รักเรา(มากกว่า)สองคน : ชวนทำความรู้จัก ‘Polyamory’ ความสัมพันธ์ที่มากกว่าเธอและฉันแค่ 2 คน
ในปัจจุบันเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นมีมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแฟนที่คบหาดูใจ คนคุยที่อยู่ในสถานะคลุมเครือ เพื่อนสนิทที่รู้ใจแต่ไม่ใช่แฟน คบกันเป็นแฟนแต่ไม่ผูกมัด และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วแต่จะตกลงกันในความสัมพันธ์นั้น และอีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่มีอยู่จริง แต่มักต้องแอบซ่อนไว้ เพราะอาจจะไปผิดใจกับคำว่าศีลธรรมอันดีอย่าง Polyamory
แล้วมันคืออะไรกันล่ะ?
Polyamory เป็นรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ที่คนหนึ่งคนสามารถมี ความรัก ความสัมพันธ์ในเชิงโรแมนติก ให้กับคนหลายคนได้ โดยต้องมาจากการตกลงปลงใจของทุกคนในความสัมพันธ์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ภายใต้คำจำกัดความที่ว่า “ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน” อีกต่อไป นั่นหมายถึง คุณจะคบหากัน 3 คน 4 คน หรือมากกว่านั้นก็ได้ ภายใต้การยอมรับในเงื่อนไขและข้อตกลงของกันและกัน
ซึ่งสิ่งที่ทำให้ Polyamory แตกต่างจากความสัมพันธ์แบบคบกันแต่ไม่ผูกมัด (Open relationship) คือ Polyamory มีสิ่งที่เรียกว่า “การผูกมัด-การยินยอม-มีความรู้สึกรัก” รวมไปถึงเรื่องเซ็กส์ที่ทุกฝ่ายมีบทบาทในชีวิตซึ่งกันและกัน ซึ่งหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการมีใครอีกคนเข้ามาเพิ่มในความสัมพันธ์นี้ก็จำเป็นต้องมีการสื่อสารและตกลงกัน เพราะถ้าหากเป็นการแอบไปมีคนอื่นก็เท่ากับว่าเป็นการนอกใจคนรักเช่นกัน
ในขณะที่ Open relationship เป็นการที่คู่รักเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้โดยไม่ผูกมัด และไม่มีความรู้สึกในเชิงโรแมนติกเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งรวมไปถึงการไม่ผูกมัดในเรื่องเซ็กส์ด้วย ซึ่งก็เป็นความสัมพันธ์อีกแบบที่คู่รักสมัยนี้นิยมที่จะตกลงกันอีกด้วย
แล้วประเทศไทยยอมรับ Polyamory ได้แค่ไหน?
ถึงแม้ว่าจะมี #สมรสเท่าเทียม แล้ว แต่ก็ยังเป็นกฎหมายที่อยู่ในระบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamy) ซึ่งเป็นค่านิยมที่สังคมไทยยึดถือเป็นหลัก แต่หากลองนึกย้อนดูแล้ว ในสมัยก่อนกฎหมายไทยเองก็ให้สิทธิชายในการมีภรรยาได้หลายคน (Polygamy) แต่ในทางกลับกันก็ไม่ได้ให้สิทธิที่หญิงจะมีสามีได้มากกว่าหนึ่งคน แสดงให้เห็นถึงสังคมปิตาธิปไตยที่ชายและหญิงมีสิทธิและเสรีภาพที่ไม่เท่าเทียมกัน ไม่ต้องพูดถึงสิทธิของกลุ่มคนเพศหลากหลายด้วยซ้ำ เท่ากับว่าเดิมทีประเทศไทยเองก็ไม่ได้ยึดมั่นในเรื่องของการรักเดียวใจเดียวมาตั้งแต่แรก
แล้วอะไรคือความถูกต้อง
อะไรคือศีลธรรมอันดีที่ต้องปฏิบัติตาม
อะไรคือความรักที่แท้จริง
หากความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกภายในจิตใจ เราก็อาจพูดได้ว่าการรักเดียวใจเดียวก็เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์เท่านั้น เพราะความสัมพันธ์ยังมีอีกหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคนทั้งสองหรือมากกว่านั้นจะตกลงกันอย่างไร
แต่ในปัจจุบันสังคมไทยก็เริ่มแสดงความสนใจถึงการมีอยู่ของความสัมพันธ์ในรูปแบบ Polyamory บ้างแล้ว เนื่องจากมีทั้งนักร้อง ดารา อินฟลูเอนเซอร์ ที่เริ่มออกมาเปิดเผยว่าตนก็มีความสัมพันธ์ในรูปแบบดังกล่าว และมันแทบไม่ต่างอะไรจากคู่รักทั่วไปเลย พวกเขามีความรักให้กัน เอาใจใส่และดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งบางคนก็เข้าใจและมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามักจะมีการตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และการใช้ชีวิตรักอยู่บ้าง ซึ่งตราบใดที่ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ทำร้ายใคร เราก็ไม่ควรไปตัดสินความสัมพันธ์ของคนอื่น เขาจะรักกัน 3 คน 4 คน หรือ 5 คน ก็เป็นเรื่องของความรักที่คนในความสัมพันธ์นั้นยินยอมและตกลงจะอยู่ร่วมกันภายใต้เงื่อนไขที่เขาเหล่านั้นกำหนดเอง
แล้วจะเป็นไปได้ไหม…
หากความสัมพันธ์ในรูปแบบ Polyamory จะจัดตั้งครอบครัวได้?
เมื่อปี 2017 ประเทศโคลอมเบีย ได้ตรากฎหมายรับรองความสัมพันธ์ที่เรียกว่า 'throuple' หรือ ความสัมพันธ์แบบรักกัน 3 คน ให้เป็นการอยู่ร่วมกันตามกฎหมายระหว่างชาย 3 คนครั้งแรกในโลก แต่นั่นก็ไม่ใช่ทะเบียนสมรส แต่ถึงอย่างนั้นการเกิดขึ้นของความสัมพันธ์นี้ก็ถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการแต่งงานกันระหว่างคนหลายคนได้
และในปี 2025 ที่ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันถึงคุณค่าของความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการยกระดับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมขึ้นไปอีกขั้นในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เข้าสู่ยุคที่มนุษย์ต่างมีอุดมคติที่ให้ความสําคัญและตระหนักกับเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมมากขึ้น
รูปแบบความสัมพันธ์ของการมีคนรักมากกว่าหนึ่งคน แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่เรื่องผิด หากว่าความสัมพันธ์นั้นเกิดจากความยินยอมพร้อมใจ (Consent) ของคนทุกฝ่ายที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปกติสุข แล้วก็เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ขัดต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมแต่อย่างใด เพราะ Polyamory คือการมีคนรักมากกว่าหนึ่งคนโดยที่ไม่จำกัดเพศ และโดยมีพื้นฐานจากความยินยอมพร้อมใจ ภายใต้การคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม
ในความสัมพันธ์ Polyamory จึงเป็นเรื่องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์เรื่องความรักและเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องสร้างกฎเกณฑ์หรือกฎหมายบางอย่างขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวเช่นนี้
เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่ทําให้เกิดการสร้างครอบครัวที่ดีก็คือความรัก และมนุษย์มีสิทธิเสรีภาพในการที่จะรักและเลือกที่จะสร้างครอบครัวได้เอง ซึ่งรัฐไม่อาจพรากสิทธิที่จะสร้างครอบครัวของใครไปได้