เมียตัวแทนที่(ไม่)รัก
ข้อมูลเบื้องต้น
ในวันที่พระจันทร์สว่างที่สุด…วันนั้นจะไม่มีดาว
เฉกเช่นเดียวกัน
หากวันใด 'ดาว' อยากเปล่งประกายที่สุด…วันนั้นก็ต้องไม่มี 'เดือน'
…….
ตัวอย่าง
"ที่ถามนี้ กำลังขออนุญาตเหรอคะ" ต้องให้เธอใจกว้างแค่ไหน ถึงจะยอมให้สามีตีทะเบียนคนนี้มีเมียน้อยได้ ปานเดือนเอ่ยถามทั้งน้ำตา
"เปล่า แค่บอก"
"ฮึก ถ้าอย่างนั้น…ก็ไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะตอบอะไร"
"ถึงเธอไม่ตอบ ไม่อนุญาต ฉันก็จะพาพิมเข้ามาอยู่ดี"
"ค่ะ" เธอตอบเพียงแค่นี้ บ้านก็บ้านเขา ก็ถ้าไม่นึกถึงกันก็ให้เขาเอาผู้หญิงอื่นเข้ามา "ก็คงจะดีนะคะ ที่ฉันจะได้พักสักที"
"เธอ…" เขามองด้วยสายตาไม่พอใจ ปานเดือนตอบอย่างกับว่าไม่หึง ไม่หวงเขาอีกแล้ว…
มีปมปริศนาอยู่ในเรื่องนะคะ
เลซี่ฝากผลงานพระเอกชาติชั่วที่สุดสำหรับปีนี้ไว้ด้วยนะคะ
คำเตือน:
ตัวละครเลวเกินกว่าจะได้เป็นพระเอก การกระทำของพระเอกนั้นไม่สมควรที่จะมีอยู่บนโลกใบนี้
เช่น
ขมขื่น ขืนใจ ใช้กำลังกับผู้หญิง ใช้อำนาจในทางที่ผิด ชักจูง
ขอให้คุณนักอ่านโปรดใช้วิจารณญาณ ทุกการกระทำนั้นไม่มีเจตนาส่งเสริมแต่อย่างใด และห้ามคิดทำตาม
อาจจะสะเทือนอารมณ์บางฉาก บางตอน
ขอบคุณค่ะ
บทที่ 1 ตัวแทนที่เขาไม่รัก [1]
ในวันที่พระจันทร์สว่างที่สุด…วันนั้นจะไม่มีดาว
เฉกเช่นเดียวกัน
หากวันใด 'ดาว' อยากเปล่งประกายที่สุด…วันนั้นก็ต้องไม่มี 'เดือน'
บทที่ 1
ตัวแทนที่เขาไม่รัก
“เธอชื่ออะไร” น้ำเสียงยานคาง พร้อมกลิ่นองุ่นหมักทำให้ใบหน้าเล็กผงะไปทางด้านหลัง “บอกฉันสิว่าเธอชื่อดาว”
“พี่เมามากแล้ว ขึ้นห้องไปนอนนะคะ” เธอพยายามตั้งสติให้ได้มากที่สุด แม้นจะเสียใจกับคำถามของเขาเมื่อครู่
ทำไมกันนะ ทำไม…ทำไมยังไม่ลืมเสียที
“พูดสิวะ!”
“อ๊ะ!” เขาออกแรงผลักเธอแรง ๆ จนคนตัวเล็กเซถลาไปทางด้านหลัง กระนั้นก็ไม่ได้ห่วงว่าตัวเองจะล้ม ห่วงคนเมาต่างหาก
“ระวังล้มค่ะ”
“ออกไป! อย่ามาจับฉัน!”
