โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รักเรา(มากกว่า)สองคน : ชวนทำความรู้จัก ‘Polyamory’ ความสัมพันธ์ที่มากกว่าเธอและฉันแค่ 2 คน

Bangkok Pride

เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 10.00 น. • เพชรไพลิน จรัสสุทธิอิศร
รักเรา(มากกว่า)สองคน : ชวนทำความรู้จัก ‘Polyamory’ ความสัมพันธ์ที่มากกว่าเธอและฉันแค่ 2 คน

ในปัจจุบันเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นมีมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแฟนที่คบหาดูใจ คนคุยที่อยู่ในสถานะคลุมเครือ เพื่อนสนิทที่รู้ใจแต่ไม่ใช่แฟน คบกันเป็นแฟนแต่ไม่ผูกมัด และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วแต่จะตกลงกันในความสัมพันธ์นั้น และอีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่มีอยู่จริง แต่มักต้องแอบซ่อนไว้ เพราะอาจจะไปผิดใจกับคำว่าศีลธรรมอันดีอย่าง Polyamory

แล้วมันคืออะไรกันล่ะ?

Polyamory เป็นรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ที่คนหนึ่งคนสามารถมี ความรัก ความสัมพันธ์ในเชิงโรแมนติก ให้กับคนหลายคนได้ โดยต้องมาจากการตกลงปลงใจของทุกคนในความสัมพันธ์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ภายใต้คำจำกัดความที่ว่า “ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน” อีกต่อไป นั่นหมายถึง คุณจะคบหากัน 3 คน 4 คน หรือมากกว่านั้นก็ได้ ภายใต้การยอมรับในเงื่อนไขและข้อตกลงของกันและกัน

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ Polyamory แตกต่างจากความสัมพันธ์แบบคบกันแต่ไม่ผูกมัด (Open relationship) คือ Polyamory มีสิ่งที่เรียกว่า “การผูกมัด-การยินยอม-มีความรู้สึกรัก” รวมไปถึงเรื่องเซ็กส์ที่ทุกฝ่ายมีบทบาทในชีวิตซึ่งกันและกัน ซึ่งหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการมีใครอีกคนเข้ามาเพิ่มในความสัมพันธ์นี้ก็จำเป็นต้องมีการสื่อสารและตกลงกัน เพราะถ้าหากเป็นการแอบไปมีคนอื่นก็เท่ากับว่าเป็นการนอกใจคนรักเช่นกัน

ในขณะที่ Open relationship เป็นการที่คู่รักเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้โดยไม่ผูกมัด และไม่มีความรู้สึกในเชิงโรแมนติกเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งรวมไปถึงการไม่ผูกมัดในเรื่องเซ็กส์ด้วย ซึ่งก็เป็นความสัมพันธ์อีกแบบที่คู่รักสมัยนี้นิยมที่จะตกลงกันอีกด้วย

แล้วประเทศไทยยอมรับ Polyamory ได้แค่ไหน?

ถึงแม้ว่าจะมี #สมรสเท่าเทียม แล้ว แต่ก็ยังเป็นกฎหมายที่อยู่ในระบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamy) ซึ่งเป็นค่านิยมที่สังคมไทยยึดถือเป็นหลัก แต่หากลองนึกย้อนดูแล้ว ในสมัยก่อนกฎหมายไทยเองก็ให้สิทธิชายในการมีภรรยาได้หลายคน (Polygamy) แต่ในทางกลับกันก็ไม่ได้ให้สิทธิที่หญิงจะมีสามีได้มากกว่าหนึ่งคน แสดงให้เห็นถึงสังคมปิตาธิปไตยที่ชายและหญิงมีสิทธิและเสรีภาพที่ไม่เท่าเทียมกัน ไม่ต้องพูดถึงสิทธิของกลุ่มคนเพศหลากหลายด้วยซ้ำ เท่ากับว่าเดิมทีประเทศไทยเองก็ไม่ได้ยึดมั่นในเรื่องของการรักเดียวใจเดียวมาตั้งแต่แรก

