เมื่อนางร้ายบังเอิญมีวันไนท์กับพระเอก
นิยาย Dek-D
อัพเดต 30 ต.ค. 2566 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2566 เวลา 06.54 น. • สายธารแห่งดวงดาวข้อมูลเบื้องต้น
พลอยใสนักศึกษาวัยว้าวุ่นถั่วติดคอตายทะลุมิติไปอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายที่เพื่อนนักเขียนแต่ง นางร้ายผู้นี้เป็นสตรีที่พระเอกเกลียดชังน้ำหน้าด้วยว่านางพยายามเข้าหาตัว และสุดท้ายถึงขั้นวางแผนจะปีนเตียงเขาแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
แต่แล้ววันหนึ่งเหตุไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองต่างเมาแล้วเผลอมีค่ำคืนอันเร่าร้อนด้วยกันท่ามกลางหุบเขาอันหนาวเหน็บ บรรยากาศสุดเร้าใจ ตั้งแต่คืนนั้นนางก็ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขอีกเลย
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาตามจินตนาการของผู้เขียน ชื่อตัวละคร สถานที่ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์แต่อย่างใด เป็นนิยายรักจีนโบราณที่ค่อนข้างเบาสมอง อ่านเพื่อความเพลิดเพลินไม่ได้มีปมสลับซับซ้อนอะไรมากนัก บอกเล่าเรื่องราวของพระนางเป็นส่วนใหญ่เพราะเป็นนิยายที่เนื้อเรื่องไม่ยาวค่ะ แพลนไว้ว่าประมาณ 20 บทจบ และใน e book จะมีตอนพิเศษ
ผู้เขียนหวังว่านิยายเรื่องนี้จะช่วยสร้างความสุขให้กับผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านนะคะ
ใครที่ชื่นชอบพระเอกโบ้เชิญแวะเข้ามาทางนี้ได้เลยค่ะ
กลายเป็นนางร้าย (ตอนต้น)
ท่ามกลางราตรีอันเงียบสงัด ไฟตะเกียงภายในห้องนอนของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเล่ยยังคงส่องแสงสว่าง แม่ทัพหนุ่มรูปงามนามไป๋เฟิงเยว่ผู้มีความเก่งกาจมากฝีมือ ไม่ว่าจะออกรบสักกี่ครั้งภายใต้การนำทัพของไป๋เฟิงเยว่ผู้นี้ไม่เคยมีสักคราที่จะไม่ชนะศัตรูจนได้รับฉายาว่าแม่ทัพไร้พ่าย
ทั้งความสามารถประกอบกับหน้าตาอีกทั้งชาติตระกูลอันสูงส่ง สืบเชื้อสายรับใช้ราชสำนักมานานหลายชั่วอายุคนทำให้แม่ทัพใหญ่ไป๋เฟิงเยว่ที่ปีนี้อายุย่างเข้า 23 ต่างก็เป็นที่หมายตาของเหล่าสตรีที่หวังจะได้เข้ามาเป็นฮูหยินสกุลไป๋
