โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค” ปรับแผนโฟกัสเครื่องดื่มน้ำตาลน้อย-ไม่มีน้ำตาลเจาะ Gen-Z

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 10.32 น.

“ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค” จับอินไซต์ Gen-Z รักสุขภาพมองหาเครื่องดื่มน้ำตาลน้อยแต่อร่อย ดันโคลาไม่มีน้ำตาลโตแรง 3 เท่าของเครื่องดื่มทั่วไป เตรียมล๊อนซ์เครื่องดื่มน้ำตาลน้อย-ไม่มีน้ำตาลรสชาติใหม่ลงตลาดชิงมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม

นายทานุจ ชาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เติบโตอย่างต่อเนื่อง และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มน้ำตาลน้อยและไม่มีน้ำตาล สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ซันโทรี่ ในไทยมีการเติบโตเชิงมูลค่า 8.2% เติบโตเป็น 2 เท่าของตลาดเครื่องดื่มรวม มีมาร์เก็ตแชร์เติบโตเพิ่มขึ้น 2.7% โดยเฉพาะ “Cola Zero Sugar” ที่เติบโตถึง 16.1% ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตเครื่องดื่มสุขภาพที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 5% เพื่อให้ซันโทนรี่เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รักของคนไทยผ่านกลยุทธ์ ‘Must Win’ ได้แก่

1. เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลม โดยส่งผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำตาลน้อยและไม่มีน้ำตาลรสชาติใหม่ออกสู่ตลาด

2. ขยายกลุ่มนวัตกรรมเครื่องดื่ม ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพและความอร่อย โดยเฉพาะชาอู่หลงพร้อมดื่มทีพลัส และกาแฟพร้อมดื่มบอส คอฟฟี่ และสติงค์ ขยายช่องทางจำหน่ายและนำ AI ข้ามาใช้ช่วยพนักงาน รวมทั้งช่องทางที่ขยายมากขึ้นทั้งซูเปอร์ ไฮเปอร์ ร้านสะดวกซื้อเพื่อขยายช่องทางจำหนายมากขึ้น

3. สร้างความสำเร็จร่วมกับคู่ค้า ขยายฐานคู่ค้าทั่วประเทศ โดยเน้นสร้างเอนเกจเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น การสร้างความสัมพันธ์ซัพพลายเชน รีเทลเลอร์ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละช่องทางการจำหน่ายโดยใช้ AI เสริมศักยภาพการขาย

4. ส่งเสริมการเติบโตระยะยาวด้วยการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมุ่งสู่ความยั่งยืน (Insulated Long Term) เมนเทนกำลังการผลิตเครื่องดื่มเฉลี่ย 1,300 ล้านลิตรต่อปี ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำทำให้สามารถใช้น้ำเพียง 1.40 ลิตร จากทุกขั้นตอนของกระบวน พร้อมกับขยายผลการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนโดยรีไซเคิลขวดหมุนเวียนกลับมาเป็นขวดใหม่ ‘Bottle-to-Bottle Recycling’ และตั้งเป้าจะเป็นบริษัทเครื่องดื่มรายแรกในประเทศไทยที่เริ่มใช้ขวด rPET 100% ปัจจุบันมีการใช้กับเป๊ปซี่และชาอู่หลงทีพลัส 18 SKUs ลดการใช้พลาสติกใหม่มากกว่า 8,300 ตัน

5. พัฒนาองค์กรพร้อมดูแลพนักงาน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร และเปิดกว้างให้พนักงานเป็นผู้นำในองค์กร

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค

ด้าน นายอนวัช สังขะทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการพัฒนาสินค้าใหม่ ซันโทรี่ ให้ความสำคัญกับการเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคซึ่งมีหลายกลุ่มและมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป โดยเทรนด์ผู้บริโภคที่กำลังเกิดขึ้นและจะยังดำเนินต่อในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า คือ

1. ไลฟ์ไตล์ที่เปลี่ยนไปในการดูแลตัวเองมากขึ้น ท่ามกลางการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ผู้คนให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในเรื่องของงานและการให้เวลากับตัวเอง ใน 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนที่ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ Enjoy กับชีวิต และกลุ่มที่ใช้ชีวิตในบ้านแต่ก็มองหาประสบการณ์ในการรีชาร์จและเติมพลังให้ตัวเองเช่นกัน

2. Joyful Moment การให้รางวัลกับตัวเองเช่น ท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ การออกไปปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อน พักผ่อนหรือออกกำลังกาย

3. การดูแลสุขภาพมากขึ้นทั้งการออกกำลังกาย หรือแม้แต่การเลือกบริโภคหรือใช้สินค้าที่ดีต่อสุขภาพ

4. ความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ดีต่อตัวเองแต่ต้องดีต่อโลกด้วย ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ให้ความสนใจกับการเลือกซื้อสินค้าที่ดีต่อโลก

5. Value for Money ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคคนไทยมีความกังวลและระมัดระวังในการใช้จ่ายอยู่แล้ว แต่ปีนี้จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

6. Digitalization และ AI ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ support ทั้ง 5 เทรนด์ที่เกิดขึ้นในการค้นหาข้อมูลและค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ

ขณะเดียวกันเทรนด์เครื่องดื่มในปี 2025 เครื่องดื่มโคลาหรือน้ำดำก็ยังเป็นอันดับ 1 คนไทยดื่มโคลาเยอะมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนของ “น้ำอัดลมโคล่า” มีสัดส่วนกว่า 72% และมีสัดส่วน 38% ของเครื่องดื่มทั้งหมด