“จะล้มหัวฟาดพื้นเอานะคะ” ปานเดือนรีบเข้าไปพยุงแม้นว่าเขาจะผลักไส คนตัวโตโอนเอนจะล้มอยู่รอมร่อแต่ก็ยังดื้อดึงผลักเธออยู่เรื่อย
“ออกไป…เธอไม่ใช่ดาว”
“_”
“อึก ดาว…ดาว”
“พี่เปรม…” เปรมนัตย์น้ำตาไหลพราก พึมพำเรียกชื่อหญิงสาวที่เขารัก ทำให้คนที่มองอยู่นั้นแข้งขาอ่อนแรง เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะทำในสิ่งที่เขาชอบ ชอบให้เธอ…เป็นตัวแทนของน้องสาวฝาแฝด
“ดาวอยู่นี่ไงคะ” เธอยิ้มออกมาบาง ๆ ซึ่งชื่อนี้ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง เขามองผู้หญิงตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา
“ดาว…ดาวเหรอ” ปานเดือนเงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้าน เกรงว่าน้ำตาจะไหล แล้วการเป็นตัวแทนในครั้งนี้จะล้มเหลว
“ค่ะ” เธอตอบรับพร้อมกับขยับเข้าหา ก่อนที่เขาจะรั้งเธอเข้าไปกอดแรง ๆ
“พี่คิดถึงเธอเหลือเกิน” อ้อมกอดเขานั้นอบอุ่น จะดีไม่น้อยหากคนที่เขาคิดว่ากำลังกอดนี้เป็นผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วย เป็นผู้หญิงที่ชื่อปานเดือน…ไม่ใช่ดุจดาว
“ขึ้นห้องนะคะ”
“หึ…เธอยังไม่ตายสินะ”
“ฉันอยู่กับพี่ตลอดค่ะ”
“ใช่…พี่รู้สึกแบบนั้นตลอด เธออยู่ในใจของพี่ตลอด” น้ำเสียงของเขาอาลัยอาวรณ์ยิ่ง ปานเดือนกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะพยุงคนเป็นสามีให้เดินขึ้นบันไดบ้านไป
…โชคยังดีที่เขายังมีแรงพอพยุงตัวเองได้ ทำให้ไม่ได้ทิ้งน้ำหนักให้เธอหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ กระนั้นคนตัวเล็กก็ต้องออกแรงมากอยู่ดี
ฟุบ!
พอถึงเตียงนอน หญิงสาวก็ปล่อยให้เขานอนบนที่นอนขนาดใหญ่นี้ ทว่าพอเธอจะลุกขึ้นยืนเขากลับคว้าข้อมือของเธอไว้
“ไปไหนเหรอ ขึ้นมานอนกับพี่สิ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ” เพราะทุกครั้งที่เขามีสติ สร่างเมาแล้ว เขาก็มักจะโวยวาย ด่าทอว่าเธอมานอนกับเขา
“ทำไมล่ะ พี่คิดถึงเธอ”
“เพราะฉันไม่ใช่…” ดาว เธอไม่ได้พูดจบประโยค มองสามีหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
“หือ…”
“พี่เปรมนอนเถอะนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะทำอาหารร้อน ๆ ให้แก้แฮงค์”
“ไม่เอา เธอมานอนกับพี่ พี่คิดถึงเธอ” เพราะใบหน้าที่เหมือนกันจนแยกไม่ออก ฝาแฝดแท้ที่เหมือนกันทุกอย่างแม้กระทั่งเสียง ทำให้เปรมนัตย์มักบังคับให้เธอแทนตัวเองว่าดาวเสมอ
“เดี๋ยวฉัน…อ๊ะ! พี่เปรม” ร่างบางของเธอล้มลงทาบทับร่างของเขา ชายหนุ่มกระตุกแขนของเธออย่างแรงจนเสียหลักล้มลง มุมปากของเขากระตุกยิ้มเบา ๆ
“ดวงใจของพี่ เธอสบายดีหรือเปล่า” ปลายนิ้วมือเรียวนี้ค่อย ๆ เกลี่ยปอยผมของเธอ ชายหนุ่มนั้นเหมือนกับคนที่กำลังละเมออยู่
“_”
“หือ…”
“ฉัน…อึก” น้ำตาของเธอคลอเบ้า แต่งงานกันมาห้าปีแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นแบบนี้ตลอด ไม่รักไม่ว่าแต่อย่าบังคับเธอนักเลย ซึ่งตอนนี้เธอก็เหนื่อยมากเกินกว่าจะมาทะเลาะกับเขา แถมตอนนี้ยังเมาพูดไม่รู้เรื่องอีกด้วย
ทว่าพอเธอเงียบ
พรึ่บ!