แม้แต่หมิงเหรินดรุณีแรกแย้มอายุ 16 หนาวผู้ที่เปรียบประดุจดังน้องสาว (ไม่แท้) ก็ไม่ได้ต่างจากสตรีเหล่านั้น นางถูกบิดาส่งตัวเข้ามาในเมืองหลวงให้ฮูหยินฟ่านผิงซึ่งเป็นพี่สาวบุญธรรมของตนช่วยดูแล
พูดง่าย ๆ ก็คือหวังจะให้พี่สาวหาสามีที่ดีให้กับหมิงเหรินสักคน และผู้ที่ฮูหยินฟ่านผิงเพ่งเล็งเอาไว้ก็มิใช่ใครอื่นไกล แม่ทัพไป๋เฟิงเยว่บุตรชายคนเดียวของนางนั่นเอง
แม้ความได้เปรียบของหมิงเหรินจะมีมากกว่าสตรีคนอื่น ๆ เพราะได้อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับไป๋เฟิงเยว่มาถึงสองปีแล้ว แต่ชายหนุ่มก็มิเคยจะสนใจไยดีนางสักเท่าใดนัก แม้ว่านางจะคอยเอาอกเอาใจเขาสักเพียงใดสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้มอบให้ก็มีเพียงความเฉยชา แต่หมิงเหรินกลับมองว่าเป็นเสน่ห์ที่น่าค้นหาและท้าทายยิ่งนัก
และสิ่งที่ทำให้หมิงเหรินตัดสินใจมาด้อม ๆ มอง ๆ ข้างเรือนนอนของแม่ทัพใหญ่ในคืนนี้ก็เนื่องจากเมื่อสามวันก่อนมีงานเทศกาลหยวนเซียว แม่ทัพไป๋ผู้ไม่เคยสนใจไยดีสตรีใดมาก่อนเลยกลับเดินตามแม่นางลั่วเหยียนไม่ห่าง อีกทั้งสายตาก็มิได้ละไปจากนางผู้เลอโฉมลั่วเหยียนบุตรสาวของเสนาบดีคลังเลยแม้แต่น้อย
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ธรรมดาเป็นไปได้ว่าตำแหน่งฮูหยินของแม่ทัพใหญ่ที่นางหมายตาเอาไว้กำลังสั่นคลอน
‘คืนนี้เลยแล้วกันทางสะดวก’
หมิงเหรินมุ่งมั่นว่าอย่างไรเสียนางต้องจัดการปีนเตียงไป๋เฟิงเยว่ในคืนนี้ให้แล้วเสร็จ เพื่อทำการรวบหัวมิให้เจ้าตัวปฏิเสธนางได้อีก เนื่องจากคืนนี้ท่านป้าผู้เป็นมารดาของเขาเดินทางไปค้างที่บ้านสหายรักที่นอกเมืองเพื่อร่วมฉลองครบรอบวันเกิด
ส่วนองครักษ์ปู้หยวนนางก็หลอกล่อให้ไปซื้อของให้นางที่ในตลาด กว่าเขาจะหาของที่นางต้องการได้ครบถ้วนนางก็คงจัดการผู้ที่อยู่ในห้องหอนั้นเรียบร้อยแล้ว
นางค่อย ๆ แง้มประตูอย่างเบามือและเดินย่องเข้าไปใกล้ มองเห็นแผ่นหลังของบุรุษผู้กุมหัวใจนอนนิ่งอยู่ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
‘ท่านพี่เป็นสามีของเหรินเอ๋อร์คืนนี้เถอะนะเจ้าคะ’
นางกระหยิ่มยิ้มย่องภายในใจก่อนจะค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ชั้นนอกออกจากกายงาม เดินกรีดกรายก้าวย่างเข้าไปใกล้เตียงนอนของชายหนุ่มอย่างช้า ๆ แต่ทว่าขณะที่หย่อนสะโพกจะนั่งลงข้างเตียงนอนนั้น
‘ปึก!’
“ว้ายยย!!!”
‘ตุ๊บ!!’
