[นิยายแปล] สดุดีมหาราชา
ข้อมูลเบื้องต้น
[ นิยาย สดุดีมหาราชา ] [ ประพันธ์โดย : 乱世狂刀 ] [ แปลภาษาไทยโดย : Pleosuriya ][ เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : 纵横中文网 ( Zongheng Zhongwen Wang ) ] [ ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Co.,LTD (Kawebook) ]
ชายหนุ่มผู้เป็นนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งได้มาอยู่ในร่างของราชา บนดินแดนต่างโลก ….แต่ทว่าทุกคนกลับตราหน้าราชาผู้นี้ว่าเป็น "ราชาขยะ"
อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าตน ครอบครองความสามารถพิเศษ ที่ทำให้เข้าไปในโลกของเกม Diablo
และใช้สกิลจากโลกนั้น พัฒนาความสามารถของร่างที่เป็นราชาได้อีกด้วย จากราชาขยะ ในสายตาผู้คน กลับกลายเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ ที่ผู้คนต่างสรรเสริญในชั่วข้ามคืน พบเรื่องราวของการเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่! ได้ในเรื่อง "สดุดีมหาราชา"
-----------------------------
สุดพิเศษ!! มันส์ไม่มีสะดุด จัดเต็มความสนุกแบบต่อเนื่องด้วยการแจกตอนฟรีกันแบบฟินจุใจทุกวัน วันละ 2 ตอนกันไปเลยให้คุณนักอ่านทุกคนได้ฟินเต็มอิ่มกันแบบยาวๆ _
เล่มที่1 บทที่ 1 ฉันคือราชา?
“อันตราย!? คุ้มครองฝ่าบาทเร็วเข้า!”
ทันใดนั้นหูของเขา ก็ได้ยินเสียงบางคนกรีดร้องเสียงแหลมเหมือนแม่ไก่ที่ทำไข่หาย
ซุนเฟยถูกเสียงเอะอะโวยวายปลุกให้ตื่นขึ้นทำให้เขาลืมตาอย่างสะลึมสะลือ
ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับลูกธนูดอกหนึ่งที่แหลมคมแวววาวส่องประกายเยียบเย็น ฝ่าอากาศแผดเสียงแหลมจนแสบหู พุ่งมาทางด้านหน้า
“เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไอ้บ้าคนไหนมันยิงฉันเนี่ย!?”
เมื่อซุนเฟยตั้งสติได้ ก็ต้องตกใจจนถึงกับขนหัวลุก
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาก็ถูกยิงซะแล้ว
‘แกร๊ง’ ——!
เสียงสะท้อนของลูกธนูแหลมคมปะทะเข้ากับหมวกดังขึ้น
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉับพลันซุนเฟยก็รู้สึกว่าโลกเริ่มหมุนหูสองข้างได้ยินเสียงดังกึกก้อง มีดาวน้อยๆสีทองนับไม่ถ้วนบินไปมาอย่างซุกซนๆ อยู่ตรงหน้า เปรียบดั่งตุ๊กตาของเล่นที่ถูกปืนใหญ่กราดยิงก็มิปานก่อนจะหงายหลังล้มอย่างรวดเร็ว
“อ่า…แม่งเอ๊ย!”
เขาร้องอย่างเจ็บปวด เขาเชื่อว่าท่าตกของตัวเองตอนนี้มันต้องน่าเกลียดมากแน่ๆ
“โอ้ พระเจ้า!?ราชาถูกยิง! ช่วยพระองค์เร็ว!”
“ทหาร รีบประคองตัวราชาไว้….”
“แอนดี้! แอนดี้!! เจ้ามัวแต่ยืนตะลึงอยู่ทำไม รีบไปเชิญพ่อมดมารักษาเร็ว…”
“ระวัง!? ไอ้พวกสารเลวชุดดำด้านล่างพวกนั้นจะเริ่มโจมตีแล้ว…”
“แย่แล้ว! แย่แล้ววว!!ใครก็ได้บอกข้าที ทำไมไอ้พวกชั่วเหล่านั้นถึงมีบันไดยึดเมือง!”
“ระวัง!! พลธนูเตรียม…ยิง!”
เสียงฝีเท้าที่วุ่นวายและเสียงกรีดร้องที่อึกทึกดังขึ้น ซุนเฟยที่ยังลอยกลางอากาศก็ฉุกคิดขึ้นมาด้วยความสับสน:ราชา?พ่อมด?พลธนู?โจมตี?ที่นี่คือที่ไหนกัน?หรืออยู่ในกองถ่ายละคร?นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หลังจากที่ผ่านไป 0.01วินาที ในที่สุดเขาก็หล่นถึงพื้น———
ก้นเป็นอย่างแรกที่กระแทกลงบนพื้นแข็งๆอย่างจัง แล้วก็โชคร้ายที่หมวกบนศีรษะกระแทกเข้ากับวัตถุที่ยื่นออกมาอย่างรุนแรง
ทันใดนั้น ตรงหน้าก็มีดาวน้อยๆสีทองบินรอบๆเป็นวงกลมอย่างซุกซนมากขึันเรื่อยๆ ตามด้วยเสียงความวุ่นวายบริเวณรอบๆที่ยิ่งดังขึ้น สติของซุนเฟยเริ่มจะพร่ามัว
“ราชา?ทำไม….ดูเหมือนกำลังพูดถึงฉันนะ?”
“แต่ช่างแม่ง! ใครเกี่ยวข้องอะไรกับราชาตูดหมึกกัน! อย่าให้รู้นะว่าเป็นไอ้ชั่วที่ไหนมันยิงใส่ ฉันจะฆ่ามันแน่ คอยดู!”
เขาคิดอย่างมึนงง
เพิ่งจะลืมตาขึ้นก็ถูกคนยิงธนูใส่หัว ซุนเฟยทั้งตกใจทั้งโมโห อดไม่ได้ที่จะด่ากราดในใจ
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามายังทั่วร่างเขา เขานอนหงายหลังอยู่บนพื้นดูเหมือนหนูแฮมเตอร์ที่กินยา ‘วาร์ฟาริน’ เกินขนาด ข้อเท้าเกร็งและชักอยู่สักพักก่อนจะหมดสติไป
……
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
ซุนเฟยก็ตื่นขึ้นมา
จะพูดให้ถูกคือ สติค่อยๆฟื้นฟูขึ้นเล็กน้อย
ซุนเฟยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนนอนอยู่ในเมฆที่อ่อนนุ่ม แต่ร่างกายกลับรู้สึกเจ็บปวดมึนชาไปทั้งร่าง จนไม่สามารถที่จะขยับได้ บริเวณหน้าผากและหลังศีรษะยังคงวิงเวียน เหมือนถูกคนตีนับสิบๆทีอย่างรุนแรง ดวงตาของเขายังลืมไม่ขึ้น แต่ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกระซิบกระซาบอยู่ข้างๆ
ฟังดูแล้วเป็นเสียงผู้หญิงสองคน
“พี่แองเจล่า พี่นี่โง่จริงๆ….ถ้าให้ฉันพูดนะ ทำไมพี่ต้องห่วงชีวิตเขาด้วย ถ้าเขาตาย พี่ก็จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองแซมบอร์ดอย่างง่ายดาย…หึๆ แบบนี้ก็ไม่ต้องแต่งงานกับเจ้าโง่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอย่างเจ้าหมอนี่แล้ว…หึๆ”
เสียงที่ได้ยินนั้น ไพเราะน่าฟังเหมือนสาวน้อยที่อายุ14-15 ปี
“หุบปาก!”
เสียงผู้หญิงที่นุ่มนวลอีกคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นอย่างโกรธเคืองเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เงียบไป ดูเหมือนว่าจะปรับอารมณ์ตัวเองได้แล้วจึงพูดเสียงแผ่วเบาว่า “เจมม่า น้องสาวผู้โง่เขลาของพี่ น้องรู้ไหมว่าตัวเองพูดจาไร้สาระอะไรลงไป?หลังจากนี้อย่าให้พี่ได้ยินคำพูดไร้สาระแบบนี้อีก….ไม่ว่าอย่างไร อเล็กซานเดอร์ก็เป็นคู่หมั้นของพี่!”
“อเล็กซานเดอร์?เจ้าคนโชคร้ายที่ถูกสาปแช่งคนนี้เป็นใคร?”
ฟังถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็เกิดเครื่องหมายคำถามอยู่ในหัวและยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์
ทันใดนั้นก็มีกลิ่นหอมจางๆ ลอยแตะข้ามาในจมูก เหมือนกล้วยไม้ยูเรเชียนที่สวยงาม ยอดเยี่ยมเกินที่จะพรรณนาออกมา
กลิ่นของหญิงสาวซุนเฟยรู้สึกหวั่นไหว
ในฐานะที่เป็น ‘ผู้ชำนาญสาวงามทั้งสี่ประการระดับผู้อาวุโส’ ซึ่งมีหลักการ มีอุดมการณ์ มีคุณภาพ มีวัฒนธรรม ซุนเฟยแทบจะไม่ต้องคิด เพียงพริบตาเดียวก็ตัดสินออกมาได้เลย เขามั่นใจมากในความสามารถด้านนี้ของตัวเอง
ซุนเฟยพยายามอย่างหนักที่จะลืมตาขึ้นมาทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าทำให้ซุนเฟยต้องประหลาดใจ
เพราะเขาแปลกใจที่ได้พบว่า ตัวเองอยู่ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบยุคกลางของยุโรป กลิ่นไม้จันทร์อันหอมสดชื่นที่หอมอบอวลไปทั่วอากาศและเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามพร้อมกับการตกแต่งที่งดงามมันทำให้ห้องโถงนี้เต็มไปด้วยสีสันที่เหมือนกับความฝัน
เขาตกใจ เงยหน้าขึ้นมาสังเกตรอบๆอย่างเงียบๆ
มีผู้หญิงท่าทางสง่างามอยู่สองคน คนหนึ่งอยู่ใกล้คนหนึ่งอยู่ไกล ปรากฏในสายตาของซุนเฟย
คนที่ยืนอยู่ไกลเล็กน้อยเป็นสาวน้อยผู้ที่สวมชุดเมด เธอมีผมสีทองอ่อนๆหวีเป็นหางม้าแล้วมัดรวบไว้ด้านหลัง ริมฝีปากน้อยๆเบะออก สีหน้าดูไม่มีความสุข
สาวน้อยคนนี้น่าจะเป็นคนที่พูดคาดหวังให้ผู้เคราะห์ร้ายที่ชื่ออเล็กซานเดอร์คนนั้นตายไวๆ เมื่อกี้ ซุนเฟยจึงอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมอง เด็กอายุน้อยแต่ปากร้าย อย่างที่เขาว่ากันว่าพิษร้ายที่สุดคือจิตใจของผู้หญิง
เขาเหลือบสายตาไปมองบริเวณใกล้ๆ
ซุนเฟยพบว่าตัวเองเหมือนหมูตายที่นอนอยู่บนเตียงคิงไซส์สีแดงขอบทองหลังหนึ่ง พนักพิงศีรษะเป็นเบาะกำมะหยี่อ่อนนุ่มและมีสาวงามสวมชุดกระโปรงเอวสูงสีม่วงนั่งอย่างกระวนกระวายอยู่ข้างเตียง
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
ผมยาวสลวยคล้ายหมึก ใช้ผ้าไหมสีม่วงมัดรวบผมไว้ด้านหลัง ท่าทางเคร่งขรึมและจิตใจขาวสะอาดเหมือนหงส์ภายใต้เส้นผมสีดำที่ปรากฏออกมาได้ขับให้ชุดกระโปรงเอวสูงสีม่วงให้เด่นขึ้น เส้นเว้าเส้นโค้งที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรจะมีถูกขับให้โดดเด่นมีชีวิตชีวา เปล่งปลั่งจนน่าตกตะลึง
หญิงงามคนนี้โน้มตัวลงมาเล็กน้อย
ซุนเฟยกระพริบตา สายตาของเขา ปรับให้คุ้นชินลูกไม้สีม่วงที่ทำอย่างละเอียดและเสื้อคอวงกลมคว้านเข้าไป หลังจากเหลือบมองอย่างง่ายๆรัศมีวงกลมที่ทำให้คนไม่อยากเคลื่อนสายตาไปไหนและความขาวที่น่าตกตะลึงทั้งสองนั่น
มองถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็ไม่กล้ามองต่ำลงไปอีก
เขาสูดลมหายใจเข้าไปอย่างเงียบๆแล้วค่อยถอนหายใจออกมา
รู้สึกถึงความร้อนที่แผดเผาในโพรงจมูก หากก้มมองลงไปอีกครั้งคาดว่าคงกำเดาไหลออกจมูกแน่ๆ
“อมิตตาพุทธ ผิดไปแล้ว…ผิดไปแล้ว!”
ซุนเฟยต้องบังคับตัวเองให้สนใจอย่างอื่นบ้าง อย่างเช่น “ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?” “ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่?” “ที่นี่คือที่ไหน?” และคำถามอื่นๆอีกมากมาย
“แค่กๆ!” ซุนเฟยแสร้งไอสองสามที
“พระองค์ฟื้นแล้ว?”
แองเจล่าสาวน้อยผมสีดำผู้งดงามทันทีที่ได้ยินเสียงก็โน้มตัวลงมา ทันใดนั้นใบหน้าที่ขาวละเอียดก็เต็มไปด้วยแปลกใจ “อเล็กซานเดอร์ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?ยังเจ็บแผลอยู่ไหม?หมอหลวงอัลวินแนะนำว่าพระองค์ต้องพักผ่อนให้มากๆ….”
“ข้า…อึก….เกิดอะไรขึ้น?” ซุนเฟยพูดกับสาวน้อยอย่างกำกวม
แต่ประโยคที่พูดออกไปเมื่อกี้ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
เพราะซุนเฟยพบเรื่องที่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อ——
ภาษาสำเนียงแปลกๆและโบราณที่หญิงงามตรงหน้าใช้ แม้แต่ซุนเฟยที่เรียนมหาวิทยาลัยในคณะภาษาศาสตร์ก็ยังไม่เคยได้ยินและที่แปลกไปยิ่งกว่านั้นคือ ภาษาแปลกๆแบบนี้ไม่เพียงเขาสามารถฟังรู้เรื่องแต่ยังสามารถใช้มันได้ด้วย
“อเล็กซ์ซานเดอร์ หรือว่าพระองค์ทรงลืมไปแล้ว ตอนที่พระองค์นำกองกำลังทหารไปปกป้องเมืองก็ถูกศัตรูที่น่ารังเกียจใช้ธนูยิงโจมตี….ใส่ โอ้พระเจ้า โชคดีที่ตอนนั้นพระองค์สวมหมวก ดังนั้นจึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย… ”
ขณะที่แองเจล่าพูด มือเล็กๆที่อ่อนโยนนุ่มนิ่มแตะเบาๆที่หน้าผากของซุนเฟย มือเธอเย็นเล็กน้อย ในดวงตาของเธอปรากฏร่องรอยความดีใจ “ดีแล้ว อุณหภูมิร่างกายปกติ….หมอหลวงอัลวินเคยพูดว่า ขอเพียงแค่ไม่เป็นไข้ก็ไม่มีปัญหาอะไร พระองค์จะดีขึ้นในเร็วๆนี้…อเล็กซานเดอร์ พระองค์เป็นราชาที่กล้าหาญจริงๆ!”
“ข้า?อเล็กซานเดอร์?ราชา” ซุนเฟยตกตะลึง
“ใช่แล้วล่ะ ฮิๆ ราชาของพวกเราชาวแซมบอร์ดอายุน้อยแต่กล้าหาญ เป็นเพราะพระองค์ปรากฏตัวบนกำแพงทันเวลา เพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจที่ตกต่ำในตอนนั้น…ด้วยกำลังใจของพระองค์ทหารที่กล้าหาญของพวกเราจึงสามารถโจมตีให้พวกศัตรูถอยร่นไปได้ครั้งหนึ่ง!” สาวงามแองเจล่าพูดพลางยิ้มน้อยๆ
ซุนเฟยรู้สึกแปลกๆ
ไม่รู้ทำไม ถึงรู้สึกว่าน้ำเสียงที่สาวงามตรงหน้าพูดเหมือนเป็นครูอนุบาลกำลังหลอกล่อเด็กที่งอแงไม่ยอมนอน
“เขาไม่ใช่ราชาที่กล้าหาญอะไรหรอก…”
สาวน้อยผมทองชื่อเจ็มม่าที่อยู่อีกด้านกรอกตา สุดท้ายก็หาโอกาสเบะปาก ใบหน้าน่ารักปรากฏความเยาะเย้ยและดูถูกพลางพูดว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะท่านบาเซิลช่วยไว้อีกครั้ง อเล็กซานเดอร์เป็นฝ่ายสมัครใจขึ้นกำแพงงั้นเหรอ? ข้าจำได้ว่าตอนให้เขาสวมหมวก ก็กลัวจะฉี่แตกใส่กางเกงเสียด้วยซ้ำ…แม้กระทั่งตอนที่เพิ่มขวัญกำลังใจ ถ้าหากเหล่าทหารที่อิดโรยได้เห็นราชาของตัวเองที่เหมือนไอ้โง่ ที่วินาทีแรกที่ขึ้นไปอยู่บนกำแพง ก็ถูกศัตรูยิงธนูดอกหนึ่งจนร่วงตกลงมาอย่างง่ายดาย เขานั้นไปสร้างขวัญกำลังใจกับพวกทหารจริงๆ”
น้ำเสียงของสาวน้อยดูไม่พอใจมาก
ซุนเฟยสังเกตว่าในสายตาของสาวน้อยผู้นี้มีร่องรอยความเกลียดชังรางๆ
แต่ตอนนี้ซุนเฟยไม่มีเวลาว่างที่จะมาโต้เถียงอะไรกับเด็กน้อยคนนี้
สมองของเขาคิดอย่างสับสน
นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว ฉันไม่ได้ถูกอะไรบางอย่างตีจนสลบอยู่หน้าหอพักงั้นเหรอ? ทำไมพอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินชื่อเมืองแซมบอร์ดอะไรนั้นทั้งๆที่ไม่เคยได้ยิน?มิหนำซ้ำยังกลายเป็นราชาที่ชื่อว่า อเล็กซานเดอร์?ดูเหมือนว่าสาวงามตรงหน้าที่สวยกว่านางฟ้าคนนี้จะเป็นคู่หมั้นฉันอีก
ซุนเฟยยกมือตบหน้าผากตัวเองอย่างตระหนก
นี่เป็นการกลั่นแกล้ง?หรือ….ฉันทะลุมิติมา?
เมื่อคิดอย่างละเอียดรอบคอบ มันก็เกือบจะไม่เหมือนการกลั่นแกล้ง สาวงามสไตล์ตะวันตกของผู้หญิงที่ชื่อแองเจล่าคนนี้ ความงามของเธอทำให้ผู้คนตกตะลึง เป็นความงดงามที่หาจับตัวได้ยากจริงๆ คำกล่าวที่ว่ามัจฉาจมวารี ปักษาตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนางเมื่อเทียบกับเธอตรงหน้าก็ดูอ่อนไปเลย ใครจะสนับสนุนยอมเสียเงินหาสาวงามต่างชาติที่สวยขนาดนี้มาแกล้งตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้นสาวน้อยผมทองที่แยกเขี้ยวอยู่ไกลๆก็หน้าตาน่ารักกว่าปกติ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ภาษาลึกลับที่ทั้งโบราณทั้งแปลกๆนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่นึกไม่ถึงว่าจะฟังเข้าใจ….
