โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รวบตีนแมว งัดสำนักงานตลาดกลางดึก ฉกทองคำ 25 บาท ขายข้ามคืน ได้เงินร่วมล้านบาท

77kaoded

เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 21.52 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/WZ56dQ6kVLc

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี รวบตีนแมว วัย 18 ปี หลังก่อเหตุงัดสำนักงานตลาดแห่งหนึ่งย่านบางพลีกลางดึก เข้าไปขโมย ทองคำน้ำหนักรวม 25 บาท และของมีค่าหลายรายการ ก่อนนำไปขายได้เงินสดร่วมล้านบาท เจ้าตัวยอมรับที่ก่อเหตุเพราะแค่ว่าอยากได้ และขอโทษกับผู้เสียหาย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2567 พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี / พ.ต.ต.สันติราษฎร์ เงินมั่น สว.สส.สภ.บางพลี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางพลี ได้ร่วมกันจับกุม นายอนุวัฒน์(หรือหนิง) ดวงคำ อายุ 18 ปี และ นางสาวณัฐพิมล มั่นทอง อายุ 42 ปี ในข้อร่วมกันลักทรัพย์ลักทรัพย์ในเวลากลางในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมโดยทำลายสิ่งกีดกั้นที่ป้องกันทรัพย์สินนั้น หรือ รับของโจร พร้อมของกลาง รถจักรยาน สีเขียว ยี่ห้อ LA / รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 6 กฐ 251กรุงเทพมหานคร / หมวกแก๊บสีดำ / เสื้อแบนยาวสีเทา / เสื้อยืดแขนสั้น สีขาวแถบสีแดง / กระเป๋าเป้ สีดำ-เทา / กางเกงขายาวสีกลมท่า / จี้ท้าวเวสสุวรรณ เลี่ยมทอง / จี้พระหลวงพ่อโสธร กรมตำรวจ / จี้พระราหูล / จี้พระนางพญา / แผ่นโลหะทองมีลายภาษาจีนสลักอยู่ / นาฬิกา ยี่ห้อ HOGO BOSS หน้าปัดสีน้ำเงิน เงินสด 28,600 บาท / และเงินสด จำนวน 909,650 บาท โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวทั้งคู่ได้ภายใน ซอยหลังคาแดง ถนนสุวรรณภูมิ สาย 3 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