แม่ทัพใหญ่พลิกตัวหันมาถีบไปที่บั้นท้ายนางอย่างสุดกำลังตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัวโดยไม่ทันได้มองหน้า หมิงเหรินตกใจร้องเสียงดังเมื่อร่างของนางกระเด็นออกมา โดยไม่ทันระวังตัวศีรษะนางจึงไปฟาดกับขอบโต๊ะเตี้ยและความรู้สึกนางก็ดับมืดลง
### ทักทายรี้ดที่น่ารักทุกท่านค่ะ ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
กลายเป็นนางร้าย (ตอนปลาย)
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ สมน้ำหน้าโดนถีบตูดกระเด็นเลย”
พลอยใสอ้าปากหัวเราะดังลั่นอย่างสะใจ เมื่ออ่านนิยายจีนโบราณของเพื่อนสนิทที่เป็นนักเขียนออนไลน์ส่งมาให้ทดลองอ่าน ซึ่งพลอยใสพึ่งจะอ่านไปได้เพียงสามบทก็รู้สึกหมั่นไส้นางร้ายหมิงเหรินยิ่งนักถึงความร้ายกาจ และความมั่นหน้าพยายามเข้าหาพระเอกของนาง นับว่าเพื่อนนักเขียนคนนี้ฝีมือฉกาจทำเอาคนอ่านฟินได้ถึงขนาดนี้ คาดว่ายอดขายเรื่องนี้ของเพื่อนสาวคงปังๆ ๆ ไม่น้อย
พอมาเจอบทนางร้ายที่กำลังจะเข้าหาพระเอกแต่กลับถูกถีบกระเด็น พลอยใสจึงหัวเราะสะใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด มือข้างหนึ่งก็จับโทรศัพท์มือถือใช้นิ้วเลื่อนอ่านเขี่ย ๆ ไป อีกข้างก็คีบถั่วอบกรอบเข้าปากอย่างเมามัน
แต่ทันใดนั้น
‘แค่ก แค่ก แค่ก’
‘แย่แล้วถั่วติดคอ!’ นักศึกษาสาวปี 2 โยนโทรศัพท์ในมือและรีบลงจากเตียงนอน หวังจะวิ่งไปหาน้ำมาดื่มเพื่อดันถั่วที่ติดอยู่นั้นลงไป ด้วยความรีบเร่งทำให้สะดุดขาตัวเองล้มลงไปกองกับพื้น พลอยใสตาเบิกค้างชักเกร็งกระตุกสองสามทีจากนั้นสติก็ดับวูบไป
“บังอาจนัก!”
พลอยใสรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีพร้อมกับเสียงตะโกนดังลั่นของบุรุษผู้หนึ่ง เสียงนั้นปลุกให้ร่างบางที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นตื่นขึ้นมาเต็มตา และสิ่งที่พบตรงหน้าทำเอาพลอยใสต้องตกใจเบิกตากว้าง เมื่อบุรุษหนุ่มรูปหล่อแต่ใบหน้าแสดงอาการโมโหสุดขั้วที่ยืนชี้หน้าตนอยู่นั้นเป็นชายหนุ่มในชุดจีนโบราณ
‘นี่มันอะไรกัน!’
นอกจากจะตกใจมากแล้วพลอยใสก็ยังมีความงุนงง หันมองไปรอบตัวก็พบว่าเป็นห้องหับโบราณคล้าย ๆ กับในซีรีส์จีนย้อนยุคยอดนิยมที่ตนเองคลั่งไคล้อย่างหนัก แต่เดี๋ยวก่อนนะอุปกรณ์เครื่องประดับตกแต่งภายในห้องนี้ทำไมจึงเหมือนกับฉากที่เพื่อนนักเขียนได้บรรยายเอาไว้ในนิยายนัก ‘อย่าบอกนะว่าเราทะลุมิติมาเป็นนางร้าย!’
‘พลึ่บ!’
ยังไม่ทันที่พลอยใสจะหายงุนงง อาภรณ์เนื้อดีที่เจ้าของร่างงามถอดออกไปก็ถูกชายหนุ่มโยนลงมาใส่หน้า
“ออกไปให้พ้น! ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนกับเจ้า!”
