โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

USAID ถูกสั่งปิด จ่อทำลายแผนร่วมมือ Indo-Pacific จีนอาจฉวยยื่นมือเข้าแทรก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 06.28 น.

ผู้เชี่ยวชาญชี้ USAID ถูกสั่งปิด จ่อทำลายแผนความร่วมมือต่าง ๆ ใน อินโด-แปซิฟิก ชี้หลายประเทศจะได้รับผลกระทบ ซ้ำ จีน อาจยื่นมือเข้ามาแทนที่สหรัฐ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า การเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐ นำโดยนายอีลอน มัสก์ หัวหน้าสำนักงานควบคุมประสิทธิภาพของรัฐบาลสหรัฐ (Department of Government Efficiency) หรือ DOGE ในการปิดหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (USAID) ได้สร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่พัฒนาเอเชีย ซึ่งหวังว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐเพื่อจัดหาทางเลือกอื่นแทนความช่วยเหลือของจีนในภูมิภาคนี้

ตัวแทนจากหน่วยงานพัฒนาเอเชียประจำกรุงวอชิงตันดีซี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวนิกเกอิเอเชียว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันมาก ซึ่งการประสานงานนโยบายการพัฒนากับพันธมิตรและหุ้นส่วน เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์อินโด-แปซิฟิกของรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยในการประชุมสุดยอดที่แคมป์เดวิดเมื่อเดือนส.ค.2566 ผู้นำสหรัฐ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการประสานงานนโยบายการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในอินโดแปซิฟิก และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

“เรามุ่งมั่นที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ระดมเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นผ่านความร่วมมือไตรภาคีระหว่างสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของเรา” สหรัฐ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ประกาศในแถลงการณ์ร่วม

ในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันดีซีอย่างเป็นทางการของ นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในเดือนเม.ย. 2568 นั้น เขากับนายไบเดน ได้ประกาศการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหม่ และความพยายามในการจัดตั้งปลัดกระทรวงการต่างประเทศและรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานงานการทูตระดับโลก

“เป้าหมายคือการนำเสนอทางเลือกที่เป็นไปได้ สำหรับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาของจีน โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของพันธมิตรที่มีแนวคิดเหมือนกัน” เจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาของเอเชีย กล่าว

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวมีท่าทีว่ากำลังตกอยู่ในความเสี่ยง โดยสำนักงานใหญ่ของUSAID ณ กรุงวอชิงตันดีซี ได้ปิดทำการในวันจันทร์ (3 ก.พ.) และเจ้าหน้าที่ได้รับอีเมลแจ้งให้ทำงานอยู่ที่บ้าน และมีสมาชิกพรรคเดโมแครตและประชาชนจำนวนมากออกมาถือป้ายประท้วงการตัดสินใจดังกล่าว

นายเจอร์รี คอนโนลลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตประจำรัฐเวอร์จิเนีย และสมาชิกอาวุโสของคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปรัฐบาลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ออกมาประณามนายมัสก์ โดยกล่าวว่า เป็นมหาเศรษฐีที่ได้ตำแหน่งโดยไม่ได้รับการเลือกตั้ง และไม่มีคุณสมบัติที่จะกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ พร้อมกล่าวว่าพวกเขาจะต่อสู้ในเรื่องนี้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นผ่านศาล ความคิดเห็นของสาธารณชน เวทีปราศรัย รัฐสภา และด้านหน้าสำนักงานUSAID

“หน่วยงานนี้จัดตั้งขึ้นโดยรัฐสภา ผ่านกฎหมายว่าความช่วยเหลือต่างประเทศ ปี 2504 (Foreign Assistance Act of 1961) หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานนี้ คุณต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมาย” นายคอนโนลลีกล่าวเสริม

นอกจากนี้แล้วนายทรัมป์ ได้แต่งตั้ง นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ดูแลUSAID ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การควบรวมหน่วยงานนี้เข้ากับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองซานซัลวาดอร์ ของเอลซัลวาดอร์ นายรูบิโอได้วิพากษ์วิจารณ์USAID ว่าเป็นหน่วยงานที่ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ

ทั้งนี้ นายอานิต มุกเฮอร์จีน นักวิจัยอาวุโสประจำสำนักงานสหรัฐอเมริกาของมูลนิธิ Observer Research Foundation ของอินเดีย เตือนว่าการหยุดให้ความช่วยเหลือจากสหรัฐจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศต่าง ๆ ในเอเชียใต้ รวมถึงบังกลาเทศ อัฟกานิสถาน เนปาล และเมียนมาร์ โดยบังกลาเทศจะได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ เนื่องจากโครงการต่าง ๆ มากมายต้องพึ่งพาเงินทุนจากUSAID

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...