สืบเนื่องจาก เมื่อ วันที่ 16 กันยายน 2567 เวลาประมาณ 11.03 น. ทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ว่าเมื่อช่วงกลางดึกคืน ( วันที่16 กันยายน 2567 ) เวลาประมาณ 00.42 น มีคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ทองคำ น้ำหนัก 25 บาท และ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า MSX ภายในสำนักงานตลาดแห่งหนึ่ง ในตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ นายไพรินทร์ พฤฒาวงศ์ศิริ อายุ 56 ปี ( ผู้เสียหาย ) ให้การว่าได้นำ ทองคำรูปพรรณ และ เงินสดจำนวนหนึ่ง เก็บไว้ในลิ้นชักทำงานภายในสำนักงานตลาด ต่อมาวันที่ 16 กันยายน 2567 เวลา 07.00 น.จึงทราบว่าทองคำรูปพรรณ และ เงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่น MSX ได้หายไป เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายได้เข้ามาลักทรัพย์ภายในสำนักงานตลาด เวลาประมาณ 00.39 น. ของวันที่ 16 กันยายน 2567 จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่อไปจนถึงหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 6 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ พบ ชายต้องสงสัยนั่งอยู่บนรถจักรยานที่ที่ใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น จากการสอบถามทราบชื่อ นายอนุวัฒน์ หรือหนิง ดวงคำ อายุ 18 ปี ให้การรับสารภาพว่าได้เข้าไปลักทรัพย์ทองคำรูปพรรณและเงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้ง รถจักรยานยนต์ จากตลาดดังกล่าวจริง และได้ให้ นางสาวณัฐพิมล มั่นทอง อายุ 42 ปี ( ป้า ) นำ ทองคำรูปพรรณจำนวนหนึ่งไปขายที่ร้านทอง ได้เงินสด จำนวน 909,650 บาท และนำแหวนทองคำไปเปลี่ยนรูปพรรณที่ร้านทอง เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายอนุวัฒน์ และ นางสาวณัฐพิมล พร้อมของกลางที่ยึดได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี กล่าวว่า เคสนี้ผู้เสียหายมาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ว่าทรัพย์สินซึ่งเป็นทองรูปพรรณจำนวน 25 บาท และแหวนทองอีก 2 วง พระเครื่อง และเงินสดจำนวนหนึ่ง ได้หายไปจากออฟฟิศของเขา ที่อยู่บริเวณตลาดโรงเป็ด ถนนเส้นสุขาภิบาล 6 หลังจากได้รับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนก็สืบหาตัวผู้ก็เหตุจนเจอ พอทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วจึงได้มีการไปดักรอ และรวบตัวเอาไว้ได้เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 กันยายน 2567 และได้มีการสอบสวนผู้ต้องหา ผู้ต้องหาให้การว่าเมื่อคืนนี้ เวลาประมาณตี 1 ได้ปั่นจักรยานผ่านไปตรงที่เกิดเหตุและเห็นว่าออฟฟิศปิดอยู่จึงได้เข้าไปถอดกระจกบานเลื่อนออกและทำการก่อเหตุลักทรัพย์ ได้ทองรูปพรรณไปทั้งหมด 25 บาท พระเหลี่ยมทอง นาฬิกา แหวนทอง 2 วงและเงินสดอีก 30,000 บาท หลังจากก่อเหตุเสร็จได้เอาของทั้งหมดไปให้แม่บุญธรรม และให้แม่บุญธรรมเอาทองไปขายในเขตเมืองสมุทรปราการและได้เงินสดมาจำนวน 900,000 กว่าบาท แต่ยังไม่ทันจะยักย้ายไปที่ไหน ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้ จากการสอบถามแล้วเขาไปได้ก่อเหตุครั้งแรก เคยก่อเหตุที่อื่นมาก่อน ลักษณะของการก่อเหตุ ถ้าสบโอกาสเมื่อไหร่ก็จะก่อเหตุ วิธีการก็จะใช้การปั่นจักรยานไปเรื่อย ๆ เพื่อหาเป้าหมายและเคยก่อเหตุในสถานที่ที่เจ้าตัวทำงานก็มี จากการตรวจสอบประวัติยังไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม ด้วยความที่ตอนนี้เขาเพิ่งอายุ 18 ก็เลยยังไม่เคยถูกจับ และสถานที่ไหนที่คนก่อเหตุรู้จักหรือมีช่องทางเขาก็จะเข้าไปทำการก่อเหตุ จากการสอบถามตัวเขาเองประกอบอาชีพ รปภ. ส่วน แม่บุญธรรม ไม่ได้งาน

นายอนุวัฒน์ เล่าว่า เมื่อคืนช่วงตี 1 ตนปั่นจักรยานเข้าไปในตลาด เห็นว่ามันมืดเลยเข้าทำการลักทรัพย์ ตนเคยทำแบบนี้มาแล้ว แต่ได้เล็กน้อย ครั้งนี้ครั้งแรกที่ได้มาเป็นจำนวนมาก ตอนเข้าไป ตนสำรวจก่อน พอหากุญแจแถวนั้นได้ ก็เลยไขลิ้นชักเอาของออกมาได้ ที่เอามาก็มีทอง มีเงินสด และอาวุธที่เป็นของเล่น เงินที่ได้มาตนก็จะนำมาใช้ส่วนตัว ตนไม่ติดพนัน ไม่ติดยา ตนไม่ได้เรียน ตนทำงานมานานแล้ว ทำอาชีพ รปภ. สิ่งที่ทำให้ตนตัดสินใจก่อเหตุ เพราะตนเคยก่อเหตุมาแล้ว และด้วยความที่ตนอยากได้ ตนรู้ว่ามันใช้คำว่าจำเป็นไม่ได้ มันเป็นเพราะตนอยากได้นั่นแหละ ตอนนั้นตนปั่นจักรยานมาเรื่อย ๆ มาจากฝั่งสนามบิน แล้วพอมาเจอที่นี่เห็นว่ามันมืดดี ก็เลยทำการเข้าก่อเหตุ กับ ผู้เสียหาย ตนก็อยากจะบอกว่าตนถูกจับแล้วตอนนี้ และ ตนก็ต้องขอโทษด้วย