ตามมาด้วยเสียงตะโกนไล่ดังลั่นของชายหนุ่ม ท่าทางดุดันจนน่าขนลุกนั้นบอกกับพลอยใสว่าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะทะลุมิติมาหรือว่าด้วยเหตุอันใดเอาไว้ค่อยคิด ณ เวลานี้คงต้องรีบหลบหนีเอาชีวิตให้รอดก่อน
เมื่อคิดได้ดังนั้นพลอยใสในร่างของนางร้ายในนิยายนามว่าหมิงเหรินก็รีบเก็บเอาผ้าของนางที่กองอยู่ตรงหน้า หอบวิ่งออกจากห้องนอนของไป๋เฟิงเยว่ไปอย่างไม่รีรอ
‘แฮ่ก แฮ่ก’
เมื่อวิ่งมาถึงห้องนอนพลอยใสก็ถึงกับหอบ ‘แฮ่ก แฮ่ก’ ด้วยความเหนื่อยกับการวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อสักครู่ ไป๋เฟิงเยว่พระเอกรูปงามในนิยายช่างหล่อเหลาเกินกว่าคำบรรยายของยัยจีจี้เพื่อนสาวของตนมาก แต่ท่าทางดุดันโมโหร้ายเมื่อสักครู่ทำเอาพลอยใสถึงกับขนลุกชัน
‘นี่คือพระเอกของแกหรือวะจีจี้ นึกว่าตัวร้ายจับได้บทพระเอกเสียอีก’
เขาเกือบจะหักคอนางร้ายอย่างหมิงเหรินคามือไปแล้วกระมังหากไม่วิ่งหนีมาเสียก่อน ร่างบางนั่งลงบนเตียงนอนอย่างอ่อนแรง ขายังคงสั่นเพราะผ่านการใช้งานมาอย่างหนักเมื่อสักครู่ หน้าผากที่กระแทกกับขอบโต๊ะก็ยังปูดบวมจนรู้สึกเจ็บระบม
‘เฮ้อ! บ้าบอเสียจริง’ อยู่ดี ๆ ก็ถั่วติดคอตายกลายมาเป็นนางร้ายในนิยายที่พึ่งอ่านได้เพียงสามบท ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตัว พลอยใสอยากจะหัวเราะนักแต่ก็หัวเราะไม่ออก แล้วนี่จะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะวีรกรรมของนางร้ายผู้นี้ก็เยอะเหลือเกิน
หรือเป็นเพราะเราหัวเราะสะใจนางร้ายถูกถีบกระเด็นมากจนเกินไป สวรรค์จึงลงโทษให้เรามารับบทเป็นนางร้ายที่นี่ ให้อ่านจบเรื่องก่อนแล้วค่อยส่งมาก็ไม่ได้เผื่อจะได้หาวิธีเอาตัวรอดอย่างนิยายหลาย ๆ เรื่องเหล่านั้นที่เคยอ่านมา แต่นี่ดันส่งมาตอนนางร้ายกำลังจะปีนเตียงพระเอก แล้วต่อไปจะมองหน้าพระเอกอย่างไรก่อนเถอะ
“ฮือออออ ไม่อยากเป็นนางร้ายยย…”
นางร้ายกลับใจ(ตอนต้น)
หลังจากที่กระทำการอุกอาจปีนเตียงแม่ทัพใหญ่แต่ไม่ประสบความสำเร็จในคืนนั้นแล้ว หมิงเหรินก็ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกนอกเรือนนอนของตน อีกทั้งความร้ายกาจของเจ้าของร่างเดิมนั้นมีมากมาย ผู้เข้ามาอยู่ใหม่จึงต้องทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมให้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอด
เมื่อฮูหยินฟ่านผิงกลับมาถึงจวนในวันต่อมา ก็ได้ทราบข่าวจากหัวหน้าพ่อบ้านที่ทำหน้าที่ดูแลจวนเป็นผู้รายงาน นางตกใจมากรีบรุดไปหาบุตรชายทันทีเพื่อถามไถ่
แต่ไม่รู้ว่าถามกันท่าไหนบุตรชายจึงเสียงดังลั่นจนบ่าวไพร่ได้ยินไปทั้งจวน แม้แต่หมิงเหรินที่แอบเงี่ยหูฟังอยู่ในหอนอนยังต้องสะดุ้ง
“ส่งนางกลับไป! ข้าไม่อยากเห็นหน้านางอีก”
