โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“นครพนมคึกคัก! เกษตรกรปลูกกะหล่ำห่อ ฤดูหนาวนี้ผลผลิตพุ่ง สร้างรายได้ไร่ละ 1-2 แสนบาท”

77kaoded

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 04.52 น. • 77Kaoded

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่จังหวัดนครพนม พื้นที่เกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเมือง กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกกะหล่ำห่อในช่วงฤดูหนาว ซึ่งปีนี้สภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตงอกงาม โตเร็ว และให้ผลผลิตสูงถึงไร่ละ 3-4 ตัน สร้างรายได้ให้เกษตรกรไร่ละกว่าแสนบาท กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญของชุมชน

นอกจากนี้ สวนกะหล่ำห่อยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนทางธรรมชาติ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเพื่อชมความสวยงามของสวนผักฤดูหนาว และซื้อผลผลิตไปปรุงอาหารสดๆ จากสวน โดยเฉพาะในปีนี้ อบต.ดงขวาง ร่วมกับชุมชน ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดพื้นที่ถ่ายรูป เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติริมโขง พร้อมซื้อผลผลิตสดๆ จากสวน สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน

นายฉลอง ธนาสิน เกษตรกรวัย 70 ปี จาก ต.บ้านกลาง อ.เมือง นครพนม เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูหนาวทุกปี เกษตรกรริมโขงจะหันมาปลูกพืชผักสวนครัว โดยเฉพาะกะหล่ำห่อ ซึ่งปีนี้สภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ทำให้พืชผักโตเร็ว ใช้เวลาเพียง 45 วันก็สามารถเก็บผลผลิตได้ ผลผลิตต่อไร่สูงถึง 3-4 ตัน และมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวนในราคากิโลกรัมละ 5-7 บาท สร้างรายได้ให้เกษตรกรไร่ละ 1-2 แสนบาท ถือเป็นรายได้ที่ดีมากสำหรับเกษตรกรในพื้นที่

ทั้งนี้ การปลูกกะหล่ำห่อไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนพื้นที่ริมโขงมากขึ้น สร้างความคึกคักให้กับชุมชน และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามและน่าสนใจในฤดูหนาวนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...