เขาก็ฉวยโอกาสพลิกตัวเธอให้มาอยู่ใต้ร่างทันที
“พี่เปรม…ไม่นะคะ” เธอพอรู้ว่าเขาจะทำอะไร ชายหนุ่มยิ้มกว้างจนเห็นซี่ฟันเรียงกันสวย
“ทำไมเหรอ เราฝันจะสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่งงาน มีลูก…ไม่ใช่เหรอ”
“แต่ฉันไม่ใช่…อือ~” พอเธอจะปฏิเสธ เขาก็ฉวยโอกาสจูบริมฝีปากของเธอเสียอย่างนั้น จูบของเขานั้นขมแอลกอฮอล์ หากแต่ว่าการจูบช่างละมุนละไม ยามที่เธอสวมรอยเป็นผู้หญิงที่เขารัก เขามักจะอ่อนโยนเสมอ หากวันใดเขามีสติ รับรู้ว่าเธอคือปานเดือนแล้วอยากรังแกเธอ วันนั้นมันเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น
เลซี่ฝากกดเข้าชั้น กดหัวใจ ฝากสนับสนุนด้วยนะคะ
บทที่ 1 ตัวแทนที่เขาไม่รัก [2]
…เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องด้วยความรวดเร็วโดยฝีมือของหนุ่มวัยกลัดมัน เปรมนัตย์วัยสามสิบเอ็ดปีนี้หุ่นแน่นหนัด กล้ามเนื้อของเขาเป็นมัด ๆ ไร้ที่ติสมกับชายชาตรีที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
“อือ~ พี่เปรม” น้ำตานอง แต่เขาก็ไม่ได้หยุด ชายหนุ่มนั้นคิดถึงหญิงที่รักเป็นอย่างมาก มากจนมักจินตนาการว่าผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างคนนี้คือเธอ
เขาค่อย ๆ กระทำอย่างนุ่มนวล ด้วยความที่คิดว่าเธอเป็นหญิงที่รัก ชายหนุ่มบีบเคล้นอกอวบใหญ่นี้เบา ๆ อ้าปากครอบงำอย่างหื่นกระหาย สลับสับเปลี่ยนจนเลอะเปรอะเปื้อนน้ำลาย
ด้านปานเดือนปล่อยใจไม่ขัดขืน หัวอกผู้หญิงแล้วไม่มีอะไรทรมานเท่ากับการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่เต็มใจหรอก มันทรามานราวกับเนื้อตัวถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้น ๆ ยิ่งเขาทำเพราะคิดว่าเธอเป็นคนอื่นก็ยิ่งเจ็บปวด
“อืม…เธอ คิดถึงพี่หรือเปล่า” เขาหยัดกายขึ้นคร่อมเธอจนมองไม่เห็นจากทางด้านบน ชายหนุ่มเอ่ยถามชิดใบหูเล็ก
ปานเดือนเพียงแค่มองเขาผ่านม่านน้ำตา
“ร้องไห้เหรอ คิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม ดาว”
“ทำเถอะ จะได้จบสักที”
“หือ…อยากแล้วเหรอ” เขานั้นชักจะสติไม่เหลือแล้ว ร่างหนาแทรกกายเข้าหว่างขา ชักรูดความใหญ่โตเกินมาตรฐานนี้สองสามครั้ง ก่อนจะกดกระแทกเข้ามา
“อือ~” ร่างบางสะดุ้งเฮือก เธอขบริมฝีปากล่างไว้ ฝ่ามือข้างหนึ่งกำผ้าปูที่นอนแน่นจนยับยู่ยี่ ส่วนอีกข้างก็จิกปลายเล็บที่ต้นแขนของเขา เปรมนัตย์นั้นค่อย ๆ ขยับตามจังหวะเพราะรู้ว่าขนาดตัวของเธอเล็ก ตรงนั้นก็ไม่ได้ต่างกัน
“อ๊ะ อ๊า~” เสียงเล็ก ๆ ส่งเสียงครางไม่ขาดสาย ทั้งจุก เจ็บ และเสียวในคราวเดียวกัน เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังกระทำตัวเธอ เขามีสีหน้าสุขอุรา ใบหน้าฟิน ๆ ปนเสียวซ่านนั้นพลอยทำให้เธอมีความสุขอยู่บ้าง อย่างน้อย…เธอก็ทำให้เขามีความสุขดี
“อึก…” เสียงครางมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาตามหางตาเมื่อนึกขึ้นได้ ปานเดือนไม่อาจทนที่จะไม่นึกถึง แม้นจะทนมาแล้วหลายปี หากเลือกได้เธอก็อยากให้เขาทำรุนแรงในฐานะผู้หญิงที่ชื่อปานเดือน เพราะทุกครั้งที่เขาอ่อนโยน เขาทำเพราะคิดว่าเธอคือ…ดุจดาว
เช้าวันต่อมา…
ความหนาวเหน็บของฝนยามเช้าตรู่ทำให้คนตัวเล็กเริ่มขยับควานหาความอบอุ่น เรียวแขนยาวสอดเอวหนา โอบกอดเขาจนคนที่ถูกกอดรู้สึกตัวตื่น
“อืม…” เปรมนัตย์ส่งเสียงครางเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวน เปลือกตาหนาข่มลงแรง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้น ใบหน้าที่เห็นตรงหน้านั้นเรียกได้ว่าอยู่ในระยะประชิด
“ปานเดือน…” เขาออกแรงผลักออกทันทีราวกับว่าเนื้อตัวเปรอะเปื้อนขยะเน่าเหม็น
พลั่ก!
