โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บริษัท นำเชา ประเทศไทย ชี้เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพมาแรง ขนมขบเคี้ยวสายคลีน โอกาสของตลาดที่เติบโต

Positioningmag

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 12.49 น.

บริษัท นำเชา ประเทศไทย ผู้นำตลาดและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากข้าวชั้นนำของโลก เผยข้อมูลแนวโน้มการบริโภคอาหารปี 2025 พฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง แนะอาหารและขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพจะเป็นโอกาสของตลาดที่เติบโตในปีนี้ พร้อมเปิดตัว "ซูเปอร์ไบทส์ สมาร์ทสแน็ค" ขนมข้าวอบกรอบเฮลท์ตี้ ลุยตลาดยุคใหม่
จากรายงานของ Innova Market Insights พบว่า 72% ของผู้บริโภคทั่วโลก ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารมากขึ้น ขณะที่ 60% ของผู้บริโภคไทย มองหาอาหารและขนมที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเติมแต่ง และมีโปรตีนหรือไฟเบอร์สูง ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพโดยไม่ลดทอนรสชาติความอร่อย นอกจากนั้น ผลสำรวจจาก NielsenIQ ยังระบุว่า ผู้บริโภคไทย 48% สนใจฉลากโภชนาการมากขึ้น และต้องการทราบถึงวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร นอกจากนี้ 37% ของผู้บริโภคที่รักสุขภาพ หันมาเลือกขนมขบเคี้ยวที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง และใช้กระบวนการผลิตที่ช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการ เช่น การอบแทนการทอด


นายเฮนรี่ เจี๋ย (Mr. Henry Chia) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นำเชา ประเทศไทย ในฐานะผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวจากข้าว กล่าวว่า “กระแสรักสุขภาพจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและขนมขบเคี้ยวในปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาอาหารที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ไม่ใส่สารกันบูด และผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ด้วยแนวโน้มที่แข็งแกร่งนี้ ผู้ผลิตอาหารและขนมขบเคี้ยวจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ขณะที่ บริษัท นำเชา ประเทศไทย เล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคเช่นกัน โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “ซูเปอร์ไบทส์ สมาร์ทสแน็ค” (Super Bites Smart Snack) ขนมข้าวอบกรอบเพื่อสุขภาพ ที่มีทั้งความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นไลฟ์สไตล์สุขภาพ ซึ่งคำนึงถึงสารอาหารที่มีประโยชน์ ลดส่วนผสมที่ไม่จำเป็น และยังคงความอร่อยให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลิน เหมาะสำหรับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ โดยเฉพาะผู้ที่รักสุขภาพ แต่ยังต้องการเพลิดเพลินกับขนมที่อร่อย ทานแล้วไม่รู้สึกผิด และสะดวกพกพาไปในทุกที่ ภายใต้สโลแกน “สมาร์ทสแน็ค…สมาร์ทช้อยท์”
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดโลกอยู่ที่ 108.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะขยายตัว 4.9% ต่อปี ตามข้อมูลจาก Research and Markets ขณะที่ตลาดไทยก็มีแนวโน้มขยายตัวตามกระแสสุขภาพที่มาแรงในหมู่คนรุ่นใหม่
สำหรับ ‘ซูเปอร์ไบทส์ สมาร์ทสแน็ค’ เป็นขนมข้าวอบกรอบที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง ผสมผสานกับวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น อิดามาเมะ (ถั่วแระญี่ปุ่น) และสตรอเบอร์รี่ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนและไฟเบอร์ชั้นเลิศ ผลิตภัณฑ์นี้ใช้กระบวนการอบแทนการทอด เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการและลดไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ปราศจากโคเลสเตอรอล สารกันบูด และกลูเตน มีรสชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รสสปาเก็ตตี้นโปลิตัน: รสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพาสต้าสไตล์ญี่ปุ่น ผสมผสานกับซอสมะเขือเทศที่ให้รสเปรี้ยวหวานอย่างลงตัว และ รสครีมทรัฟเฟิล: รสชาติหรูหราที่ผสานความนุ่มลึกและความเผ็ดร้อนเล็กน้อย มอบประสบการณ์การรับประทานขนมที่พิเศษยิ่งขึ้น
นายเฮนรี่ เจี่ย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปิดตัว ‘ซูเปอร์ไบทส์ สมาร์ทสแน็ค’ ไม่ใช่แค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างสรรค์ขนมขบเคี้ยวที่ไม่เพียงอร่อยแต่ยังดีต่อสุขภาพ เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นี้จะกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของผู้บริโภคที่ต้องการความสมดุลระหว่างรสชาติและคุณค่า และเรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในตลาดขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพทั้งในประเทศไทยและระดับโลก”
บริษัท นำเชา ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจในกลุ่มขนมขบเคี้ยวที่ทำจากข้าว (Rice Cracker) ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 1,000 ล้านบาท และครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 12% นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบชาม ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 500 ล้านบาท และส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 30%
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริษัท สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.namchow.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...