แล้วอะไรคือความถูกต้อง

อะไรคือศีลธรรมอันดีที่ต้องปฏิบัติตาม

อะไรคือความรักที่แท้จริง

หากความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกภายในจิตใจ เราก็อาจพูดได้ว่าการรักเดียวใจเดียวก็เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์เท่านั้น เพราะความสัมพันธ์ยังมีอีกหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคนทั้งสองหรือมากกว่านั้นจะตกลงกันอย่างไร

แต่ในปัจจุบันสังคมไทยก็เริ่มแสดงความสนใจถึงการมีอยู่ของความสัมพันธ์ในรูปแบบ Polyamory บ้างแล้ว เนื่องจากมีทั้งนักร้อง ดารา อินฟลูเอนเซอร์ ที่เริ่มออกมาเปิดเผยว่าตนก็มีความสัมพันธ์ในรูปแบบดังกล่าว และมันแทบไม่ต่างอะไรจากคู่รักทั่วไปเลย พวกเขามีความรักให้กัน เอาใจใส่และดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งบางคนก็เข้าใจและมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามักจะมีการตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และการใช้ชีวิตรักอยู่บ้าง ซึ่งตราบใดที่ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ทำร้ายใคร เราก็ไม่ควรไปตัดสินความสัมพันธ์ของคนอื่น เขาจะรักกัน 3 คน 4 คน หรือ 5 คน ก็เป็นเรื่องของความรักที่คนในความสัมพันธ์นั้นยินยอมและตกลงจะอยู่ร่วมกันภายใต้เงื่อนไขที่เขาเหล่านั้นกำหนดเอง

แล้วจะเป็นไปได้ไหม…

หากความสัมพันธ์ในรูปแบบ Polyamory จะจัดตั้งครอบครัวได้?

เมื่อปี 2017 ประเทศโคลอมเบีย ได้ตรากฎหมายรับรองความสัมพันธ์ที่เรียกว่า 'throuple' หรือ ความสัมพันธ์แบบรักกัน 3 คน ให้เป็นการอยู่ร่วมกันตามกฎหมายระหว่างชาย 3 คนครั้งแรกในโลก แต่นั่นก็ไม่ใช่ทะเบียนสมรส แต่ถึงอย่างนั้นการเกิดขึ้นของความสัมพันธ์นี้ก็ถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการแต่งงานกันระหว่างคนหลายคนได้

และในปี 2025 ที่ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันถึงคุณค่าของความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการยกระดับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมขึ้นไปอีกขั้นในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เข้าสู่ยุคที่มนุษย์ต่างมีอุดมคติที่ให้ความสําคัญและตระหนักกับเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมมากขึ้น

รูปแบบความสัมพันธ์ของการมีคนรักมากกว่าหนึ่งคน แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่เรื่องผิด หากว่าความสัมพันธ์นั้นเกิดจากความยินยอมพร้อมใจ (Consent) ของคนทุกฝ่ายที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปกติสุข แล้วก็เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ขัดต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมแต่อย่างใด เพราะ Polyamory คือการมีคนรักมากกว่าหนึ่งคนโดยที่ไม่จำกัดเพศ และโดยมีพื้นฐานจากความยินยอมพร้อมใจ ภายใต้การคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม

ในความสัมพันธ์ Polyamory จึงเป็นเรื่องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์เรื่องความรักและเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องสร้างกฎเกณฑ์หรือกฎหมายบางอย่างขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวเช่นนี้

เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่ทําให้เกิดการสร้างครอบครัวที่ดีก็คือความรัก และมนุษย์มีสิทธิเสรีภาพในการที่จะรักและเลือกที่จะสร้างครอบครัวได้เอง ซึ่งรัฐไม่อาจพรากสิทธิที่จะสร้างครอบครัวของใครไปได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...