“บ้าฉิบ!”
“อ๊ะ!…” คนที่ถูกปลุกให้ตื่นกะทันหันนั้นร้องเสียงหลง หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับวูบตกลงตึกสูงสามสิบชั้น เธองงงวยก่อนจะตั้งสติได้
“ขอโทษค่ะ” รีบก้มหน้า เมื่อเขาตวัดสายตามอง
“เธอ…” เปรมนัตย์ทำหน้าไม่พอใจ คิ้วขมวดจนแทบจะชนกัน ชายหนุ่มจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด
“ออกไปซะสิ นั่งโง่อยู่ทำไม!” ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง จนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง ลนลานทำตัวไม่ถูก หญิงสาวค่อย ๆ ลงจากเตียง พอเห็นร่างบางเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยร่องรอยของตัวเองใบหน้าหล่อเหลาก็เบือนหนี ราวกับไม่อยากรับรู้ว่าตัวเองได้ทำเรื่องน่าอัปยศไป
“เดี๋ยว!..” ทว่าพอเธอจะหอบเสื้อผ้าออกไปจากห้องนอน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโมโหก็เอ่ยเรียก
“คะ?”
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าเป็นดาว” เธอก้มหน้าลง หากบอกว่าเป็นเขานั่นแหละที่คิดไปเอง แต่ถ้าพูดเขาก็ไม่เชื่อเพราะมันเลือนในความทรงจำของเขา
“ขอโทษค่ะ…” เป็นเธอเสมอที่เอ่ยคำนี้ หญิงสาวค่อย ๆ เดินออกจากห้องนอนของสามีหนุ่ม โดยไม่ลืมที่จะปิดประตู…
บทที่ 2 ฝืนทน [1]
บทที่ 2
ฝืนทน
ร่างบางทรุดกายลงที่พื้นห้องน้ำ เธอเหนื่อยมาทั้งคืนกับการต้องรองรับอารมณ์ของเขา แถมยังต้องปลอมเป็นน้องสาวเพื่อจะได้เอาใจเขาอีก หญิงสาวนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มใสไม่หยุด
“ฮึก ฮือ~” ปานเดือนนั่งกอดเข่าร้องไห้ออกมาจนแผ่นหลังบางสั่นเทา สายตาของเขาที่ใช้มองเมื่อเช้ากับเมื่อคืนนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว แรก ๆ เธอดีใจที่เขาใจดีเวลาเธอแทนตัวเองว่าดาว อยากสวมรอยเป็นคนรักของเขาให้สิ้นเรื่อง เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนการแต่งกาย แม้นแต่ยอมใส่คอนแทกต์เลนส์แทนการใส่แว่น แต่นานเข้ามันยิ่งกัดกินตัวตนของเธอ จนไม่เหลือตัวตน จนทำให้รู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
เวลาผ่านไปก็เริ่มปฏิเสธว่าไม่ใช่ เขาเมามาทีไรก็เรียกหาแต่ดุจดาว พร่ำเพ้อราวกับคนบ้าไร้สติ
“อึก…” ปานเดือนรีบตั้งสติ ต้องรีบออกไปทำอาหาร ไม่เช่นนั้นอาจจะโดนด่าด้วยถ้อยคำทำร้ายจิตใจ
…หญิงสาวฝืนร่างกายอ่อนเพลียนี้รีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะลงไปที่ครัว เขาชอบกินอะไรเธอก็รู้ เขาไม่ชอบ แพ้ หรือเกลียดสิ่งใดเธอรู้หมด หากไปแข่งรายการแฟนพันธุ์แท้เปรมนัตย์ เธอคงได้ที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าขณะนั้นเอง
ร่างหนาที่ลงมาจากชั้นสองของบ้านนั้นทำให้คนตัวเล็กตกใจ เพราะข้าวต้มร้อน ๆ ยามเช้านี้ยังไม่แล้วเสร็จเลย