บทที่ 2 คนโง่ที่เปลี่ยนเป็นคนบ้า
สาวงามแองเจล่ากำขอบเตียงอยู่ด้านข้างแน่น ในดวงตาที่ใสสะอาดเหมือนน้ำเต็มไปด้วยความกังวลเป็นห่วงและคิดอยู่ในใจว่า “อเล็กซ์ซานเดอร์ช่างน่าสงสารนัก เขาคงจะไม่ตกลงมาแล้วโง่ขึ้นนะ? แม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเป็นเด็กปัญญาอ่อน แต่ก็ไม่น่าจะเป็นเหมือนตอนนี้ แบบที่ไม่พูดออกมาแม้แต่ประโยคเดียว….”
ในตอนนั้นเอง ——
“อเล็กซ์ซานเดอร์ ข้าได้ยินว่าเจ้าตกลงมาได้รับบาดเจ็บ ฮ่าๆ ข้าก็เลยมาดูเจ้า…”
ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ดูมีความสุขกับความทุกข์ของตัวเองดังขึ้นอย่างออกนอกหน้า น้ำเสียงเย่อหยิ่งลอยเข้ามาจากนอกห้องโถง สีหน้าของแองเจล่าและสาวน้อยเจ็มม่าก็พลันเปลี่ยนไป ซุนเฟยเงยหน้าขึ้นก็เห็นเพียงคนอ้วนที่รูปร่างเหมือนหมูก็ไม่ปานเดินเข้ามาทางประตูห้องโถง
“กิล เจ้ามาทำไม?”
รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าแองเจล่าก็หุบลง เธอลุกขึ้นถามด้วยแววตาเย็นชา
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ต้อนรับคนอ้วนเหมือนหมูคนนี้
“หึหึ แองเจล่าสุดสวย เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าไง?ไม่ต้อนรับข้าอย่างงั้นเหรอ?ข้าได้ยินมาว่าสหายรักของข้า อเล็กซานเดอร์ ได้รับบาดเจ็บ ข้าก็เลยรีบมาดูแล้วมันผิดอะไร?”
เจ้าอ้วนน่าตายที่ชื่อว่ากิลคนนี้กล่าวออกมา โดยไม่พูดเปล่าเท่านั้น มันเดินมาที่ข้างเตียงแล้วเอาก้นใหญ่ๆของมันนั่งบนเตียง
“บังอาจ! กิล เจ้ากล้านั่งบนแท่นบรรทมของฝ่าบาทได้อย่างไร?” สาวน้อยเจ็มม่าผมทองเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง ช่วยแองเจล่าตำหนิมัน
เจ้าอ้วนหัวเราะขึ้นจมูกดัง หึๆ เหลือบมองสาวน้อยผมทอง
ในดวงตาเขาปรากฏร่องรอยความร้ายกาจและหยาบคายออกมาอย่างไม่ปิดบัง มันเลียริมฝีปากล่างหนาๆของมันแล้วพูดว่า “ทาสชั้นต่ำ ไสหัวไปให้พ้นซะ ถ้าเจ้าจะร้อง… ” ขณะที่พูดเขาก็หันมากวาดสายตามองซุนเฟยที่นอนบนเตียงขึ้นๆลงๆ สายตานั่นเป็นสายตาที่สังเกตอาการบาดเจ็บของเพื่อนที่ไหนกัน กลับกัน มันกลับเหมือนเจ้านายที่สูงศักดิ์กำลังมองสัตว์เลี้ยงของตัวเองต่างหาก
ซุนเฟยจ้องเจ้าอ้วนเขม็ง
เขาอ่านสายตาของเจ้าอ้วนออกได้อย่างง่ายดาย เขาเห็นสีหน้าด้านลบทุกอย่างอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นการดูหมิ่น ดูถูก ล้อเลียนเยาะเย้ย
ซุนเฟยสงสัยเล็กน้อย อดคิดในใจไม่ได้ว่า :เจ้าอ้วนสมควรตายตัวนี้ มันเป็นเพื่อนกับอเล็กซ์ซานเดอร์จริงๆเหรอ? เขาดูน่าเกลียดมากนัก แล้วยังกล้าใช้ท่าทางแบบนี้กับราชาอีก? หรือว่ามันจะมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนมันอยู่กันแน่?
ขณะที่คิด เจ้าอ้วนกิลพลันยื่นมือใหญ่ๆที่เต็มไปด้วยไขมันของมันออกมา นิ้วมือที่ดูเหมือนแครอท บีบไปที่แก้มของซุนเฟยเหมือนบีบลูกบอล
ราวกับว่าการกระทำแบบนี้มันดูเป็นเรื่องปกติและคุ้นเคยสำหรับเจ้าอ้วน
“อเล็กซ์ซานเดอร์ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บหนักอะไรเลยนะ ฮ่ะฮ่ะ ยามบ่ายข้าได้เชิญแขกชนชั้นสูง 2-3 คน เจ้าไปสนุกกับพวกเขาพร้อมกับข้าเป็นยังไง?”
เจ้าอ้วนหัวเราะหึๆ
เขาบีบหน้าของซุนเฟยอย่างสนุก พลางตบหน้าซุนเฟยด้วยแรงที่ไม่เบาเกินไปแต่ก็ไม่หนักเกินไป บนหน้าของเขาแสดงอาการหยอกล้อ
กิลชอบความรู้สึกแบบนี้มาก——ความรู้สึกที่ได้ทำเหมือนราชาเป็นของเล่น
ไม่เข้าใจจริงๆว่า ไอ้ปัญญาอ่อนอเล็กซ์ซานเดอร์คนนี้ทำไมถึงสามารถเป็นราชาได้?อายุ 17 ปี แต่ความคิดเพียงเด็กอายุ 3 ขวบ ทำไมพระเจ้าถึงได้รักไอ้ปัญญาอ่อนนี้กัน?
อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มหยอกล้อของเจ้าอ้วนยังไม่ทันเบิกบานได้เต็มที่ เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น——
เพี้ยะ!
เสียงตบหน้าอย่างโหดเหี้ยมดังกังวานขึ้น
ใบหน้าของเจ้าอ้วนเต็มไปความไม่อยากจะเชื่อ บนหน้าที่เต็มด้วยไขมันของเขามีลวดลายสดใหม่เป็นรอยประทับฝ่ามือสีแดงสดเห็นได้อย่างชัดเจน
ตั้งแต่แรกแล้วการปรากฏตัวของเจ้าอ้วนก็ทำให้แองเจล่าและสาวน้อยเจ็มม่าดูไม่สบายใจ ทั้งสองคนต่างนิ่งอึ้งตกใจอยู่ข้างๆ
พวกนางแทบไม่กล้าเชื่อว่าตัวเองจะได้เห็นการกระทำแบบนี้
เดิมทีอเล็กซ์ซานเดอร์เป็นเด็กที่มีความผิดปกติทางความคิดจึงมักจะถูกไอ้โง่นี้รังแก แล้วจู่ๆก็ยกมือตบหน้ากิล? จะเป็นไปได้เหรอ? ในขณะเดียวกัน ในใจของทั้งสองสาวก็พลันรู้สึกสะใจเล็กๆชั่วขณะ ความจริงพวกเธอก็อดทนกับเจ้าอ้วนสมควรตายอย่างกิลมานานมากแล้ว ที่จริงการที่อเล็กซ์ซานเดอร์ตบมันก็ถือว่าเป็นการระบายความโกรธชั้นดี
“เจ้า…เจ้ากล้าตบข้า?”
“ไอ้หมูสมควรตาย ถ้าแกกล้าเอากีบหมูที่น่าสะอิดสะเอียนของแกมาแตะหน้าของข้าอีกล่ะก็ ข้าก็จะหาคนน่าเกลียดมาระเบิดตูดแกซะ….” ซุนเฟยมองร่างอ้วนๆของมันแล้วแสยะยิ้มเย็นชา ไม่ว่าจะอย่างไร ไอ้อ้วนสมควรตายคนนี้ก็ทำให้ซุนเฟยอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่และสำหรับคนที่ทำให้ตัวเองอารมณ์ไม่ดี ซุนเฟยก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกรงใจ
เจ้าอ้วนสมควรตายสะดุ้งตัว กล้ามเนื้อบนใบหน้าตอนนี้สั่นเทิ้ม เขาโกรธทั้งตกใจทั้งไม่อยากเชื่อ ไอ้ปัญญาอ่อนที่มีความคิดแค่เด็กอายุ3-4ขวบคนนี้ทำไมมันกล้าตบหน้าข้า? และยังกล้าพูดแบบนี้กับข้า?
เจ้าอ้วนชี้หน้าซุนเฟยอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรและร่างกายอวบอ้วนที่เต็มไปด้วยไขมันก็ยังคงสั่นสะท้านราวกับคนที่เป็นโรคลมชักอาการกำเริบ ขาดแค่น้ำลายฟูมปาก
“เจ้าไอ้ปัญญาอ่อนสมควรตาย เจ้ากล้าตบข้า?” เจ้าอ้วนตะคอกเสียงดังลั่น
ซุนเฟยที่นอนอยู่บนเตียงก็ไม่คิดจะโต้เสียงกลับไป เขากำลังสะสมพลังกำลังไว้
ไอ้อ้วนคนนี้กล้าตะคอกในห้องโถงขององค์ราชา ตามหลักการแล้วเหล่าองครักษ์ควรจะปรากฏตัวออกมาทันทีแต่นี่กลับไม่มีมาเลยสักคน สิ่งนี้ทำให้ซุนเฟยเกิดความสงสัยขึ้นมา เป็นไปได้ว่าคนหนุนหลังเจ้าหมูนี่คงจะใหญ่มาก แม้แต่ราชาก็ทำอะไรเขาไม่ได้?
