แผลรอยดำ รอยแดง แก้อย่างไร
สาวๆกำลังเจอปัญหารอยดำรอยแดงกันอยู่ใช่ไหมคะ ซึ่งส่วนมากรอยต่างๆจะเกิดจากรอยสิว ซึ่งในบางครั้งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าจะไม่ได้แกะ เกา เลยก็ตาม วันนี้สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันกับ ชนิดของรอยแผลเป็น และที่สำคัญคือจะช่วยแนะนำทางที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในหัวข้อ
แผลรอยดำ รอยแดง แก้อย่างไร ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ
มาเริ่มกันที่ทำความรู้จักกับรอยแผลเป็นกันก่อนนะคะ รอยแผลเป็นมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เป็นปัญหาหลักๆจะมี 3 ชนิดใหญ่ คือ
1. แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar)
คือ แผลเป็นที่มีสีแดงและนูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือฉีกขาดของแผลเดิม แผลเป็นชนิดนี้เกิดจาการสร้างคอลลาเจนมากเกินไป และมักไม่ขยายกว้างขึ้นเกิดจากรอยโรคเดิม
2. แผลเป็นนูนชนิดคีลอยด์ (Keloid)
คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงคล้ายกับรอยแผลเป็นนูนหนา แต่มีความผิดปกติ ทำให้เกิดการขยายตัวกว้างขึ้นเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบๆ จนเกินขอบเขตของรอยแผลตอนแรกเริ่ม
3. แผลเป็นหลุม (Atrophic Scar) เป็นรอยแผลเป็นที่รอยลึกลงจากผิวหนัง มีสีใกล้เคียงกับสีผิวหนังปกติ มักเป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว หรือโรคอีสุกอีใส
เราพอจะรู้จักกับรูปแบบของรอยแผลเป็นกันแล้ว แต่สิ่งที่น่าสงสัยมากกว่าคือการรักษารอยแผลเป็นสีดำและสีแดงนั้นมีความแตกต่างกันไหม และทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร? วันนี้ สุขภาพดีดี.com
มีข้อมูลข่าวสารดีๆมาให้ทุกคนอ่านกันค่ะ
รอยแผลเป็นสีดำคืออะไร?
รอยแผลเป็นสีดำ คือ รอยแผลเป็นที่ผิวหนังบริเวณแผลเป็นมีสีดำหรือคล้ำกว่าผิวปกติ เป็นภาวะที่พบได้บ่อย มักเกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของผิวหนัง ร่างกายจะทำการปรับตัวโดยการหลั่งสารเคมี
ซึ่งมีบางส่วนไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดสีให้สร้างไวขึ้นที่ผิวหนังบริเวณนั้น ทำให้เม็ดสีเพิ่มขึ้น ผิวบริเวณนั้นจึงมีสีดำหรือคล้ำกว่าปกติ เห็นเป็นรอยแผลเป็นสีดำ และถ้าผิวบริเวณนั้นมีการรับแสงโดยตรง รอยดำก็จะยิ่งเข้มมากขึ้นอีกด้วย
รอยแผลเป็นสีดำ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ
ยกตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุที่ผิวหนัง แผลถลอก ผื่นผิวหนังอักเสบ สิวอักเสบ ถูกสารเคมีที่ผิวหนัง ไฟไหม้ หรือแม้กระทั่งการรโดนแดดเป็นระยะเวลานานๆ อีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบัน คือ รอยดำที่เกิดหลังจากการทำเลเซอร์ โดยเฉพาะกลุ่มเลเซอร์ที่มีการลอกผิว หรือผลัดเซลล์ผิว
แตกต่างจากรอยแผลเป็นสีแดงอย่างไร?
รอยแดงเกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหลังจากการอักเสบ ดังนั้นร่างกายจึงต้องนำเอาสารอาหารต่างๆเข้ามาซ่อมแซมผ่านทางหลอดเหลือ แต่เมื่อใบบริเวณดังนกล่าวนั้นไม่มีเส้นเลือดทำให้ร่างกายจึงจำเป็นต้องสร้างเส้นเลือดฝอยขึ้น เพื่อให้สามารถที่จะลำเลียงสารอาหารต่างๆเข้ามายังช่วยที่เกิดการอักเสบได้
แต่เมื่อสิวหายไปเส้นเลือดที่ร่างกายได้สร้างขึ้นมานั้นยังคงอยู่ ทำให้เกิดเป็นรอยแดงในชั้นผิวของเรา
คนมักเข้าใจผิดว่าการปล่อยรอยแดงเอาไว้จะสามารถหายได้เอง แต่ความเป็นจริงแล้วไม่สามารถหายเองได้เพราะร่างกายเราไม่มีระบบในการทำลายเส้นเลือดที่เกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ ซึ่งจะต้องมีตัวช่วยในการรักษารอยแดงเหล่านี้ให้จางลง
วิธีการแก้รอยดำรอยแดง
- เลเซอร์หลุมสิว
เป็นวิธีที่นิยมและไวที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากสาวๆหลายคนอาจจะมีหลายปัญหาเช่น ปัญหารอยดำ บางคนอาจมีปัญหาหลุมสิวร่วมด้วย ดังนั้นการรักษาดูแลรอยสิวที่เป็นหลุม ปัญหาผิวจากสิวที่ได้รับความเสียหายหนักมาก ๆ อาจต้องพึ่งวิธีลัดอย่างทำเลเซอร์
เห็นผลเร็วที่สุดก็จริง แต่อย่างไรก็ตามสาวๆจะต้องมีเวลาพักฟื้นให้กับผิวด้วย เนื่องจากหลังจากการทำเลเซอร์จะทำให้ผิวไวต่อแดดมาก หากไม่มีเวลาพักฟื้น หรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ แอดมินแนะนำการรักษาในรูปแบบอื่นแทนนะคะ
- ครีมลดรอยช่วยคุณได้
ยาทาที่ใช้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นยาทา ที่ช่วยในเรื่องการลดการทำงานของเม็ดสีดำที่ผิวหนัง หรือเมลานิน และยาทาที่มีสารออกฤทธิ์เป็น Anti-oxidant ซึ่งช่วยในการลดรอยดำของแผล สำหรับแอดมินเอง แอดมินเลือกใช้ Kelosil เนื่องจาก Kelosil จะมีความแตกต่างจากครีมลดรอยแผลเป็นทั่วๆไปที่จะทาแล้วซึมเข้าไปในเนื้อผิว แต่ตัว Kelosil จะเป็นการเคลือบรอยแผลเป็นนั้น ทำให้เรามั่นใจได้ว่าครีมที่เราทาไปนั้นจะไม่หลุดหายไปไหนค่ะ
วิธีการใช้ : ซิลิโคนเจลบาง ๆเคลือบบริเวณจุดแผลเป็นเพื่อลดการก่อตัวของผิวส่วนเกินและความเข้ม,รอย ของพื้นผิวที่ผิดปกติหรือเป็นแผลเป็นได้