“เอ่อ รอหน่อยนะคะ ฉันเพิ่งตั้งหม้อเองค่ะ” ชายหนุ่มตวัดสายตามอง เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้โดยไม่ได้พูดอะไร เท่ากับว่าเขาจะรออาหารจากเธอ
ปานเดือนใบหน้าซีดเผือด อันที่จริงก่อนหน้านี้เธอมีอาการไข้จากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในช่วงหน้าฝนนี้ แถมเมื่อคืนเขายังรังแกเธอจนถึงเช้า ด้วยความที่ไม่ได้นอนทำให้มือไม้ของเธอสั่นเทา
…ถ้าไม่ติดว่าหล่อนทำอาหารอร่อยเขาจะไม่อยู่รอเลย เจ้าของใบหน้าหล่อเหล่านั้นนั่งเขี่ยโทรศัพท์อ่านข่าวสารในยามเช้า รวมถึงข่าวเศรษฐกิจทั่วโลก ชายหนุ่มนักธุรกิจผู้ถือหุ้นสูงสุดของธนาคารที่มีมูลค่าอันดับหนึ่งในประเทศในขณะนี้ เปรมนัตย์นั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหารต่อจากผู้เป็นพ่อที่เกษียณอายุตัวเองไปแล้ว
ขณะเดียวกันภายในห้องครัว…ฝ่ามือบางของปานเดือนกำเข้าหากัน เธอรู้สึกปวดหัวมาก ราวกับอาการไข้เมื่อวานจะทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อคืนก็ไม่ได้กินยา
หญิงสาวส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติของตัวเอง ก่อนจะตักข้าวต้มใส่ชามขนาดกลาง โดยไม่ลืมที่จะใส่เครื่องเคียงที่เขาชอบ ทั้งกระเทียมเจียวและหอมสด ทว่าพอจะนำไปเสิร์ฟ ความอ่อนเพลียหน้ามืดก็เข้าเล่นงานจนมือไม้อ่อนแรง
“โอ๊ย!!!”
เพล้ง!!
“อะไรวะ” เปรมนัตย์สะดุ้งเฮือกเช่นกัน รีบหันไปมองก็เห็นว่าปานเดือนทำชามข้าวต้มหล่นจากมือ เธฮยืนนิ่งพร้อมกับสองแขนที่ค้างกลางอากาศเพราะความร้อนของข้าวต้มนั้นลวกข้อมือของเธออย่างจัง ความแสบร้อนที่ให้ผิวหนังบริเวณนั้นพุพองขึ้นด้วยความรวดเร็ว
“อึก ขะขอโทษค่ะ เดี๋ยวฉันตักให้ใหม่นะคะ” เปรมนัตย์ข่มเปลือกปิดตาลงอย่างคนเบื่อหน่าย เขาเห็นแขนของเธอแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลุกไปช่วย เธอทำเอาของเธอเกี่ยวอะไรกับเขา
…พอหันหลังกลับน้ำตาก็ร่วงเผาะอาบแก้ม ทำนบน้ำตาของเธอทำด้วยอะไรกัน ทำไมถึงพังลงได้ง่ายขนาดนี้
“ฮึก…” หญิงสาวล้างแขนด้วยน้ำสะอาด เธอสะอื้นไห้เบา ๆ พร้อมกับกัดฟันแน่นด้วยความแสบ ก่อนจะรีบไปตักข้าวต้มใส่ชามใหม่ให้เขา ปานเดือนพยายามขบฟันไว้ระงับอาการเจ็บปวดที่กำลังรู้สึก แต่พอจะยกชามขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือหนาใหญ่กว่าเธอถึงสองเท่าก็ยื่นมือมาจากทางด้านหลัง คว้าเอาชามไปเสียก่อน
“โง่นัก” ชายหนุ่มเปล่งวาจาผ่านริมฝีปาก ราวกับว่าไม่ได้มาจากหัวสมองของเขา ดวงตาคมนั้นปรายสายตามองแผลพุพองนี้พร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินถือชามข้าวต้มนี้กลับไปนั่งที่โต๊ะดังเดิม
สายตาของเขาว่างเปล่า คงมีแค่คำพูดเยาะเย้ยที่เขาอยากพูด แต่ก็เกรงว่าจะเสียเวลาเสวนากับเธอ…
--------
ฝากคอมเม้นท์กด้ขข่าชั้น กดหัวใจ เม้าท์มอยกับไรท์ด้วยนะคะ