ขณะที่คิด ก็เห็นว่าเจ้าหมูที่ได้รับแรงกระตุ้นดูเหมือนในที่สุดมันก็ตัดสินใจได้แล้ว มันม้วนแขนเสื้อเข้าอย่างรุนแรง…ราวกับว่าเจ้าหมูนี่ต้องการทำอะไรบางอย่าง
“บังอาจ!” ใบหน้าของแองเจล่าพลันเย็นชา : “กิล เจ้าเป็นบุตรชายของเลขานุการเล็กๆเจ้ากล้าไม่เคารพราชาอย่างงั้นรึ?”
เจ้าอ้วนดูคล้ายๆกับหมีควายตกมันที่ดุร้าย สองสาวแองเจล่าและเจ็มม่าต่างกรีดร้องออกมาอย่างโกรธ ๆ พลางพุ่งไปอย่างตื่นตระหนกพยายามสุดชีวิตที่จะดึงรั้งเจ้าหมูตัวนี้เพื่อปกป้องซุนเฟย
แต่ผู้หญิงเล็กๆสองคนมีหรือจะเป็นคู่มือของเจ้าหมีอ้วนที่สูงตั้ง170 เซนติเมตร?
เพี๊ยะ!
เจ้าอ้วนที่ตอนแรกรู้สึกอับอายก็ได้เปลี่ยนเป็นความโกรธ และได้ตวัดหลังมือฟาดเข้ากับใบหน้าของเจ็มม่าอย่างโหดร้ายทำให้สาวน้อยผลทองกระเด็นออกไป ใบหน้าเล็กๆน่ารักข้างหนึ่งตอนนี้ปูดบวมเป็นซาลาเปา ทันใดนั้นน้ำตาก็เอ่อคลออย่างน่าสงสาร
หลังจากนั้นก็เหมือนเจ้าหมูจะถูกแรงกระตุ้นให้บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมมันจับข้อมือขาวผ่องของแองเจล่า ใบหน้ามันเยิ้มของมันที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกสะอิดสะเอียน มันหัวเราะพลางซุกหน้าเข้าใกล้กับลำคอที่ขาวระหงของแองเจล่า และทำท่าสูดดม มองมาที่ซุนเฟยราวกับจะยั่วยุพลางพูดอย่างหยาบโลนว่า “แองเจล่าที่งดงาม อเล็กซ์ซานเดอร์มันปัญญาอ่อนความคิดของมันเท่าเด็ก 3-4 ขวบแบบนี้ มันจะคู่ควรกับสาวงามอย่างเจ้าได้อย่างไร? เจ้าดูมันสิ มันแสดงให้เจ้าเห็นถึงความเป็นราชาบ้างไหม? ตลอดเวลาที่มันสืบทอดราชบัลลังค์ อาณาจักรแซมบอร์ดวุ่นวายขนาดไหน?แล้วยังจะมีพวกศัตรูที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนมาบุกตีเมืองอีก….ฮิฮิ สู้เจ้าแต่งกับข้าไม่ดีกว่าหรือ…”
เจ้าอ้วนกำลังจับข้อมือของแองเจล่า ผิวขาวผ่องอันอ่อนนุ่มนั่นทำให้ในใจของเขาสั่นไหวเกิดความอารมณ์ขึ้นมา โดยไม่คำนึงว่าที่นี่คือพระราชวัง มันค่อยๆเลื่อนริมฝีปากของมันเข้าใกล้แองเจล่า….
ในตอนนั้นเอง——
ปึก!
ก็มีหมวกฟาดเข้ามาที่หัวเขาอย่างรุนแรง
เป็นการทุบที่ทั้งรุนแรงทั้งรวดเร็ว ในระหว่างที่เจ้าหมูกำลังหมกมุ่นอยู่ในความปรารถนาทำให้มันไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองได้ทันท่วงที ขณะนั้นเองก็มีเลือดไหลออกมาจากผมสีน้ำตาลแดง เสียงกรีดร้องดังขึ้น ช่วยไม่ได้ที่มันต้องปล่อยข้อมือของแองเจล่าแล้วล้มลงไปกองอยู่ด้านข้าง
หลังจากที่แองเจล่าหันไปมองอย่างชัดๆก็พลันยืนตกตะลึงอยู่อีกด้าน
ไม่รู้ว่าในมือซุนเฟยหยิบหมวกเหล็กบุบๆมาตีตั้งแต่เมื่อไหร่ มันช่างคล้ายกับถืออิฐก็ไม่ปาน ซุนเฟยยืนบนเตียงวางท่าใหญ่โตชี้นิ้วไปที่จมูกเจ้าอ้วนแล้วสบถด่า “กล้าแตะต้องผู้หญิงของข้าเหรอ? กล้าเอากีบเท้าของเจ้าชี้ข้า? เจ้าตาบอดรึไง เป็นแค่ลูกชายเลขานุการเล็กๆแท้ๆริจะเป็นนกอินทรีย์และยังกล้าไม่เคารพเจิ้น ข้าผู้นี้นี่แหละจะตีเจ้าให้พิการ ไม่อย่างงั้นไม่ต้องมาเรียกข้าว่าราชา!”
นี่เรียกว่าเป็นการด่าที่ครบอรรถรสสุดๆ
ซุนเฟยด่าไปด้วยและแอบคิดในใจไปด้วย :ไอ้สุนัขเอ๊ย เกือบจะถูกไอ้เวรนี้ขู่จนกลัวแล้ว คิดว่าจะเป็นคนใหญ่คนโตอะไรสักอย่าง แม่งเอ๊ยที่แท้ก็เป็นเพียงลูกขุนนางโง่ๆคนหนึ่ง ข้าเป็นราชาที่สง่าผ่าเผยถึงได้ไม่จัดการแกให้ถึงตาย ใช่แล้ว ไม่รู้ว่าในโลกนี้ ราชาจะแทนตัวเองว่าเจิ้นหรือเปล่านะ?
ในตอนนั้น ห้องโถงนั้นเงียบสงบ หากมีเข็มร่วงลงพื้นคงได้ยินกันหมด
ใบหน้าของแองเจล่าและเจ็มม่าเต็มไปด้วยความตกใจและไม่น่าเชื่อ : นี่มันเกิดอะไรขึ้น?เป็นไปได้ยังไง? สาวงามทั้งสองคนคล้ายกับกวางน้อยๆที่กำลังตื่นตระหนก ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ซุนเฟย ริมฝีปากก็อ้าออกเป็นรูปตัว O อย่างไม่รู้ตัว :เขาเป็นเด็กปัญญาอ่อนมา 17 ปี อเล็กซ์ซานเดอร์ที่เชื่อฟังกิลมาโดยตลอด แต่มาตอนนี้ดูเหมือนว่าเขา….จะเปลี่ยนไปแล้ว!
ไอ้อ้วนกิลที่นอนกองอยู่กับพื้นตอนนี้ก็สับสนมึนงงไปหมด
อเล็กซ์ซานเดอร์ที่จู่ๆก็เปลี่ยนไปทำให้เขารู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า เหมือนเปลี่ยนไปเป็นอีกคน การที่หยิบหมวกเหล็กมาฟาดเมื่อกี้มันเต็มไปด้วยท่าทางที่ดุร้ายราวกับเป็นพวกผู้ร้าย นี่ทำให้เจ้าอ้วนหวาดกลัวเล็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าอ้วนก็ได้สติกลับมา
นึกถึงจุดประสงค์ที่มาพระราชวังครั้งนี้
เขาตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู
เขายื่นมืออวบๆออกมา
คาถาลึกลับและแปลกๆลอยออกมาจากปากเจ้าอ้วน
กลุ่มไฟสีแดงสดก็ค่อยๆก่อตัวเป็นรูปร่างบนมือเขาอย่างช้าๆ บรรยากาศร้อนๆ เริ่มแผ่กระจายอย่างเงียบ ๆ ทั่วห้องโถง
ไขมันบนหน้าเจ้าอ้วนออกจะสั่นๆ แล้วความกล้าค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมา มันหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “ราชา? เหอะ นอกจากเจ้าจะโง่แล้วยังปัญญาอ่อนอีกนะ ตอนนี้ในเมืองแซมบอร์ดยังมีใครคิดว่าเจ้าเป็นราชาอยู่หือ? เจ้ากล้าตบข้า? ฮึฮึ อเล็กซ์ซานเดอร์เจ้าจะได้เห็นความโกรธของนักเวทย์ผู้สูงศักดิ์!”
ตอนนี้ซุนเฟยยังคงยืนโพสท่าอยู่บนเตียง
ทันทีที่เขาเห็น รูม่านตาของเขาหดลง :เวทย์…นักเวทย์? แม่งเอ๊ย เจ้าอ้วนนี้เป็นนักเวทย์อย่างงั้นเหรอ? และดูเหมือนว่ามันจะมีทักษะอยู่บ้าง เวรเอ๊ย ตอนนี้ข้าควรทำยังไงดี? ความใจร้อนช่างเหมือนปีศาจ ถ้ารู้เร็วกว่านี้เมื่อกี้คงพูดดีๆ ไม่รีบลงมือ….