นางสาวณัฐพิมล เล่าว่า ตนเป็นป้าของเขาเป็นพี่สาวของแม่เขาแต่แม่เขาเสียไปแล้ว ตนก็เลยเลี้ยงเขามาตั้งแต่ยังเด็ก ตนรู้ว่าเขาเคยทำแบบนี้ เพราะตอนอยู่โคราชเขาเคยขโมยเงินยาย แต่ก็ไม่เคยเยอะแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่จำนวนเยอะ ตอนที่เขาไปขโมยมาเขาก็เอาเงินกับทองมาให้ตน เขาบอกกับตนว่าเขาไปเจอมาที่ตีนสะพาน ไม่ได้ไปขโมยมา แล้วยังบอกอีกว่าเขาไม่รู้ว่าใครทำล่วงไว้ ไม่รู้ว่าของใคร เขาดีใจก็เลยรีบเอามาให้ตน ตนก็มีส่วนผิดที่ตนโลภ อยากได้เงิน ไม่ทันคิดอะไร แล้วก็ดีใจด้วยเพราะคิดว่าหลานไม่ได้ไปขโมยใครมาเลยรีบเอาไปขาย ตอนเอาไปขายตนแบ่งขายเป็นเส้น ๆ มันมี 3 เส้น เส้นละ 10 บาท 2 เส้น เส้นละ 5 บาท 1 เส้น เอาไปแบ่งขายเส้นละร้าน ร้านทองที่เอาไปขายก็อยู่ใกล้ ๆ กัน พอได้เงินมาตนก็ยังไม่ได้เอาไปทำอะไรเลย หลานก็มาโดนจับได้ก่อน ตอนเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับหลานตนก็ตกใจ ตัวหลานเองก็ยังบอกว่าไปเจอมา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเขาไปขโมยมา ตนก็ตกใจ ตอนนั้นก็ยังถือเงินอยู่ด้วยเพราะกำลังจะเอาไปเข้าบัญชี ตนอยากจะเตือนหลายให้เขาคิดเอาเอง เขาโตแล้ว น่าจะรู้แล้วว่าสิ่งที่ทำมันไม่ดี ตนเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีก เพราะก็เครียดมาก ๆ

นายไพรินทร์ อายุ 56 ปี ( ผู้เสียหาย ) เล่าว่า เมื่อคืนตนก็ยังไม่ทราบเรื่อง เพิ่งจะมารู้ตอนช่วง 8 โมงเช้าของวันนี้ เพราะว่ามีกุญแจคาอยู่ที่ลิ้นชัก เลยรีบตรวจสอบเลยได้รู้ว่ามีของหาย และรีบเข้าแจ้งความ ทรัพย์สินที่หาย มีทอง 25 บาท และจักยานยนต์ มูลค่าความเสียหายน่าจะเป็นล้าน ที่นี่ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เพราะไม่ค่อยมีใครเข้ามายุ่งอยู่แล้วในตลาด ปกติก็ไม่ค่อยได้เก็บของไว้ ตนอยากจะฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่สายสืบที่ใช้เวลาไม่ถึงวันก็สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...