โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“จีน ระงับสั่งซื้อถั่วเหลือง-ข้าวโพดจากสหรัฐ หันซื้อจากบราซิลแทน เกษตรกรสหรัฐเรียกร้องรัฐบาลเจรจา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 04.32 น.

"จีน" ระงับสั่งซื้อถั่วเหลือง-ข้าวโพดจากสหรัฐ หันซื้อจากบราซิลแทน ส่งผลให้ความต้องการถั่วเหลืองบราซิลพุ่งสูงและกระทบราคาตลาดโลก ด้านเกษตรกรสหรัฐเร่งเรียกร้องรัฐบาลเจรจา

วันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 05.03 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า จีนได้ระงับการสั่งซื้อถั่วเหลืองและข้าวโพดจากสหรัฐตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีนมีเป้าหมายเพื่อลดการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ และหันไปซื้อจากประเทศอื่น เช่น บราซิล เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอุปทาน

การตัดสินใจนี้มีลักษณะเหมือนกับการตอบโต้ต่อเกษตรกรอเมริกันและกลุ่มต่าง ๆ ที่สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเริ่มสงครามการค้ากับจีนในสมัยแรกที่ดำรงตำแหน่ง และได้ประกาศมาตรการภาษีต่อหลายประเทศนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว

ข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมเป็นต้นมา ไม่มีคำสั่งซื้อถั่วเหลืองและข้าวโพดใหม่จากบริษัทจีนเลย โดยแม้บางสัญญาจะไม่ระบุปลายทางแน่ชัด แต่ก่อนหน้านั้นมีคำสั่งซื้อมาจากธุรกิจจีนต่อเนื่องทุกเดือนจนถึงเดือนธันวาคม

ทรัมป์ให้คำมั่นในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2567 ว่าจะกำหนดภาษี 60% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนทั้งหมด และตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนเมษายน รัฐบาลทรัมป์ได้เพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจีนถึง 145%

ในเดือนมีนาคม จีนได้ตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นถึง 15% สำหรับถั่วเหลือง ข้าวโพด ไก่ และสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐ

สำหรับจีน บราซิลกลายเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญแทนสหรัฐ Mauricio Buffon ประธานสมาคมผู้ปลูกถั่วเหลืองบราซิล เปิดเผยว่า จีนได้ลงนามในสัญญาซื้อถั่วเหลืองอย่างน้อย 2.4 ล้านตันภายในสัปดาห์เดียวในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณที่จีนบริโภคในหนึ่งเดือน ถือเป็นคำสั่งซื้อจำนวนมหาศาล

นับตั้งแต่สงครามการค้าในสมัยแรกของทรัมป์ จีนได้ลดการพึ่งพาถั่วเหลืองจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 สหรัฐมีสัดส่วนเกือบ 40% ของการนำเข้าถั่วเหลืองของจีน แต่ในปี 2567 ตัวเลขลดลงเหลือประมาณ 20% ขณะที่ส่วนแบ่งของถั่วเหลืองบราซิลเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 70%

ทั้งนี้ความต้องการถั่วเหลืองจากบราซิลที่พุ่งสูงได้ผลักดันให้ราคาพุ่งตามไปด้วย โดยในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ราคาถั่วเหลืองบราซิลมักสูงกว่าราคาฟิวเจอร์สที่ตลาดชิคาโก ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงทั่วโลก ราว 10% ทั้งที่ปกติช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ราคาถั่วเหลืองบราซิลจะถูกกว่าเนื่องจากมีอุปทานมาก

Hideki Hattori นักวิเคราะห์ธัญพืชชั้นนำของบริษัท Nippn ในญี่ปุ่น กล่าวว่า ความต้องการถั่วเหลืองบราซิลสูงขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการขึ้นราคาและขาดแคลนน้อยกว่าสินค้าจากสหรัฐ

ขณะเดียวกันจีนยังพยายามลดการนำเข้าสินค้าเกษตรอื่น ๆ จากสหรัฐด้วย โดยข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรทั่วไปของจีนระบุว่า การนำเข้าฝ้ายดิบจากสหรัฐในเดือนมีนาคม ลดลงถึง 90% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนการนำเข้าข้าวสาลีจากสหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2568 มีเพียง 1% ของปริมาณที่นำเข้าในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นอกจากนี้จีนยังลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐลง 30% ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ตามการดำเนินการของจีนสร้างความกังวลให้กับเกษตรกรสหรัฐอย่างมาก Caleb Ragland ประธานสมาคมถั่วเหลืองแห่งสหรัฐ (American Soybean Association) ได้ส่งจดหมายถึงทำเนียบขาวในเดือนนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์เร่งเจรจากับจีนเพื่อบรรลุข้อตกลงโดยเร็ว

สมาคมถั่วเหลืองฯ ประเมินว่า สงครามการค้าในสมัยแรกของทรัมป์ทำให้ภาคเกษตรกรรมสหรัฐสูญเสียรายได้ราว 26,000 ล้านดอลลาร์ และสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในจีนไปมากกว่า 10%

อ้างอิง : nikkei.com

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...