ดวงตาของซุนเฟยเริ่มเลิกลั่ก
เขาเห็นบอลไฟในมือกิลยิ่งเวลาผ่านไปนานก็ยิ่งร้อน ส่วนในมือตัวเองมีเพียงหมวกบุบๆ ในใจก็พูดไม่ออก แม้ในใจจะอยากสู้กันตัวต่อตัว แต่ก็ควรให้กระบี่ดีๆกับข้าสักเล่มเถอะ….ซุนเฟยพลันตะโกนขึ้นมาทันที “ทหาร….ทหาร! รีบมาสิโว๊ย มีนักฆ่าจะสังหารราชา!”
“เปล่าประโยชน์!ฮิๆ”
เจ้าอ้วนแสยะยิ้มเย้ยหยัน “หนูน้อย เรียกให้คอแตกก็ไม่มีใครมาหรอก” หลังจากนั้นเขาก็โบกมือด้วยท่าทางมั่นใจ บอลไฟในมือขนาดเท่ากำปั้นราวกับลูกกระสุนที่ถูกยิงออกมาส่งเสียงหวีดหวิวลอยเข้ามาปะทะหน้าหล่อๆของซุนเฟย
บทที่ 3 นี่เจ้ากล้ายิงข้ายังงั้นรึ?!
“ไม่นะ——!”
ตอนนี้สติของแองเจล่าเพิ่งกลับมา นางก็มีปฏิกิริยาเชื่องช้าเล็กน้อย นางกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ เห็นได้ชัดว่าไม่อาจห้ามทัน
“ขาชาอีก แย่แล้ว!”
ซุนเฟยใจเต้นระรัว หลับตาแน่นแล้วใช้หมวกในมือกัน
ตูม!
เศษลูกไฟกระเด็น ชั่วพริบตาหมวกเหล็กก็แดงฉ่าจากความร้อน ไม่นานก็เริ่มละลายและอ่อนตัวลง
เสียง ชี่ๆ ดังขึ้นเบาๆอยู่พักหนึ่ง กลิ่นเหมือนเนื้อย่างที่ย่างจนเกรียมลอยมา
ซุนเฟยร้องเสียงหลง รีบโยนหมวกที่ร้อนเหมือนเตารีดทิ้งแทบไม่ทัน เมื่อก้มหน้ามอง เฮ้ย แม้ว่าการตอบสนองจะเร็วพอแต่ฝ่ามือทั้งสองข้างของผมก็ถูกลวกจนเป็นแผลไหม้เกรียมขนาดใหญ่
แต่ลูกบอลไฟขนาดเท่ากำปั้นลูกนี้ ในที่สุดก็กระจายหายไป
ฟู้ว ดีนะที่ไหวตัวทัน
แต่ซุนเฟยยังไม่ทันได้ดีใจ ก็เห็นว่าไอ้อ้วนน่าตายตรงหน้ากำลังแสยะยิ้มที่ดูเหมือนผู้ป่วยต่อมลูกหมากกำลังอั้นฉี่อยู่ มันกำลังอดกลั้นจนลำคอและใบหน้าแดงก่ำเพื่อสร้างบอลไฟอีกลูก บอลไฟที่มีขนาดเท่ากำปั้นก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ซุนเฟยก็ไม่มีสิ่งของไว้ป้องกันอีกแล้ว
“เจ้าขี้โกง ไร้ยางอาย..” ซุนเฟยพลันชี้นิ้วไปที่เจ้าหมูน่าตายที่เหมือนกำลัง ‘อั้นฉี่’ อยู่ ซุนเฟยพูดอย่างอัดอั้นตันใจว่า : “ถ้าเจ้ามีความสามารถพวกเราก็มาประลองฝีมือด้วยมวยปล้ำ! แมร่งเอ๊ย..เอ่อ ไม่ๆ เทพผู้ยิ่งใหญ่ได้สอนพวกเราไว้ว่า หากเด็กๆ เล่นกับไฟตอนนอนจะฉี่ราดนะ แล้วยังพวกที่ซ่อนตัวอยู่ไกลๆแล้วร่ายเวทย์ใส่คนอื่นก็ถือว่าเป็นพวกขี้ขลาดน่ารังเกียจ..”
ตูม!
เมื่อสาวงามแองเจล่าและเจ็มม่าได้ยินประโยคนี้หน้าผากก็พลันเหมือนมีแถบเส้นสีดำพาด เกือบจะสำลักน้ำลายตายเสียด้วยซ้ำ :ขี้โกง? ไร้ยางอาย? ฉี่ราด? นี่มันหลักการอะไร? เทพผู้ยิ่งใหญ่เคยพูดประโยคนี้ด้วยเหรอ?
ดูเหมือนว่าอเล็กซ์ซานเดอร์จะยังคงเป็นเด็กปัญญาอ่อนเหมือนเดิม!
ในตอนนั้นเองทั้งสองสาวก็อดไม่ได้ที่จะผิดหวังเล็กน้อย
แต่พวกเขาไม่ทันสังเกตว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ซุนเฟยได้แอบหยิบเกราะเหล็กที่อยู่บนหัวเตียงแล้วแอบซ่อนไว้ด้านหลัง พูดไปพลางเขยิบไปอยู่ด้านหน้าไอ้หมูกิลที่ยืนยิ้มระรื่นไปพลาง
“แม่เจ้าสิ รอข้าเข้าไปใกล้ๆก่อน เห็นมันทำอวดเบ่งแล้วมันน่า..”
ซุนเฟยคำนวนระยะห่างพวกเขาสองคนไปพลาง อีกด้านก็เตรียมจะใช้กลยุทธ์สกปรกโจมตีมันอย่างโหดเหี้ยม ให้ไอ้อ้วนนี้ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มสักครึ่งเดือน เป็นเด็กเป็นเล็กแล้วมาเล่นไฟได้ยังไง
แต่——
“ฉี่ราดที่นอนแม่เจ้าสิ!”
กิลโกรธจนหน้ามืด เขาไม่อาจจะเก็บ ‘ความโกรธของนักเวทย์ผู้สูงศักดิ์’ ของตัวเองไว้ได้อีกแล้ว เขามองอย่างมุ่งมั่นตัดสินใจว่าจะสั่งสอนราชาที่ไม่รู้จักที่ตาย ถ้าหากโชคดีมันเกิดตายล่ะก็ นั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก ดังนั้น..
ฟิ้ว——!
ลูกบอลไฟลอยเข้ามา
แองเจล่ามีปฏิกิริยาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว นางกรีดร้องเสียงแหลม ใบหน้าสวยๆ ซีดเผือด นางพุ่งเข้าไปโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง ร่างอรชรถลาขึ้นไปบังร่างซุนเฟย
เจ้าอ้วนกิลก็ยังต้องตกใจ แต่บอลไฟเมื่อปล่อยออกไปแล้วก็ไม่มีวิธีที่จะเรียกกลับ น่าเสียดายที่ยังไม่ได้แอ้มสาวงามหยาดเยิ้มเธอก็จะกลายเป็นเถ้าธุลีเสียแล้ว..
ซุนเฟยก็ตกใจอย่างมาก
สบถอย่างเงียบๆว่า สมควรตายไอ้หมูอ้วน ไม่มีเวลาคิดอีก ซุนเฟยคว้าไหล่ขาวผ่องเนียนละเอียดของแองเจล่าแล้วดึงร่างสาวงามนุ่มนิ่มหอมกรุ่นเข้ามาโอบกอดไว้แน่นจากนั้นก็พลิกร่างหันหลังเตรียมใช้แผ่นหลังตัวเองกันบอลไฟที่ร้อนแรงจนสามารถละลายเหล็กได้..
“เชี้ยเอ๊ย นี่ต้องมาถูกไอ้โง่นี้ฆ่าตายจริงๆเหรอเนี่ย…”
แต่ในตอนนั้นเอง——
ฟู่ว!
