โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

สู้ราคาน้ำมันไม่ไหวแล้ว!! ใครอยากติดแก๊สต้องมาอ่านก่อน!!

Car2day

อัพเดต 08 มี.ค. 2565 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2565 เวลา 09.36 น. • Car2Day

จากสถานการณ์สงครามกลางโลก ระหว่าง รัสเซีย - ยูเครน ไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่าย ๆ ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ราคาน้ำมันในบ้านเราที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย แถมยังขึ้นราคาเป็นรายวันแบบนี้ ทำให้หลายคนตัดสินใจอยากจะเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า เริ่มสนใจการนำรถไปติดตั้งแก๊สกันมากขึ้น 

 

ซึ่งก็ต้องใช้ชีวิตสู้กับ ราคาน้ำมัน ต้องปรับตัวกันยกใหญ่และในที่นี้ก็ยังคงมีทางเลือกสำหรับผู้ที่จะต้องการประหยัดค่าน้ำมัน นั่นคือการ “ติดแก๊ส” ไม่ว่าจะเป็น LPG NGV CNG ซึ่งข้อดีคือมีราคาถูกกว่าน้ำมันมาก และก็ตามมาด้วยข้อเสียที่ต้องแลกมาด้วยเช่นกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับคนที่คิดจะนำรถไปติดแก๊ส Car2Day จะมาขอยกตัวอย่างข้อดีข้อเสียให้ได้ดูกันว่าควรติดดีหรือไม่

รัสเซีย ยูเครน

ข้อดีของการติดแก๊ส

  • ประหยัดค่าน้ำมัน เพราะราคาแก๊สนั้นถูกมาก และระยะเวลาการวิ่งก็พอๆกับการใช้น้ำมันเหมือนกัน ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของน้ำมันจึงหันมาสนใจติดแก๊สกันมากขึ้น จะเห็นได้ว่า รถแท๊กซี่ส่วนใหญ่ในบ้านเรานั้นก็ติดแก๊สเกือบ 95% หรือแทบจะทุกคันเลยด้วยซ้ำ การนำรถไปติดแก๊สจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก โดยก่อนหน้านี้พลังงานทดแทนที่ได้รับความนิยมคือแก๊สโซฮอล ที่มาสู้ในเรื่องของราคาน้ำมันโดยเฉพาะแล้วการติดแก๊สตามมาอีกที ซึ่งถูกกว่าแก๊สโซฮอลประมาณ 5-10 บาท
  • จำนวนสถานบริการเติมแก็สทั่วถึง ในปัจจุบันหลังจากการติดแก๊สเป็นที่นิยมมากขึ้น ก็มีสถานีให้บริการแก๊ซเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน หาเติมง่าย สะดวกทุกที่ทั่วประเทศ

ข้อเสียของการติดแก๊ส

  • ค่าติดตั้งมีราคาสูง ซึ่งการที่จะเปลี่ยนไปเป็นรถเติมแก๊สได้นั้นก็ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริม และค่าการติดตั้งนั้นมีราคาสูงพอสมควร บางทีเคลมว่าของตัวเองดีกว่า ก็มีค่าใช้จ่ายสูงไปถึงเกือบ 5 หมื่นบาทก็มี ถูกๆหน่อยก็ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท ซึ่งถือว่าแพงมาก ลองมองเปรียบเทียบว่าหากนำจำนวนเงินตรงนี้ไปเติมน้ำมัน ลองคิดดูว่าจะได้สักกี่ลิตร และที่สำคัญก็จะต้องมีการปรับจูนตั้งค่าอะไรต่างๆ อยู่เป็นประจำ ก็จะมีค่าใช้จ่ายตามมาอีก เช่น มีความสั่นของเครื่อง วาล์วดันหลวม ซึ่งส่งผลเสียต่อรถได้ในระยะยาว
  • เครื่องยนต์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ระบบของแก๊สนั้นเป็นมีความร้อนที่ใช้ในการเผาไหม้สูงกว่าการใช้น้ำมัน ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้น เป็นเหตุให้อายุการใช้งานของรถนั้นไม่ยาวกว่าการใช้น้ำมันปกติ เพราะเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนความร้อนได้สูงมากนั้น เมื่อได้รับความร้อนจากการเผาไหม้ของแก๊สเข้าไป ทำให้ระบบการถ่ายเทความร้อนของเครื่องทำงานหนักเกินไป จึงส่งผลให้เครื่องยนต์พังเร็วนั่นเอง
  • การติดแก๊สฉุดราคาลดลงหากนำไปขายต่อ วงการรถยนต์มือสองนั้นรู้กันดีอยู่ว่า การติดแก๊สนั้น อัตราค่าเสื่อมสภาพจะตกลงไปมาก ราคาของรถที่ติดแก๊สมานั้นหากนำไปขายต่อจะถูกกดราคายับกว่าปกติเลยทีเดียว หากคุณคิดว่าไม่ได้จะใช้รถในระยะยาว และต้องการขายในอนาคต ตัวเลือกในการติดแก๊สอาจจะไม่ใช่ทางที่ดี ไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน เพราะการที่ผู้ใช้รถต้องการซื้อรถมือสอง ก็ต้องคำนึงถึงเครื่องยนต์ก่อนเป็นหลัก หลังจากนั้นตามมาด้วยสภาพรถ ซึ่งตรงนี้ถือว่าคะแนนตกไปแล้ว
  • มีโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่า เช่น แก๊สรั่ว หากไปเจอกับประกายไฟ ก็อาจจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้นได้ หรือหากเกิดการชนกัน ในด้านที่ติดถังแก๊ส โอกาสในการระเบิดก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในกรณีแบบนี้ การช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ในรถนั้นจะทำได้ยากกว่า เพราะแก๊สนั้นถือเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีและติดไฟลุกลามได้เร็วด้วย

แก๊ส

หลายคนอาจจะมองว่าการนำรถไปติดตั้งแก๊ส อาจจะคุ้มค่ากว่า ประหยัดค่าเดินทางมากกว่า แต่ก็ต้องเอามาเปรียบเทียบกับข้อเสียอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า เหมาะสมกับการใช้รถของคุณหรือไม่ ถ้าให้มองอีกมุมคือ รถขับขี่ปกติจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาต่างจากรถสาธารณะ คือ รถใช้เองจะมองถึงคุณภาพมากกว่า เช่น ความคุ้มค่าของน้ำมัน ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ระยะยาว การขายต่อ แต่ถ้าอย่างพวกรถสาธารณะแท๊กซี่ พวกนี้เค้ามีความจำเป็นในการที่จะต้องลดต้นทุนในการใช้งานบริการ เพื่อเพิ่มรายได้ อันนั้นอาจจะคุ้มค่ากว่า

ดังนั้น ก่อนที่คุณจะนำรถไปติดตั้งแก๊สนั้น จะต้องตัดสินใจให้รอบครอบ มองไปหลายๆด้าน ของการใช้งานและความเหมาะสมในชีวิตจริง คำนึงถึงความคุ้มค่า ส่วนต่างค่าใช้จ่ายและรายได้ที่ต้องการจะประหยัดจริงๆ และรวมไปถึง การทำประกันภัย การครอบคลุมรถติดแก๊สและรถน้ำมันก็มีเงื่อนไขต่างกันเยอะพอสมควร ความปลอดภัยหากเกิดอุบัติเหตุนั้นก็เสี่ยงมากกว่าการใช้รถน้ำมันปกติ ยังไงก็ลองพิจารณาดูกันให้ดีสักนิดนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...