โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไซเบอร์แถลงทลาย 2 เครือข่ายเงินกู้ดอกโหด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 09.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บช.สอท. 26 มี.ค. – ตำรวจไซเบอร์แถลงผลทลาย 2 เครือข่ายเงินกู้ดอกโหด จับเพจรับจำนำ iCloud ดอกร้อยละ 240 ต่อปี พบเงินหมุนเวียน 3 เดือน กว่า 10 ล้านบาท พร้อมรวบอดีตนักการเมืองท้องถิ่น รับจำนำรถ-ปืน ดอกร้อยละ 120 ต่อปี

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผล “ทลาย 2 เครือข่ายเงินกู้ดอกเบี้ยโหด“ รวบ 2 ผู้ต้องหาปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

เครือข่ายแรกเป็นเพจจำนำ iCloud ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 240 ต่อปี สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบพบว่ามีเพจ Facebook ชื่อ “Care Apple Phone ซื้อขายฝาก iPhone รับซ่อมครบวงจร” โพสต์ประกาศให้กู้เงินด่วน พร้อมติดแฮชแทค #จำนำไอคราว #ฝากไอคราว #ปล่อยกู้ไอโฟน จากการสืบสวนทราบว่า เพจดังกล่าวปล่อยเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ยทั้งแบบรายวัน, รายอาทิตย์และรายเดือน โดยจะให้ผู้กู้ถ่ายรูปโทรศัพท์มือถือส่งให้ทาง Messenger เพื่อประเมินราคาโทรศัพท์ แล้วให้ล็อคเอาท์บัญชี iCloud เดิม จากนั้นก็จะล็อกอินบัญชี iCloud ใหม่ พร้อมให้รหัส iCloud กับผู้กู้ไว้ แต่หากผู้กู้ไม่ชำระเงินตามกำหนด บัญชี iCloud ก็จะถูกล็อครหัสและไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้

หลังจากประเมินราคาแล้ว ผู้กู้ก็จะถูกหักเงินงวดแรกไว้ก่อน 10% เช่น ประเมินได้ในราคา 6,000 บาท ก็จะได้รับเงินจริง 5,400 บาท โดยคิดดอกลอยเดือนละ 1,200 บาท และจำกัดส่งดอกเพียง 6 งวด โดยงวดที่ 7 จะต้องส่งเงินต้น 6,000 บาท รวมกับดอกเบี้ย 7,200 บาท คิดเป็นร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือร้อยละ 240 ต่อปี แต่หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือผิดสัญญาชำระเงินก็จะไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้

เพจ Facebook ดังกล่าว เปิดมานานเกินกว่า 1 ปี มีลูกค้าประมาณ 600 – 1,000 คน จากการตรวจสอบพบว่าภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน มีเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการจดทะเบียนนิติบุคคลชื่อ “ห้างหุ้นส่วนจำกัดแคร์โฟน 65” โดยมีนางสาวเมธาวี อายุ 26 ปี เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ แต่ไม่ได้มีการขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อเป็นนิติบุคคลแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นร้าน Care Apple Phone ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี และจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมของกลางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ / โทรศัพท์มือถือ / และเอกสารสัญญาขายฝาก

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ให้บุคคลกู้ยืมเงินเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้”

ส่วนอีกเครือข่ายเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นที่รับจำนำรถ และปืน ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 120 ต่อปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีอดีตนักการเงินท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่เมืองขอนแก่น มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้ รับจำนำรถยนต์ และอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงทำการสืบสวนตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา กระทั่งทราบว่าบุคคลดังกล่าว คือ นายศักดิ์ชาย หรือ เอส อายุ 54 ปี เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จึงได้ขออำนาจศาลตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ในพื้นที่ ต.สาวะถี อ. เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เป็นบ้านพักและโกดังของนายศักดิ์ชาย ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 2 กระบอก กระสุนปืน 54 นัด อีกทั้งยังพบหนังสือสัญญาจำนำรถ หลักฐานค้างจ่ายค่าจำนำรถ กระดานไวท์บอร์ดที่มีข้อมูลการจำนำรถ และรถยนต์ที่รับจำนำมาจากประชาชนทั่วไปอีก 18 คัน

ตรวจสอบเบื้องต้นอาวุธปืนดังกล่าวเป็นปืนมีทะเบียนไม่ใช่ของนายศักดิ์ชาย โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นของคนอื่นนำมาฝากไว้ ส่วนรถยนต์ก็รับจำนำมาเช่นกัน มีการคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน หรือร้อยละ 120 ต่อปี โดยมีการทำสัญญาทั้งแบบลายลักษณ์อักษร และสัญญาปากเปล่า เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมด และมีการแจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากการสืบสวน เบื้องต้นนายศักดิ์ชายเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้มาแล้ว ครั้งหนึ่งแต่กลับมาทำซ้ำอีก ซึ่งครั้งนี้จะมีการพิจารณาไปตามกฎหมาย และต้องนำประวัติเสนอต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาลงโทษกรณีทำผิดซ้ำต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติอีก 25 ปฏิบัติการของตำรวจไซเบอร์ สอท.1 ถึง สอท.5 ในการทลายเว็บพนัน 4 เว็บ เงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาทต่อปี, จับเครือข่ายเพจปลอม หลอกลงทุนทองฮั่วเซ่งเฮง, ขายอาวุธปืนผ่านออนไลน์ และมิจฉาชีพหลอกเป็นเข้าหน้าที่การไฟฟ้า หลอกติดตั้งแอปดูดเงิน เป็นต้น โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 28 ราย ส่งดำเนินรดีตามกฎหมาย

จากสถิติการรับแจ้งความตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึงปัจจุบัน มีการแจ้งความเฉลี่ย 937 ต่อวัน ความเสียหายกว่า 5,000 กว่าล้าน เฉลี่ยเสียหายกว่า 64 ล้านบาทต่อวัน อันดับที่ 1 ยังคงเป็นการหลอกซื้อสินค้าและบริการ.-420-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...