ไม่น่าเชื่อว่าจะมือขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมากระทันหันช่วยกันเส้นทางการลอยของลูกบอลไฟ
เพียงกำเบาๆ
ด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย เหมือนจับกลุ่มอากาศธรรมดา
แต่วินาทีถัดมา ซุนเฟยกลับพบเรื่องที่น่าตกตะลึง ลูกบอลไฟน่ากลัวที่สามารถละลายหมวกเหล็กให้กลายเป็นเหล็กหลอมได้ กลับกลายเป็นเหมือนเสียงตดดังขึ้น เพียงชั่วพริบตาบอลไฟก็ถูกบีบแตก หลังจากนั้นก็กระจายอย่างหายไปในอากาศอย่างเงียบๆ
นี่แค่ใช้มือนะ ตั้งแต่ต้นจนจบแม้แต่ขนสักเส้นยังไม่ถูกเผาเลย
ซุนเฟยได้สติกลับมา ก็รีบปล่อยแองเจล่าที่หน้าแดงคล้ายจะเป็นลม จ้องมองด้านหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย “แม่ง ยอดฝีมือชัดๆ”
และในขณะเดียวกัน ใบหน้าเจ้าอ้วนกิลที่แสดงอาการเหมือนผู้ได้ชัยชนะก็พลันหายไปทันที เขามองผู้ชายที่ปรากฏในห้องโถงอย่างกระทันหันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ใบหน้าอวบๆนั้นเหมือนขนมเปี๊ยะที่ถูกทาแป้งจนซีด ทั่วทั้งร่างของมันเหมือนกับหยุดสั่นไม่ได้
ราวกับหนูเห็นแมว เจ้าอ้วนกิลหวาดกลัวจนถึงขั้นเสียงเปลี่ยนทันที “ทะ ทะ ท่านแลมพาร์ด ท่าน..ทำไมท่านถึงได้..อยู่ที่นี่ ข้า… ข้า… ข้า…”
หน้าผากของไอ้อ้วนมีเหงื่อผุดออกมาไม่หยุด
ยอดฝีมือที่มีชื่อว่า ‘ท่านแลมพาร์ด’คนนี้ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองไอ้อ้วนกิล เขาหันหลังแล้วโค้งคำนับแสดงความเคารพต่อแองเจล่าก่อน หลังจากนั้นก็กวาดสายตาขึ้นลงมองซุนเฟยที่ยืนเก๊กท่าบนเตียงด้วยสีหน้าเย็นชาพลางพูดว่า : “องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์”
ซุนเฟยกำลังพิจารณา ‘ยอดฝีมือ’ คนนี้อย่างละเอียด
ยอดฝีมือคนนี้เหมือนคนขาวแบบตะวันตกสูงถึง 190 เซนติเมตร รูปร่างสูงเพรียว ใบหน้าดูซื่อตรง ดวงตามีจิตวิญญาณ ลักษณะท่าทางหนักแน่น ผมสีแดงเพลิงของ ‘ยอดฝีมือ’ คนนี้ทำให้ซุนเฟยรู้สึกอิจฉา มันดูราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้กลางอากาศสะบัดไปตามลม เขาใช้เชือกรวบผมมัดไปด้านหลัง อ่านี่เป็นอาวุธในการจีบสาวอย่างดี
สิ่งที่ดึงดูดสายตาซุนเฟยที่สุดคือ ด้านหลังของ ‘ยอดฝีมือ’ มีดาบสองคมที่สูงประมาณ1.45 เมตรอยู่หนึ่งด้าม มันดูกว้างและหนักมาก น้ำหนักของมันน่าจะประมาณ 100กิโลกรัม ใบมีดหยาบๆไม่มีความคมแต่สีดำสลับแดงของมันกลับทำให้ดูร้ายกาจมาก
ตอนนี้ซุนเฟยนึกถึงเรื่อง 《เอี้ยก้วยเจ้าอินทรี》ยุคหลังจากที่เอี้ยก้วยได้รับอาวุธผันแปรจากต้กโกวคิ้วป้าย——กระบี่เหล็กดำ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ซุนเฟยไม่เข้าใจก็คือ ‘พี่ยอดฝีมือ’ ที่แข็งแกร่งร่างกายไม่ควรที่จะอ่อนแอ แต่ไม่รู้ทำไมใบหน้าของเขากลับซีดเซียว ระหว่างคิ้วของเขาขมวดน้อยๆเหมือนเขากำลังบาดเจ็บ
ซุนเฟยรู้สึกแปลกใจ
แม้ว่ายามวิกฤติ ‘พี่ยอดฝีมือ’ จะทำลาย ‘ลูกบอลไฟ’ ของไอ้อ้วนเพื่อช่วยตัวเขา แต่ดูเหมือนว่าพี่ท่านจะไม่ค่อยรู้สึกดีกับตัวเขามากนัก ก็เลยรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเมื่อรับรู้ได้ถึง ‘แม้ว่าจะสงสารในความโชคร้าย แต่ก็’ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามซุนเฟยก็ยังไม่แน่ชัดถึงสถานะของ ‘พี่ชายยอดฝีมือ’ ได้แต่เพียงผงกหัวตอบกลับไป
“ละ ท่านแลมพาร์ด ข้า..ไป..ไปได้ไหม?” เจ้าอ้วนที่ถูกความตกใจเล่นงานเสียจนสองขาแทบยืนไม่ไหวก็ถามเสียงสั่น
แลมพาร์ดไม่แม้แต่จะมองเขา “ไป?จะไปได้อย่างไร? กิลการที่เจ้ากระทำการหยาบคายต่อราชาของตัวเองจะไม่มีคำอธิบายอะไรเลยหรือ?”
“อ่า อธิบาย?… นี่…ที่จริงแล้ว…ที่จริงแล้วข้าก็แค่เล่นขำๆกับอเล็กซ์ซานเดอร์เท่านั้น…อือ ใช่ๆ ก็แค่เล่นขำๆ…ท่าน…ท่านก็รู้ว่าข้ากับอเล็กซ์ซานเดอร์เป็นสหายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ เพียงแต่…เพียงแต่เมื่อครู่ข้าควบคุมเวทย์ไม่ได้…ท่านก็ทราบ ข้าเป็นเพียงนักเวทย์ฝึกหัดเล็กๆ ไม่มีคุณสมบัติถึงขั้นเป็นดาวเลย…”
ไอ้หมูไร้ยางอายรีบหาข้ออ้างให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว
ยิ่งพูดยิ่งไหลลื่น แม้กระทั่งตัวเขาเองก็เกือบเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นความจริง
ขณะที่กำลังเตรียมกุเรื่องต่อ เขากลับเห็นแลมพาร์ดจ้องมองมาที่ตัวเองอย่างเยียบเย็น ดวงตาคมกริบ บรรยากาศเย็นยะเยือกที่มองไม่เห็นตีแสกหน้าของเขา ชั่วพริบตาไอ้หมูอ้วนก็ถูกขู่ให้เสียขวัญ เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าหากจะสังหารคนก็ทำได้ง่ายดายราวกับกำลังบี้มด นั่นทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดต่อได้แต่เพียงยิ้มอย่างประจบประแจง ไม่พูดเรื่องไร้สาระอีกต่อไป
ใบหน้าของแลมพาร์ดแสดงความรังเกียจอยู่ชั่ววูบ
มือกำหมัดแน่น แรงกดดันที่มองไม่เห็นก็ระเบิดออกมา
ซุนเฟยรู้สึกราวกับมีภาพมายา ในชั่วพริบตาแรงกดดันที่มองไม่เห็นก็กระจายเต็มทั่วห้องโถง
แต่ ไม่นานแลมพาร์ดเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง เขาลังเลอยู่สักพัก หมัดที่กำแน่นก็ค่อยๆคลายออก แรงกดดันที่มองไม่เห็นนั้นก็สลายหายไป แลมพาร์ดสะบัดมือเหมือนไล่แมลงวันแล้วพูดว่า : “ออกไปและจำไว้ว่าจะไม่มีครั้งต่อไป!”
“ขะ….ขอรับ…”
เจ้าอ้วนที่กำลังกลัวจนตัวสั่นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหมือนนักโทษประหารชีวิตที่สุดท้ายแล้วได้รับอภัยโทษ เขาหอบหายใจเล็กน้อย เขาโค้งคำนับอย่างซาบซึ้ง ไม่แม้จะกล้าผายลมออกมา เขาหมุนร่างแล้วเดินออกไปอย่างหงอๆ
“รอเดี๋ยว!”
ซุนเฟยพลันเรียกให้เจ้าอ้วนหยุด
เจ้าหมูหันหลังกลับมามองแลมพาร์ดก่อน ‘พี่ชายยอดฝีมือ’ไม่พูดอะไร เขาก็ทำได้แค่หยุด กล้ามเนื้อบนใบหน้าสั่นกระตุกหงึกๆ มองซุนเฟยอย่างไม่เข้าใจ
ซุนเฟยเดินไปอยู่ด้านหน้าเจ้าอ้วนด้วยรอยยิ้ม
เขาตบไหล่เจ้าอ้วนพลางยิ้มน้อยๆ เห็นท่าทีที่สงบนิ่งของเขา ทุกคนก็คิดว่าองค์ราชาต้องการพูดอะไรบางอย่าง และอาจจะให้พวกเขาออกไป
แต่
ใครจะรู้ว่าเมื่อซุนเฟยเดินไปหยุดตรงหน้าเจ้าอ้วน ทันใดนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนไป ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เขายกมือขึ้นแล้วตบลงใบหน้าของเจ้าอ้วนตบไปพลางปากด่าอย่างคับแค้นใจเหมือนเด็กที่ถูกคนแย่งตุ๊กตาไป : “เจ้าเรียกลูกบอลไฟมายิงข้า เจ้าเรียกลูกบอลไฟมายิงข้า …เจ้าบังอาจเรียกลูกบอลไฟมายิงข้า!”
เพี๊ยะเพี๊ยะเพี๊ยะเพี๊ยะ——!
ในห้องโถงมีเสียงตบดังกังวานไปทั่วห้อง ราวกับเป็นทำนองเพลงของซิมโฟนี
ในตอนนั้นเองแองเจล่าที่เพิ่งคืนสติกลับมาและสาวน้อยเจ็มม่าที่ใบหน้าปูดบวมทั้งสองคนต่างตกอยู่ในสภาวะอาการช็อก
แม้แต่แลมพาร์ดที่เพิ่งปรากฏตัวออกมาด้วย ‘ใบหน้าตายด้าน’ในดวงตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะแสดงความแปลกใจออกมา
เด็กหนุ่มตรงหน้าที่ทั้งดุร้ายทั้งโหดเหี้ยมจนคล้ายกับคนบ้าคนนี้ เป็นอเล็กซ์ซานเดอร์ที่โง่เง่าจริงๆเหรอ?