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค

ขณะที่เทรนด์ที่เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องคือ เครื่องดื่ม“โคลาไม่มีน้ำตาล” ซึ่งเติบโตมากกว่า 3 เท่าของเครื่องดื่มทั่วไป เช่นเดียวกับ “Healthy Sport Drink ” ก็เติบโตค่อนข้างเยอะถึง 2.4 เท่า โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีน้ำตาลที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ “ชา กาแฟพร้อมดื่ม” ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องสวนทางกับการคาดการณ์ว่าจะชะลอตัว ขณะเดียวกันมีการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในแง่ของสินค้าใหม่ และโปรโมชั่น สุดท้าย “เครื่องดื่มให้พลังงานแบบใหม่” หรือ Modern Energy Drink ซึ่งเติบโตอย่างมากในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมาถึง 5% หลาย ๆ แบรนด์เริ่มเข้ามาจับตลาด Energy Drink แบบซ่าหรือผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ ในรูปแบบ Packaging ที่แปลกใหม่

“เราวาง Portfolio Strategy สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคและเทรนด์ตลาดเครื่องดื่ม โดยลงไปเล่นในเกือบทุก Category ทั้งเครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มให้พลังงาน ชา กาแฟพร้อมดื่ม ไฮเดรชั่น และเกลือแร่

โดยเครื่องดื่มน้ำอัดลมเรามี PEPSI เป็นแบรนด์เรือธงในระยะ 3-5 ปีที่ผ่านมาเติบโตทั้ง วอลลุ่ม ยอดขายและแบรนด์ที่คนรักมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะกลุ่ม Gen-Z นอกจากการ Connect กับลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกันก็จะมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัว เป๊ปซี่-โคล่า อุเมะ ลงตลาด

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ เป๊ปซี่เป็นแบรนด์ที่ไปนั่งอยู่ในใจผู้บริโภคได้ ซึ่งต้องสร้าง Engagement เยอะ ๆ ทำให้คนรู้สึกว่าสามารถ Connect กับแบรนด์ได้มากขึ้น ผ่านกิจกรรมทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ในช่วงซัมเมอร์ยาวไปจนถึงสิ้นปี ขณะเดียวกันเรายังมีเครื่องดื่มอัดลมอย่าง มิรินด้า และ 7Up ซึ่งปีนี้จะมีแบรนด์ใหม่และสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด”

ในส่วนของเครื่องดื่ม Energy Drink มีแบรนด์ “สติงค์” ซึ่งปัจจุบันเป็นเบอร์ 2 ของตลาด Modern Energy และมีแบรนด์ เกเตอเรด เครื่องดื่มเกลือแร่ ในเซ็กเมนต์ Healthy Hydration ซึ่งเติบโตได้ค่อนข้างดีตามเทรนด์สุขภาพ

ขณะที่พอร์ตชาพร้อมดื่มมี 2 แบรนด์คือ ลิปตัน ซึ่งปัจจุบันเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เด็กลงได้มากขึ้น ส่วน ทีพลัส เข้าไปจับอินไซต์คนที่คอนเซิร์นเรื่องสุขภาพแต่ต้องอร่อย

สุดท้าย บอสคอฟฟี่ เแบรนด์กาแฟพร้อมดื่มอันดับ 1 ของญี่ปุ่นที่บริษัทนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมีการเติบโตได้อย่างน่าพอใจ ล่าสุดล๊อนซ์โพรดักซ์ใหม่ BOSS Coffee Yuzu Black ที่ค่อนข้างแปลกในตลาดและยังไม่มีใครทำ

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค

“นอกจากนี้เราก็ยังมองหา Consumer Trend ใหม่ ๆ ต่อเนื่อง ประกอบกับ Category เดิมที่จะเห็นว่าเริ่มมีความเบลอขึ้นเรื่อย ๆ เช่น น้ำอัดลมผสมกับชา กาแฟผสมน้ำผลไม้ ซึ่งเราพยายามมองหา Opportunity ใหม่ ๆ”

ทั้งนี้ ปัจจุบัน PEPSI ครองมาร์เก็ตแชร์ตลาดเครื่องดื่มน้ำดำ 39% คาดว่าสิ้นปีนี้มาร์เก็ตแชร์จะเติบโตที่ประมาณ 40% และคาดว่าจะเติบโตกว่าตลาด 2 เท่าเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา และครองสัดส่วนยอดขายของ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ถึง 75% แต่คาดว่าใน 3 ปีข้างหน้า PEPSI จะมีสัดส่วนลดลงเหลือ 70% ของพอร์ต โดยจะเพิ่มสัดส่วนยอดขายฝั่ง No-Sugar และ นอน คาร์บอเนต รวมถึงไปเติบโตในมุมของ Value Added เช่น Sparkling Tea หรือ Energy Drink ใหม่ ๆ

“ผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นสตาร์ของคือ “สติงค์” ซึ่งเราเห็น Potential การเติบโตได้ดี ตอนนี้เริ่มติดตลาด มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น รวมถึง “ทีพลัส” ชาพร้อมดื่มที่มีศักยภาพที่ดีด้วยเทรนด์ของเฮลตี้ นอกจากนี้ขยาย “ลิปตันซ่า” ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี คาดว่าในระยะ 3-5 ปีข้างเซกเมนต์ นอน คาร์บอเนต จะเป็นกลุ่มที่เติบโตมากขึ้น

ความต้องการของผู้บริโภคตอนนี้เทรนด์มุ่งไปที่สุขภาพ เรามีการปรับสูตรเครื่องดื่มค่อย ๆ ลดน้ำตาลลงเพื่อคงคุณภาพและรสชาติที่ดี ในทางกลับกันก็ต้องให้เวลากับผู้บริโภคปรับลิ้นให้ชินกับเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยลงด้วย”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...