนินการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ UNFCCC เพื่อรองรับผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจก และการจัดการองค์ความรู้และต่อยอดขยายผลไป จนถึงงานที่เกี่ยวกับการลดคาร์บอน การปรับตัวของชุมชน ให้สามารถอยู่ร่วมกับภาวะโลกเดือดได้

“ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะด้วยเวลาจำกัด การเปลี่ยนผ่านต่าง ๆ ทั้งแผนการทำงาน และขีดความสามารถของบุคลากร เราทำงานตามแผนแบบอย่างกระชั้นชิด เพื่อให้กรมสามารถเสนอ ของบประมาณได้ทันเวลา ควบคู่ไปกับการออกแบบและพัฒนาและยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมได้ พร้อมวางกรอบการทำงานระยะยาวภายในปี พ.ศ. 2570 โดยขับเคลื่อนงานใน 3 มิติ คือ 1) ระหว่างประเทศ 2) ระดับประเทศไปสู่ภาครัฐและเอกชน และ 3) คือการลงไปถึงระดับภูมิภาค-ท้องถิ่น”

เสริมทักษะบุคลากร

กรมได้จัดทำยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของบุคลากร โดยจัดลำดับความสำคัญและวางรูปแบบแผนการปฏิบัติการของกรมในปี 2567 และ 2568 ซึ่งจะเชื่อมโยงกับกองต่าง ๆ ภายในกรม เช่น กองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก, กองขับเคลื่อนการปรับตัว ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, กองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, ศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

พร้อมทั้ง วางแผนการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ จัดหน้าที่เก่าและใหม่ให้เกิดการต่อยอด จัดการทำงานชัดเจนมากขึ้น และส่วนที่สอง คือ เสริมขีดความสามารถให้บุคลากร เช่น เพิ่มหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์, Onsite-training ซึ่งเราก็กำลังทำอยู่ และวางเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2568 จะเห็นภาพการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น สามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.), เครือข่ายเอกชน, ภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ได้

“เป็นงานที่ไม่ง่ายและท้าทาย ต้องใช้เวลา เราวางเป้าหมายไว้ว่าภายในระยะเวลา 1 ปี จะรวบรวมข้อดี-ข้อเสียของแต่ละกอง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายใน ให้รองรับแผนการทำงานในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ชู ทสม.เป็นหัวใจหลัก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมได้จัดการประชุม เพื่อมอบนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุน ให้แก่ เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) และภาคีเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

โดยมีประธานและผู้แทนเครือข่าย ทสม. 76 จังหวัดเข้าร่วม ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก ทสม. 289,199 คน ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมี 4 พื้นที่ต้นแบบ โดยภารกิจสำคัญ คือ การติดตามการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ได้มองว่าต้องจัดการขยะ น้ำเน่าเสีย แต่ต้องสามารถขยายผลถึงวิธีการกำจัด การช่วยลดคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซให้ครอบคลุมทุกมิติ

พร้อมกันนี้ กรมยังได้ทำโครงการเพื่อขอเงินสนับสนุนและขับเคลื่อนการทำงานของ ทสม.จากกองทุนสิ่งแวดล้อมจำนวน 17 ล้านบาท เนื่องจากกรมไม่สามารถขอเงินมาเป็นค่าตอบแทนของ ทสม.ได้ เงินที่ได้มาจึงจะจัดสรรออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) สำหรับการขับเคลื่อนตามภารกิจพื้นฐาน ทั้งแนวทางการประชุมวางแผนร่วมกันของ ทสม.ทั่วประเทศ รวมถึงผู้ประสานงาน ทสม.ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

2) สำหรับขับเคลื่อนโครงการต้นแบบ เพื่อขยายผลการทำงาน เช่น เครือข่าย ทสม. จังหวัดริมชายฝั่งทะเล ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการขยะทะเล ดังนั้น เงินกองทุนดังกล่าวจะคัด ทสม. ที่มีกิจกรรมต่อเนื่องและวัดผลได้ ยกมาเป็น ทสม.ต้นแบบ และสร้างศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบต่อไป

เปิด Climate Data Center

กรมได้จัดทำศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Data Center) ที่จะรวบรวมและเชื่อมต่อข้อมูลจาก ทสม.ทั่วประเทศ โดยใช้ Big Data สามารถค้นหา ตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้ เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่ละจังหวัด-ภูมิภาค, สมาชิก ทสม.ประจำจังหวัด

รวมถึงเชื่อมโยงกับองค์กรที่ไม่แสวงกำไร (NGO) และเครือข่ายเอกชนที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2568

วางแผน “ดักจับคาร์บอน”

ปัจจุบันทั่วโลกประสบปัญหาภาวะโลกร้อน เกิดทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา จากก๊าซเรือนกระจกที่กระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ 20 ของโลก (Climate Watch Data, 2020) ส่วนใหญ่มาจากภาคพลังงานกว่า 70%

ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่าหากจะปรับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยใช้วิธีการดักจับคาร์บอน ใครจะเป็นคนทำ ใครรับผิดชอบ ใครจะเป็นคนลงทุนค่าใช้จ่าย ในการดักจับก๊าซบนชั้นบรรยากาศ เนื่องจากเป็นการลงทุนแบบไม่สร้างรายได้ หากภาครัฐเป็นคนทำ จะต้องเป็นผู้ที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายรวมไปถึงประชาชน

ดังนั้น เราก็ต้องรับผิดชอบ กรมจึงได้วางแผนตามขีดความสามารถและข้อจำกัดที่มี และให้สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก เนื่องจากการดำเนินการต่าง ๆ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ ภาคประชาชน สังคม โดยประเทศไทย จำเป็นต้องทำเรื่องเหล่านี้ให้สอดคล้องและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันกับทั่วโลกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช การทำงาน 1 ปีของ “กรมโลกร้อน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...