เจ้าอ้วนที่น่าสงสารถูกตบ——ตบไปทั่วใบหน้า
เขาไม่กล้ายกมือขึ้นมาปกป้องใบหน้าตัวเองด้วยซ้ำ การปรากฏตัวของแลมพาร์ดได้ขู่ขวัญเขาได้อย่างชะงัก เขาทำได้เพียงปล่อยให้อเล็กซ์ซานเดอร์บ้าคลั่งทำร้ายตัวเขาต่อไป
ในใจของเจ้าอ้วนรู้สึกเสียใจในภายหลัง ยืนคิดทั้งน้ำตาว่า :ถ้ารู้เร็วกว่านี้ว่าหลังจากที่อเล็กซ์ซานเดอร์ถูกธนูยิงแล้วจะเปลี่ยนไปเป็นคนไร้ยางอายแบบนี้ ฆ่าเขาให้ตายเขาก็ยังดีเสียกว่า นี่เป็นเพียงการยื่นหน้าตัวเองให้คนอื่นตบแท้ๆเลย ถูกตีนะเป็นเรื่องเล็กแต่ที่สำคัญที่สุด…ที่สำคัญที่สุดคือมันไม่คุ้มเลยที่ถูกเด็กปัญญาอ่อนที่ความรู้แค่เด็ก 3-4ขวบตีอย่างโหดร้าย
การตบดำเนินไปได้สักพัก มือของซุนเฟยก็ชาจึงเขาหยุดมือ
เจ้าอ้วนถอนหายใจโล่งอกทั้งน้ำตา คิดว่าฝันร้ายจบลงแล้ว
ใครจะรู้ว่าซุนเฟยจะถูฝ่ามือเล็กน้อยก่อนจะสังเกตคนตรงหน้าอย่างละเอียดสักพัก ทันใดนั้นก็ตวัดขาเตะผ่าหมากกิลอย่างรุนแรง ในปากก็กล่าวว่า “ใครให้เจ้ามาจับผู้หญิงของข้ากัน ใครใช้ให้เจ้าเสกลูกไฟยิงใส่ข้า….ใครให้เจ้ามาเสกลูกไฟยิงใส่ข้า!”
อีกแล้ว
ลูกเตะนี้ทั้งรุนแรงทั้งแม่นยำ
ตอนนี้เองเจ้าอ้วนก็ตัวงอคล้ายกุ้งกุลาดำที่ถูกโยนเข้าไปในกระทะที่น้ำมันเดือดๆ เขาโหยหวนออกมาดิ้นรนอย่างหมูที่จะถูกฆ่า…
แองเจล่าและเจ็มม่าที่สติกำลังจะกลับมากพลันช็อคเป็นหินอีกครั้ง
ในที่สุดพี่ยอดฝีมืออย่างแลมพาร์ดก็ไม่อาจคงความเย็นชาไว้ได้ เขาก็อ้าปากค้างอย่างแปลกใจโดยไม่ทันรู้ตัว
เหมือนได้เห็นเทพธิดาแห่งชีวิตเปลือยกายอวดรูปโฉมงดงามอยู่เบื้องหน้า….
สุดท้ายเจ้าอ้วนก็ร้องไห้เผ่นออกมาจากห้องโถงองค์ราชา
เขาถูกอเล็กซ์ซานเดอร์ที่ ‘เป็นบ้า’ ทำให้หวาดกลัวไปแล้วจริงๆ เขาหวาดกลัวจนร่องรอยความขุ่นเคืองก็ไม่กล้ามี เขาไม่แม้จะหันกลับมามองตัวสั่นงกงกรีบตะเกียกตะกายหนีไป วิ่งร้องไห้โฮๆอย่างอัดอั้นตันใจ….
“ถุย!วิ่งหนีหางจุกตูดไปเลย!”
ซุนเฟยยังคงได้เปรียบและยังไม่ให้อภัยง่ายๆ เขาเอามือเท้าเอวข้างหนึ่งอีกข้างก็ชี้ด่าไล่หลังไอ้หมูอ้วน
หลานชายคนนี้มีนิสัยอันธพาลเล็กๆก็คือเมื่อมีความแค้นก็ต้องชำระ ในตอนที่ตบกิลก็เหมือนกับได้ระบายอารมณ์ไปในตัว การทุบตีคนถือว่าเป็นความบันเทิงมากจริงๆ
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพอใจก่อนจะหันหลังกลับมา..ก็ต้องสะดุ้งตกใจ
เพียงแค่เห็นแองเจล่า เจ็มม่าและแลมพาร์ดจ้องมาที่ตัวเองตาค้าง ดวงตานั้นกวาดสายตาขึ้นลงมองเขาอย่างละเอียดราวกับว่าได้เห็นสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน..
ในใจซุนเฟยเต้นตึกตัก : ชิบหาย เมื่อกี้ไม่ใช่ว่าออกอาการมากไปนิดหรอกนะ?
“อ๊ะ อ่า..ข้าปวดหัว ปวดม๊ากมาก..ข้าจะเป็นลมแล้ว” เขาเริ่มตอแหลทำเป็นคนบ้าอย่างไร้ยางอาย แสร้งทำเหมือนร่างกายไร้เรี่ยวแรง ดวงตาสองข้างปิดลงแล้วหงายหลังล้มลงไปนอนบนพื้น
แองเจล่าที่ใบหน้าแดงระเรื่อและเจ็มม่าที่บนใบหน้ามีรอยประทับฝ่ามือที่มองเห็นได้ชัด สองสาวเห็นซุนเฟยเป็นลมกองกับพื้นก็พากันมองอย่างตื่นตระหนกเพราะคิดว่าอาการบาดเจ็บของอเล็กซ์ซานเดอร์กำเริบ จึงรีบประคองเขาขึ้นไปนอนบนเตียง
‘พี่ชายยอดฝีมือ’ แลมพาร์ดจ้องมองเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะมองออกถึง ‘เล่ห์เพทุบาย’ ของซุนเฟยแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา และยังถามแองเจล่าสองสามคำเกี่ยวกับต้นสายปลายเหตุของอาการบาดเจ็บของ อเล็กซ์ซานเดอร์หลังจากนั้นก็ปลอบโยนเจ็มม่าที่ได้รับบาดเจ็บ แม้ในใจจะมีข้อสงสัยมากมายแต่เขาก็หันหลังเดินจากไป
“ฝ่าบาท ศัตรูยังคงล้อมเมืองอยู่ อีกไม่นานทหารของพระองค์คงต้านไว้ไม่ไหวแล้ว!”
‘พี่ชายยอดฝีมือ’ ทิ้งท้ายไว้ให้ประโยคหนึ่งและมันทำให้ซุนเฟยรู้สึกหวาดกลัว
ผ่านไปได้สักพักหลังจากที่แองเจล่าและเจ็มม่าได้จัดที่จัดทางให้ซุนเฟยเรียบร้อย เห็นว่าเขายังคง ‘สลบ’ อยู่ จึงเฝ้าอยู่สักพักจากนั้นแองเจล่าก็ค่อยพาเจ็มม่าไปหาหมอเพื่อรักษาแผลบนหน้าพวกเธอก็ถอยออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
……
รอจนในห้องโถงเหลือตัวเองเพียงคนเดียว ซุนเฟยก็ค่อยเริ่มสงบสติอารมณ์ แล้วพิจารณาต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้อย่างละเอียด
เห็นได้ชัดเลยว่า ตัวเองได้ทะลุมิติแล้วจริงๆ
นอกจากแองเจล่าและเจ็มม่าแล้ว หลังจากนั้นก็มีนักเวทย์อย่างไอ้หมูอ้วนกิลปรากฏตัว ต่อมาก็มี ‘พี่ชายยอดฝีมือ’ ผมแดงผู้กล้าหาญปรากฏตัวขึ้นอีก นี่เป็นข้อพิสูจน์ได้ดี
ในโลกก่อนซุนเฟยเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ตกอับคนหนึ่ง
สิบปีของความยากลำบากทำให้เขาสอบได้สาขาวิชาที่แย่สุดของมหาวิทยาลัยที่แย่สุด เขาใกล้จบปี4แล้ว แม้แต่งานก่อสร้างก็ยังหาไม่ได้เลย ดูท่าจะต้องกลายเป็นภาระของการเติบโต GDP ของประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างน่าอับอาย แม้แต่พวกที่ชอบเกาะพ่อแม่กินก็ไม่มีทางทำแบบเขาได้ เขาเกิดในชนบทเล็กๆ พ่อแม่จากเขาไปเร็วนัก สำหรับเขาญาติๆมีก็เหมือนไม่มี ถ้าให้พูด การที่เขาทะลุมิติมาก็ไม่ใช่เรื่องแย่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่ทะลุมิติมาเป็นองค์ราชา?
ตั้งแต่เล็กๆ อุดมคติของซุนเฟยก็ไม่ใช่การที่จะกลายเป็นพวกนักวิทยาศาสตร์อะไร แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลายเป็นลูกผู้ดีมีเงินที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน ทุกวันก็จะมีผู้รับใช้คอยติดตาม ได้ลวนลามผู้หญิงดีๆตามถนน พาสุนัขไปเดินเล่นขับรถไปรับสาว..แต่ก็เห็นได้ชัดว่าที่โลกนั้น อุดมคติแบบนี้คงอีกนานถึงจะได้เป็นจริง
แต่โลกนี้ อุดมคติของเขาอาจจะสามารถเป็นจริงได้
กลายเป็นราชาที่ยืนอยู่เหนือผู้คน ครอบครองอำนาจอย่างสมบูรณ์ อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากกินอะไรก็ได้ กินอยากจะลวนลามลูกสาวใครก็สามารถทำได้ อยากขี่ม้าก็ได้ขี่ อยากนั่งรถอะไรก็ได้นั่ง ไม่มีพวกยามรักษาความปลอดภัยออกไปอวดเก่ง บางครั้งอาจจะนั่งอยู่ในห้องโถงคอยตำหนิเหล่าขุนนางใหญ่ที่ทำตัวสูงส่งตามใจชอบ..แม่งเอ๊ยนี่มันชีวิตของผู้ชนะชัดๆ!
คิดถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็อดไม่ได้ที่จะเลือดเดือดพล่าน
แรงจูงใจที่สวยงามก็อยู่เบื้องหน้า ความคิดถึงและความอาลัยอาวรณ์ต่อโลกก่อนก็สลายหายไปทันที ซุนเฟยไม่เสียเวลามากนักสำหรับการโน้มน้าวตัวเองให้ยอมรับสถานะในปัจจุบัน
แต่อย่างไรก็ตามซุนเฟยเป็นพวกที่อยากรู้อยากเห็น
เขาเริ่มวิเคราะห์สาเหตุที่ทะลุมิติมา
เห็นได้ชัดว่า ตอนที่กลับหอพักวันนั้น ตัวเองถูกบางอย่างที่คล้ายกับแผ่นซีดีส่องประกายจากฟากฟ้าชนเข้าอย่างจัง หลังจากนั้นคาดว่าน่าจะตายคาที่เลย ต่อจากนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไม วิญญาณถึงได้หลุดมาโลกนี้และยังเข้าสิงร่างราชาหนุ่มที่ชื่อว่าอเล็กซ์ซานเดอร์คนนี้
และจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ก็พอสรุปได้ว่า ราชาหนุ่มคนนี้จะเป็นเด็กปัญญาอ่อน ก็ไม่รู้ว่าราชาองค์ก่อนกินยาอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าถึงได้ส่งมอบบัลลังค์ให้กับเขา เห็นได้ชัดว่า ข้าราชบริพารในประเทศเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่มองราชาหนุ่มในแง่ดีเลยสักนิด..
ซุนเฟยนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่ตัวเองเพิ่งตื่นขึ้นก็ถูกคนยิงธนูใส่หมวก
คาดว่าตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่วิญญาณตัวเองสิงร่างสำเร็จ ส่วนราชาอเล็กซ์ซานเดอร์คนก่อนก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว อย่างไรก็ตามตั้งแต่ตอนนั้น ซุนเฟยก็มาแทนที่เขาและกลายเป็นราชาแห่งแซมบอร์ดแล้ว
เพียงแต่ราชาที่ชื่ออเล็กซ์ซานเดอร์ ดูเหมือนว่าชีวิตก่อนหน้าจะปัญญาอ่อนจริงๆ
ซุนเฟยครอบครองร่างกายของเขาและดูเหมือนจะได้รับความทรงจำของเขาทั้งหมด แต่ก็ได้รับเพียงข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น เช่น ภาษาที่คนในโลกนี้ใช้และชีวิตประจำวันธรรมดาที่คุ้นเคย นอกเหนือจากนั้นซุนเฟยก็ไม่แน่ชัด อย่าพูดถึงพวกกฎหมายหรือพวกองค์ประกอบหรือระบบของต่างโลกนี้ แม้แต่คู่หมั้นแสนสวยที่ชื่อแองเจล่าเขาก็เพิ่งรู้หลังจากที่เพิ่งตื่น แม้กระทั่งเจ้าหมูอ้วนกิลและพี่ชายยอดฝีมือ ตอนนี้ซุนเฟยก็ยังคงนึกเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับพวกเขาสองคนไม่ออกเสียด้วยซ้ำ
“โชคดีที่เด็กคนนี้ปัญญาอ่อน แบบนี้เวลาที่ข้า สวมรอยแทนแม้ว่าข้าจะแสดงท่าทางแปลกๆอะไรก็ไม่มีคนมองออก”
ซุนเฟยลูบคางตัวเองแลวพยักหน้าอย่างพอใจ สิ่งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง
แต่ไม่นานซุนเฟยก็นึกถึงอีกเรื่องขึ้นมา——
ตอนที่พี่ชายยอดฝีมือจะเดินออกไป ได้ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง เหมือนจะพูดว่าข้าศึกอะไรสักอย่างกำลังล้อมเมืองและอีกไม่นานทหารก็จะต้านไม่ไหว..
“ชิบหาย เป็นไปไม่ได้มั้ง?”
คิดถึงตรงนี้ ซุนเฟยแทบจะกระโดดลุกออกจากเตียง :บิดาเพิ่งจะได้นั่งบัลลังค์ ตูดยังไม่ทันจะร้อน ข้าศึกก็อยากจะบุกเข้ามา?ไม่ใช่ว่าบิดาจะได้กลายเป็นราชาของอาณาจักรเหรอ?หลังจากนี้ไม่ต้องพูดถึงความบันเทิงที่หรูหราอย่างสาวสวย หรือรถหรูเลย เกรงว่าจะถูกข้าศึกที่โหดร้ายจับมาX หลังจากนั้นก็Xแล้วก็Xอีกครั้งใช่ไหม?
ความกดดันของความอยู่รอดที่โหดเหี้ยมถาโถมเข้ามา ทำให้ซุนเฟยกลัวจนตัวสั่น
“เก็บข้าวของแล้วแอบหนีไปดีกว่าไหม? แล้วจะหนียังไงเมืองก็มีข้าศึกล้อมไว้อยู่?ให้พี่ชายยอดฝีมือไปกำจัดข้าศึกที่กล้ารุกรานราชาที่น่าเกรงขามอย่างข้า? คนๆนั้นแม้ว่าฝีมือร้ายกาจแต่ว่า คนๆเดียวคงไม่สามารถสู้คนทั้งกองทัพได้ แล้วหากฝ่ายตรงข้ามมียอดฝีมือล่ะ? ถ้าเป็นแบบนั้นเราควรจะทำยังไงดี?”
ซุนเฟยคิดไปคิดมาก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว
ก่อนที่ตัวเขาเองจะทะลุมิติมาเขาก็แค่คนโง่ๆวันๆก็เอาแต่เอ้อระเหยลอยชาย ไม่มีกองกำลังติดอาวุธหรือพรสวรรค์เรื่องด้านการทหารที่ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงอย่างดีก็แค่รับมือกับพวกอันธพาลกระจอกๆ ถ้าให้เขาเป็นผู้นำพวกทหารทำสงคราม เกรงว่าแม้แต่แรงจะสวมชุดเกราะก็ยังไม่มีปัญญาทำได้เลย
ดังนั้นซุนเฟยจึงเปลี่ยนสีหน้าโดยพลัน
“เวรเอ๊ย ไอ้สารเลวคนไหนส่งบิดามาต่างโลกวะ มันดีแน่เหรอที่บิดาอยู่โลกนี้?”คนโง่ๆก็ไม่คิดจะอยู่หรอก แต่เมื่อกี้ใครกันนะที่ยังจินตนาการถึงชีวิตอันสวยงามของราชากัน
ตอนนั้นเอง——
“รวบรวมข้อมูลผู้เล่น……20%……50%……88%……100%……เริ่มติดตั้งระบบเกม……สแกนความจุของสมอง……ตรงตามเงื่อนไข……ติดตั้ง……”
เสียงเย็นชาลึกลับดังขึ้น
ทันทีที่ซุนเฟยได้ยินก็ตกใจขวัญหนี
เพราะว่าเสียงนี้ มันดังขึ้นมาในสมองของเขาโดยตรง
“ห่าเอ๊ย ใคร? คนหรือผี?”
ไม่มีใครตอบเขา
เสียงดังติ๊ดๆ อยู่พักหนึ่งราวกับว่าในสมองของซุนเฟยติดตั้งระเบิดเวลาถอยหลัง 10 วินาทีต่อมา เสียงนั่นก็ปรากฏขึ้นอีก
“เกมถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว อีก 3 วินาทีจะเข้าสู่โลกของเกม Diablo……3……2……1……เข้าร่วมเกม!”
ซุนเฟยรู้สึกว่าภาพเบื้องหน้ามืดลงชั่วขณะ มันดูเหมือนละครอเมริกาเรื่อง 《สตาร์เกท ทะลุคนทะลุจักรวาล》ที่นักผจญภัยสามารถเดินทางทะลุอวกาศได้ ในตอนนั้นรู้สึกถึงความลึกลับแปลกๆที่กำลังปกคลุมทั่วร่างกาย
……
……
【ค่าย โรเจอร์ 】
ซุนเฟยเหมือนคนโง่ๆที่ยืนอยู่ [ค่าย โรเจอร์] ในเกม Diablo ที่เป็นสถานที่สำหรับพวกมือใหม่ปรากฏตัว ในใจของซุนเฟยรู้สึกกังวลเล็กน็อย
เขายืนอยู่ที่นี่ได้ 4-5 นาทีแล้ว
4-5 นาทีก่อน หลังจากที่จู่ๆก็มีเสียงปรากฏอยู่ในสมองของซุนเฟยว่าจะดำเนินการเข้าเกมส์ใน 3 วินาที เบื้องหน้าซุนเฟยพร่ามัวสักพักจากนั้นก็มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่
นี่เป็นโลกของ Diablo จริงๆ
โลกที่สมบูรณ์แบบและสมจริง
ในช่วงเวลา45นาทีที่ซุนเฟยเข้ามาในเกมก็พอจะได้ข้อสรุปแล้ว
ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตกพร่ำๆ บนพื้นดินที่ลื่นๆมีพืชมอสสีเขียวเข้มที่ไม่รู้จักเติบโตอยู่ พื้นผิวโล่งๆเป็นดินสีดำอยู่ไกลๆ ทั้งค่ายว่างเปล่า มีแม่ไก่หาอาหารอยู่ไม่กี่ตัวที่ถูกน้ำฝนจนตัวเปียกโชกร้องตั๊กๆ วิ่งไปหลบฝนอยู่ในเต้นท์ผ้าลินินที่ทำขึ้นมาหยาบๆด้านซ้ายมือของซุนเฟย
ลมเย็นๆพัดมา ซุนเฟยสะดุ้งด้วยความหนาวเย็น
ความรู้สึกเหมือนจริงแพร่กระจายไปทุกปลายเส้นประสาททุกส่วนของร่างกาย ย้ำเตือนซุนเฟยว่าทั้งหมดที่เห็นล้วนเป็นความจริง ที่นี้เป็นโลกจริงและไม่ใช่โลก 2 Dที่อยู่ในคอมพิวเตอร์
-------------------