กรมพัฒนาธุรกิจปูพรมตรวจนอมินี 46,918 ราย เน้น 6 กลุ่มเสี่ยง 'เหล็ก-ขนส่ง-อสังหา'
กรมพัฒนาธุรกิจปูพรมตรวจนอมินี 46,918 ราย เน้น 6 กลุ่มเสี่ยง ‘เหล็ก-ขนส่ง-อสังหา’
ที่กระทรวงพาณิชย์ วันที่ 23 เมษายน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ตามนโยบายนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือนอมินี เนื่องจากกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจประเทศ พร้อมกับได้แต่งตั้งคณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และปรับให้ทันสถานการณ์ในปัจจุบัน
กรมจึงปรับแผนการตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง(นอมินี)ใหม่ โดยเน้น 6 กลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่น่าสงสัยว่าต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยให้คนไทยถือหุ้นแทน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายนั้น ได้แก่ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก 2.ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ 3.ธุรกิจ e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า 4.ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท 5.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และ 6.ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป ซึ่งจะตรวจสอบนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 0.001-49.99% รวมจำนวน 46,918 ราย ครอบคลุมทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด จากแผนเดิมเน้น 4 กลุ่ม และมีเป้าหมายตรวจสอบกว่า 2.6 หมื่นราย
โดยขณะนี้ตรวจสอบไปแล้วกว่า 1,000 ราย พบนิติบุคคลต้องสงสัยนอมินีราว 100 ราย ซึ่งได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล
ทั้งนี้ กรมได้เร่งแก้ไขปัญหาธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว เนื่องจากกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจประเทศ โดยในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2567-31 มี.ค. 2568 ได้ดำเนินคดีนิติบุคคลนอมินีแล้วจำนวน 851 ราย สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจราว 1.5 หมื่นล้านบาท
“ในแผนการตรวจสอบนอมินี มีทั้งแผนงานที่กรมกำหนด และการตรวจสอบธุรกิจที่มีผู้แจ้งเบาะแสเข้ามายังกรม และธุรกิจที่เป็นกระแสข่าวใน อาทิ ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์แถวพระราม 9 และกรุงเทพกรีฑา ร้านอาหารย่านห้วยขวาง พระราม 9 และรัชดาภิเษก การตรวจสอบกรณีการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรในพื้นที่จังหวัดระยองและจันทบุรี เป็นต้น และที่กำลังเฝ้าติดตามใกล้ชิด อาจพบการกระทำผิด คือ เหล็ก ขนส่ง และอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเป็นข่าว” นางอรมน กล่าว
นางอรมน กล่าวว่า จะมีการลงพื้นที่ร่วมกับคณะทำงานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะรายงานผลให้คณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) ที่มีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานทราบความคืบหน้าเป็นระยะ ทั้งนี้ การปรับแผนลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่ต้องสงสัยหรืออาจเข้าข่ายนอมินี จะสอดคล้องและควบคู่ไปกับการทำงานของคณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ที่มีร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยจะบูรณาการการทำงานเชิงรุกร่วมกัน และเร่งดำเนินงานตามกรอบการปฏิบัติงานที่ได้กำหนดไว้ มุ่งผลสัมฤทธิ์ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายพิชัย นริพทะพันธุ์) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์) โดยเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วหากพบการกระทำผิดกฎหมาย หน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมลงพื้นที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายภายใต้กรอบหน้าที่และอำนาจที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด เพื่อจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษทางกฎหมายให้เห็นเป็นรูปธรรม ปกป้องผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจและประชาชนไทย ป้องปรามและปราบปรามธุรกิจต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฎหมายในไทย ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบในวงกว้าง
นางอรมน กล่าวว่า กรมและสำนักงาน ปปง. ยังร่วมกันพิจารณายกร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเสร็จแล้ว โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเพิ่มเติมให้คนไทยที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าว หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 หรือคนต่างด้าวที่ยอมให้คนไทยกระทำการแทนดังกล่าว ตามมาตรา 36 (ความผิดฐานนอมินี) และกรณีที่คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 37 เป็นความผิดมูลฐาน ตามร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งจะนำไปสู่การยึด อายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างด้าวให้ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อไม่ให้นำทรัพย์สินไปใช้ประโยชน์ หยุดยั้งการใช้บริษัทนอมินีและคนไทยเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน สร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบธุรกิจในประเทศไทย และป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการกระทำความผิด นั้น ขณะนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นในเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (https://law.go.th) ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 25 เมษายน 2568 เพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องธุรกิจของคนไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเมื่อสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็นแล้ว สำนักงาน ปปง. จะพิจารณาเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับถัดไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมพัฒนาธุรกิจปูพรมตรวจนอมินี 46,918 ราย เน้น 6 กลุ่มเสี่ยง ‘เหล็ก-ขนส่ง-อสังหา’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th