โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนละครึ่ง 5 ฮอต ยืนยันใช้สิทธิแล้ว 7.3 ล้านคน ร้านค้าเข้าร่วม 2.1 แสนแห่ง

คนละครึ่ง 5  ฮอต ยืนยันใช้สิทธิแล้ว 7.3 ล้านคน ร้านค้าเข้าร่วม 2.1 แสนแห่ง
วันแรกของการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ฮอต ยอดคนเก่า ยืนยันใช้สิทธิถึง 15.00 น. แล้ว 7.3 ล้านคน ส่วนยอดสมัครใหม่เต็มตั้งแต่ครึ่งวัน

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง (โครงการฯ) ระยะที่ 5 ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการวันนี้เป็นวันแรก (วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2565) ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมา ระบบแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เกิดความขัดข้องชั่วคราว เนื่องจากแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” มีการยกระดับระบบความปลอดภัยเพิ่มขึ้นส่งผลให้ระบบต้องใช้เวลาประมวลผลนานขึ้น อีกทั้งประชาชนให้ความสนใจยืนยันสิทธิและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ดี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขให้ระบบสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว (โดยสามารถใช้การได้ปกติในช่วงประมาณ 11.00 น.)

สำหรับความคืบหน้าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 พบว่า ในวันแรก ณ เวลา 15.00 น. มีประชาชนรายเดิมที่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ระยะที่ 4 กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 สะสมจำนวน 7.30 ล้านราย จากจำนวนประชาชนรายเดิมที่สามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 ทั้งสิ้น 26.27 ล้านราย สำหรับประชาชนรายใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมหรือไม่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ระยะที่ 4 ได้มีการลงทะเบียนเข้าร่วมครบจำนวน 2.30 แสนสิทธิแล้ว ณ เวลา 11.51 น. ทั้งนี้ ประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ระยะที่ 4 สามารถทยอยกดยืนยันสิทธิผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง

โฆษกกระทรวงการคลังยังได้ย้ำว่า ภายใต้โครงการฯ ระยะที่ 5 รัฐจะสนับสนุนวงเงินค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ และบริการขนส่งสาธารณะ ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า และสินค้าหรือบริการที่กระทรวงการคลังกำหนด ในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 800 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยสามารถใช้จ่ายได้ระหว่างวันที่ 1 กันยายน จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ทั้งนี้ ในการใช้จ่ายในโครงการฯ ระยะที่ 5 จะต้องเป็นการจ่ายเงินระหว่างประชาชนกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการแบบพบหน้า (face-to-face) เท่านั้น และจะต้องไม่มีกระบวนการใด ๆ ที่รองรับการซื้อขายที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลาง ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกำหนด เช่น การนำ QR Code ไปคัดลอกส่งต่อแก่บุคคลอื่นเพื่อสแกนจ่ายเงิน เป็นต้น

สำหรับความคืบหน้าของจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 นั้น ณ วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2565 เวลา 22.00 น. มีผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมสะสมจำนวน 217,261 ร้านค้า แบ่งเป็นผู้ประกอบการร้านค้ารายเดิมจากโครงการฯ ระยะที่ 4 จำนวน 215,735 ร้านค้า และผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่จำนวน 1,526 ร้านค้า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนดและสนใจเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัคร นอกจากนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มยังสามารถเลือกเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 ได้เพียงรายเดียว ผ่านแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