โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมชมฝนดาวตกเพอร์เซอิด 5 ทุ่มคืนวันที่ 12 นี้เป็นต้นไป

Environman

เผยแพร่ 12 ส.ค. 2567 เวลา 00.00 น.

หยุดยาวนี้เตรียมชม ‘ฝนดาวตกที่สวยที่สุดของปี’ ตามคำกล่าวของ NASA นั่นคือ ‘ฝนดาวตกเพอร์เซอิด’ ที่มาเป็นกระจำทุกปี

แม้ว่าปราฏกการณ์ทางดาราศาสตร์นี้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฏาคม และสิ้นสุดในต้นเดือนกันยายน แต่จะตกมากสุดในช่วงวันที่ 12-13 สิงหาคมนี้ตามรายงานของ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ประเทศไทย โดยสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 5 ทุ่มของคืนวันที่ 12 จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 13

‘ฝนดาวตกเพอร์เซอิด’ (Perseids) ได้รับการการขนานนามว่าเป็นฝนดาวตกที่ดีที่สุดของปี เนื่องจากความสว่าง สีสัน การเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว และมีจำนวนมาก ทำให้เป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่เห็นได้ชัดที่สุด NASA ระบุว่าฝนดาวตกเพอร์เซอิดจะมองเห็นได้ประมาณ 90-100 ดวงต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของผู้ชม

สำหรับประเทศไทยต้องดูสภาพอากาศกันอีกทีเนื่องจากหลายพื้นที่มีเมฆฝนจำนนวนมาก แต่ถ้าใครอยากดูแนะนำให้ออกนอกตัวเมืองไปยังที่ที่แสงน้อย เพื่อที่จะมองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจนขึ้นไม่ถูกรบกวนโดยมลพิษทางแสง โดยจะสามารถมองเห็นได้ทั่วประเทศ

#ฝนดาวตกเพอร์เซอิดมาจากไหน?

เช่นเดียวกับฝนดาวตกอื่น ๆ ฝนดาวตกเพอร์เซอิดเกิดขึ้นเมื่อโลกเคลื่อนที่ผ่านเส้นทางของหินและฝุ่นที่ดาวหางทิ้งไว้ ในกรณีนี้ ‘ดาวหางต้นกำเนิด’ ของเพอร์เซอิดคือ ‘109P/Swift-Tuttle’ โดยเป็นวัตถุขนาดใหญ่มากซึ่งมีนิวเคลียสกว้างกว่า 25 กิโลเมตร ใหญ่กว่าเกือบ 2 เท่าของดาวเคราะห์น้อยที่พุ่งชนโลกยุคไดโนเสาร์

นักวิทยาศาสตร์รู้จัก 109P/Swift-Tuttle มานานกว่าศตวรรษแล้วโดยผู้คนพบคือ Lewis Swift และ Horace Tuttle ในเดือนกรกฏาคม 1862 จากนั้น 3 ปีต่อมานักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียน Giovanni Schiaparelli ได้เชื่อมโยงดาวหางดังกล่าวและปราฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดเข้าด้วยกัน

การเดินทางของนั้นยาวนานมากซึ่งเกินกว่าหนึ่งชั่วอายุคนของมนุษย์ 109P/Swift-Tuttle ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ถึง 133 ปีจึงจะครบสมบูรณ์ โดยครั้งสุดท้ายที่มันโคจรผ่านระบบสุริยะคือปี 1992 ซึ่งถูกสังเกตโดย Tsuruhiko Kiuchi นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวญี่ปุ่น จากนั้นผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ได้ยืนยันการพบเห็นดังกล่าว

นักวิทยาศาสตร์คำนวณไว้ว่าดาวหางดวงนี้จะไม่กลับมาอีกครั้งจนกว่าจะถึงปี 2125 แต่มันก็ยังคงทิ้งร่องรอยให้ชาวโลกได้เห็นเป็นฝนดาวตกทุก ๆ ปี ซึ่งเมื่อมองจากพื้นโลกแล้ว ฝนดาวตกดูเหมือนจะมีต้นกำเนิดจากกลุ่มดาวเพอร์ซิอุส จึงทำให้ได้ชื่อนี้มา แม้ว่าทั้งคู่จะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยก็ตาม

หากใครต้องการเห็นฝนดาวตกเพอร์ซิอิด สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้เสมอคือ ‘ความอดทน’

“ฝนดาวตกมักจะมาเป็นระยะ ๆ สลับกับช่วงเวลาที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งอาจกินเวลานานไม่ถึงไม่กี่นาที” Bob King จากวารสาร Sky&Telescope กล่าว “เมื่อมองเผิน ๆ อาจดูน่าเบื่อ แต่การไม่เคลื่อนไหวชั่วคราวกลับทำให้เราตั้งหน้าตั้งตารอฝนดาวตกครั้งต่อไป”

ที่มา

https://www.smithsonianmag.com/…/how-to-watch-the…/

https://www.iflscience.com/most-spectacular-meteor-shower…

https://www.facebook.com/share/p/gSbUMWkovhCzLAXp/

Pnoto : David Kingham/Flickr

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...