โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วีซ่าเปิดโพลนักท่องเที่ยวมาเลเซียส่อกลับเที่ยวไทยซ้ำมากกว่านักท่องเที่ยวจีนในปี 2024

BTimes

อัพเดต 15 ธ.ค. 2566 เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 04.34 น. • BTimes.Biz

นางสาวปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจชื่อว่า ความตั้งใจการท่องเที่ยวระดับโลกวีซ่า ปี 2566 หรือ Visa Global Travel Intentions Study 2023 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มจะกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทย พบว่า ในช่วง 12 เดือนจากนี้ไป ได้แก่ อันดับ 1 มาเลเซีย 42% อันดับ 2 สิงคโปร์ 41% อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ 28% อันดับ 4 จีน 25% และอันดับ 5 สุดท้าย คือ เวียดนาม 22%

นอกจากนี้ มากกว่า 1 ใน 4 หรือกว่า 28% ของผลสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยมาเที่ยวประเทศไทยในปี 2023 นี้ ยอมรับว่า มีความตั้งใจจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้งภายใน 12 เดือนข้างหน้า

ปัจจัยบวกที่มีผลในการสร้างแรงจูงใจให้เดินทางท่องเที่ยวในปี 2024 ได้แก่ การผ่อนคลาย การช้อปปิ้ง การเปิดประสบการณ์ การผจญภัย และการพบปะครอบครัวและเพื่อนฝูง ขณะที่จุดหมายปลายทางเมืองท่องเที่ยว 3 อันดับแรกที่นักท่องเที่ยวตั้งใจจะไปเที่ยวมากที่สุด คือ กรุงเทพ ภูเก็ต และพัทยา ตามลำดับ ในแง่เมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแต่ละชาติ พบว่า หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน เชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของมาเลเซีย และกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของสิงคโปร์

ผู้จัดการวีซ่า (VISA) ประจำประเทศไทย เปิดเผยต่อไปว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ราว 51% เป็นกลุ่มคนเจนมิลเลนเนียล หรือเจนวาย(Y) ตามด้วย 27% เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง ถัดมามี 18% เป็นครอบครัวที่เดินทางกับเด็กเล็ก ราว 16% เป็นคนโสดวัยหนุ่มสาว และ 15% เป็นนักท่องเที่ยวในกลุ่มคนเจนซี(Z) รวมถึง 14% เป็นครอบครัวที่เดินทางกับเด็กโต และมีราว 11% เป็นกลุ่มวัยเกษียณ

สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคนวัยเกษียณจะใช้เวลาในการท่องเที่ยว โดยพักอาศัยในประเทศไทยนานที่สุดถึง 12 คืน เปรียบเทียบกับจำนวนคืนเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวทั่วไปจะอยู่ที่ 8 คืนในประเทศไทย กรณีข้อมูลแยกตามฐานเชื้อชาติ พบว่า ชาวสิงคโปร์พักอาศัยในไทยนานที่สุดถึง 7 คืน อันดับรองลงมาเป็นชาวจีน และชาวเวียดนาม ซึ่งใช้เวลาพักอาศัยนาน 5 คืน และชาวมาเลเซียและชาวฟิลิปปินส์พักอาศัยที่ 4 คืน

ด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย พบว่า นักท่องเที่ยวราว 48% ใช้จ่ายผ่านบัตรแทนการใช้เงินสด และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง รวมถึงครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก กลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่ใช้บัตรแทนเงินสด ส่วนรายการใช้จ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย 39% ใช้จ่ายช้อปปิ้ง มี 33% ใช้จ่ายรับประทานอาหาร และมี 33% ใช้จ่ายไปกับกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ ช่วงวางแผนก่อนการเดินทางนั้น นักท่องเที่ยวเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรแทนเงินสดมากที่สุด โดยมีรายการสำคัญ เช่น 81% ใช้จ่ายค่าที่พัก และ 69% ใช้จ่ายค่าเดินทาง สำหรับการเลือกที่พักนั้น มีมากถึง 83% เลือกพักในโรงแรม ด้วย 5 ปัจจัยแรกที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่พัก ได้แก่ 76% ความปลอดภัย ต่อมา 53% ความสะอาด อันดับ 3 มี 54% ตำแหน่งที่ตั้ง ถัดมา 52% ความคุ้มค่า และ 41% สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย พบว่า นักท่องเที่ยวจีนมีการใช้จ่ายสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 เฉลี่ยที่ 95,000 บาท อันดับ 2 ชาวสิงคโปร์ เฉลี่ยใช้จ่าย 58,000 บาท อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ ใช้จ่ายเฉลี่ย 48,000 บาท อันดับ 4 เวียดนาม เฉลี่ยที่ 38,000 บาท และอันดับ 5 มาเลเซียเฉลี่ยใช้จ่าย 34,000 บาท

ทั้งนี้ ความน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายทั้งหมด จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเดินทางด้วย พบว่า นักท่องเที่ยวใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวในไทยมากกว่า 8 วันขึ้นไปนั้นมีโอกาสจะใช้จ่ายมากกว่า 135,000 บาท หากใช้เวลาอยู่ในไทยราวไม่เกิน 1 สัปดาห์ หรือระหว่าง 4-7 วัน จะใช้จ่ายอยู่ที่ 65,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางและพักอาศัยในไทยไม่เกิน 3 คืน จะใช้จ่ายที่ 40,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...