โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พลังสะอาดยังอีกไกล! หลังการใช้ ‘ถ่านหิน’ พุ่งเป็นประการณ์ เนื่องจาก 'ราคาถูก' และการมาของ 'AI' ทำให้โลกต้องการใช้พลังงานมากขึ้น

Positioningmag

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 08.49 น.

ดูเหมือนโลกจะยังไม่สามารถลดการใช้ ถ่านหิน ในการผลิตไฟฟ้าได้ในเร็ว ๆ นี้ ยิ่งการมาของAI ส่งผลให้โลกยิ่งต้องการการใช้พลังงานมากขึ้น ดังนั้น ถ่านหินจังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าเดียวที่ราคาถูก และ เสถียร แม้จะไม่ดีกับโลกก็ตาม

เลิกใช้ไม่ได้ เพราะเสถียรและถูก

ในปี 2024 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการใช้งานถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 8.77 พันล้านตัน ส่งผลให้กําลังการผลิตถ่านหินของโลกทําสถิติสูงสุดที่เกือบ 2,175 กิกะวัตต์ และมีการคาดการณ์ว่า ความต้องการถ่านหินทั่วโลกในปริมาณดังกล่าวจะยังคงอยู่ในระดับเดียวกันจนถึงปี 2027
โดยDorothy Mei ผู้จัดการโครงการของ Global Coal Mine Tracker ของ Global Energy Monitor เปิดเผยว่า ความต้องการที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจาก เอเชียขณะที่การใช้งานในฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา เริ่มลดลงอย่างมาก
โดย จีนเป็นประเทศที่มีการใช้งานถ่านหินมากที่สุดในโลก โดยคิดเป็นมากกว่า 56%และในปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าจีนนำเข้าถ่านหินเพิ่มขึ้น14.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นจำนวน 542.7 ล้านเมตริกตันเทียบกับ 474.42 ล้านตันในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ จีนยังกักตุนถ่านหินสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อเตรียมประเทศให้พร้อมสําหรับการขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาสภาพอากาศ
ด้านการใช้งานพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ คิดเป็นเกือบ 30%ของการผสมผสานไฟฟ้าของจีนในปี 2023 แต่เนื่องจากปริมาณฝนที่ลดลง ทำให้รัฐบาลจีนยังคงต้องพึ่งพาพลังงานถ่านหินเพื่อให้มั่นใจถึงความมั่นคงด้านพลังงาน
ไม่ใช่แค่จีน แต่ อินเดีย ที่กำลังมุ่งไปที่การเพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้มีความต้องการบริโภคปูนซีเมนต์และเหล็ก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาถ่านหินอย่างมาก ส่งผลให้อินเดียได้ขยายคําสั่งสําหรับนำเข้าถ่านหินสำหรับโรงไฟฟ้า
ส่วนฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง เวียดนาม คาดว่าจะ แซงหน้าไต้หวัน ในฐานะ ผู้นําเข้าถ่านหินรายใหญ่อันดับ 5 ของโลกหลังจากที่ปีที่ผ่านมา การนําเข้าถ่านหินของประเทศทําสถิติสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ส่วน อินโดนีเซีย ปีที่ผ่านมาก็ได้เพิ่มการผลิตถ่านหินเป็นประมาณ 831 ล้านตันซึ่งเป็นระดับสูงสุด
“หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การใช้งานถ่านหินยังคงสูง เป็นเพราะราคาที่ถูก เพราะหลังจากที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาก๊าซพุ่งสูงขึ้น” Ian Roper นักยุทธศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Astris Advisory Japan KK กล่าว

AI ยิ่งทำให้ใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ การมาของ AI คาดว่าจะทำให้การบริโภคไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ทําให้โลกยิ่งยากต่อการเลิกใช้ถ่านหิน เพราะเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่ เชื่อถือได้ และ ราคาไม่แพง โดยคาดว่าภายในปี 2030 ความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลที่ใช้สำหรับ AI อาจเกิน 35 GW มากกว่าสองเท่าของ 17 GW ที่บันทึกไว้ในปี 2022
คงต้องรอดูว่าจะมีอะไรมาทำให้การใช้ถ่านหินลดลงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นโลกก็ไม่อาจบรรลุข้อตกลงสภาพภูมิอากาศของปารีสปี 2015 ที่ต้องการจํากัดภาวะโลกร้อนให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และพยายามจํากัดอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันไม่ให้โลกร้อนขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพราะการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว คาดว่าการปล่อยมลพิษจะต้องลดลง 45% ภายในปี 2030 และถึงศูนย์สุทธิภายในปี 2050

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...