ไป๋เฟิงเยว่เอ่ยออกมาด้วยความโมโห ผู้เป็นมารดาจึงนิ่งไปชั่วครู่อย่างใจเย็นตามนิสัยของนาง บุตรชายของนางผู้นี้ช่างคล้ายกับบิดาของเขาอดีตแม่ทัพใหญ่ไป๋เสิ่นผู้ล่วงลับไปเมื่อหลายปีก่อนยิ่งนัก
นั่นก็คือเก่งกาจรอบด้านเป็นผู้มีความซื่อตรง ตั้งมั่นอยู่บนความถูกต้อง แต่หากไม่พอใจขึ้นมาใครหน้าไหนก็อย่าย่างกรายมาใกล้เชียว เช่นนั้นแล้วสตรีหมายเลขหนึ่งเช่นนางแห่งจวนสกุลไป๋นี้ รู้ดีว่าจะสยบสองพ่อลูกนี้ด้วยวิธีใด
“เฟิงเยว่แม่รู้ว่าลูกไม่พอใจ แต่หมิงเหรินยังเด็กนักน้องอาจกระทำไปโดยขาดความยั้งคิด”
“อายุ 16 นางไม่เด็กแล้วนะท่านแม่ถึงขั้นริอ่านจะปีนเตียงบุรุษได้เช่นนี้ยังเรียกว่าเด็กอยู่อีกหรือ”
ผู้เป็นมารดายังเอ่ยไม่จบดีด้วยซ้ำไป๋เฟิงเยว่ก็รีบสวนกลับมา เขารู้ว่ามารดาให้ความรักและความเมตตาต่อหมิงเหรินหลานสาวของนางคนนี้มาก และความรักนั้นทำให้หมิงเหรินได้ใจ
ไม่ว่านางจะอยากได้สิ่งใดมารดาของเขาก็ไม่เคยขัด จนทำให้หมิงเหรินที่เดิมทีก็เป็นคนก้าวร้าวเอาแต่ใจอยู่แล้วยิ่งได้ใจหนักเข้าไปอีก นางทำสิ่งใดโดยไม่เคยคิดถึงหัวอกคนอื่นขอเพียงให้นางได้ในสิ่งที่ต้องการเท่านั้น
“เฟิงเยว่ลูกก็รู้ว่าแม่ส่งหมิงเหรินกลับไปไม่ได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันต่อไปนี้แม่สัญญาว่าจะไม่ให้น้องมายุ่งกับลูกอีก”
ไป๋เฟิงเยว่ยังคงมีสีหน้าที่ไม่พอใจเมื่อได้ยินมารดาเอ่ยเช่นนั้น เขาทราบดีว่าบุญคุณสกุลหมิงที่รับเลี้ยงดูมารดาของเขาเป็นบุตรสาวบุญธรรมมาตั้งแต่ยังเยาว์นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด และมารดาของเขาก็เป็นบุตรบุญธรรมที่มีความกตัญญูยิ่ง
เมื่อน้องชายผู้ซึ่งเป็นบุตรแท้ ๆ ของผู้มีพระคุณส่งบุตรสาวไม่ได้เรื่องได้ราวมาให้นางช่วยอบรมเลี้ยงดูมารดาของเขาก็ยินดีรับด้วยความเต็มใจ
แม้จะเอ่ยคำมั่นสัญญาออกไปเช่นนั้นแต่แลสีหน้าของบุตรชายของนางยังไม่ดีขึ้น ใบหน้าคมคายนั้นยังฉายแววความไม่พอใจ ฮูหยินฟ่านผิงจึงตัดสินใจเอ่ยออกไปอีกครั้ง
“แม่จะรีบมองหาคุณชายที่มีคุณสมบัติคู่ควรกับหมิงเหรินมาแต่งกับนางให้เร็วขึ้น หากลูกไม่สบายใจ”
ตัดสินใจเอ่ยออกไปเช่นนั้นแล้วก็มีสีหน้ากลุ้มใจเล็กน้อย เดิมทีแล้วที่รับหมิงเหรินเข้ามาอยู่ด้วยก็หวังจะให้ใกล้ชิดกับบุตรชายและอบรมนางให้เป็นว่าที่ฮูหยินของเขา
ซึ่งหมิงเหรินก็แลจะพอใจและยอมทำตามที่ท่านป้าฟ่านผิงแนะนำเป็นอย่างดี แต่ดูบุตรชายของนางสิแม้แต่หางตาก็ยังไม่อยากจะแลหมิงเหรินเลยแม้แต่น้อย
มาถึงขั้นนี้ผู้เป็นมารดาอย่างนางก็คงต้องยอมใจอ่อนทำตามความต้องการของบุตรชายแล้วกระมัง
“ทำตามที่ท่านแม่เห็นสมควรก็แล้วกัน”
ไป๋เฟิงเยว่ยังคงมีน้ำเสียงเข้มเอ่ยกับมารดา จากนั้นเขาก็เดินออกจากจวนไปโดยไม่หันหลังกลับมาแลแม้แต่น้อย