โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

จับได้แล้ว! 'จิ๊บ ไผ่เขียว' มือยิงผู้ช่วยนักข่าวดับ อ้างแค้นหน้าคล้ายคนเชียร์ให้วิสามัญพี่ชาย คดีดังปี53

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ธ.ค. 2566 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 14.44 น.

รวบ ‘จิ๊บ’ ไผ่เขียว น้องชายโจ๊ก ผู้ต้องหาคดีดังปี53 ยิงผู้ช่วยนักข่าวท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม รายงานว่าตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ลงมือก่อเหตุยิงผู้ช่วยนักข่าวท้องถิ่นได้เเล้ว โดยผู้ต้องหาคือ นายนพพล ประสงค์ศิล อายุ 36 ปี หรือ “จิ๊บ ไผ่เขียว” น้องชายของ “โจ๊ก ไผ่เขียว” ผู้ต้องหาจากคดีดังเมื่อ 12 ปีก่อน เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ เเละเป็นนักปล้นยาเสพติด ที่เคยก่อเหตุยิงรถคู่อริ ด้วยเหตุผลเพียงแค่ไม่พอใจที่รถของทั้งสองฝ่ายเกิดการปาดหน้ากัน โดยครั้งนัั้น มือปืนสาดกระสุนกว่า 10 นัดใส่รถน้องโตมี่ หรือ ด.ช.โภคิน หรือ น้องโตมี่ อายุ12 ปี ในขณะนั้น เสียชีวิต เมื่อปี 2553

มีรายงานว่า นายจิ๊บ เพิ่งจะพ้นโทษออกจากเรือนจำได้ประมาณ 1ปี เพราะได้รับการพระราชทานอภัยโทษ สาเหตุที่ลงมือยิงผู้ช่วยนักข่าว เพราะผู้ตายหน้าเหมือนคนที่เคยตะโกน ในขณะที่ตำรวจกำลังวิสามัญ นายโจ๊ก ตะโกน ว่า “ยิงซ้ำ ยิงซ้ำเลย เชื่อผม” ขณะที่ตำรวจจะวิสามัญพี่ชาย

นายโจ๊ก ไผ่เขียว ทำให้เกิดความเเค้น ประกอบกับทรัพย์สินของเขาที่ถูกอายัดจำนวนมาก จึงตามมาก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากนายจิ๊บ ไปเห็นคลิปตอนวิสามัญพี่ชายที่หลุดออกไป ผ่านทางโชเชียลเเละ จำเสียงของนักข่าวที่พูด ได้ซึ่งมีการออกสื่อโซเชียล และหน้าของผู้ตายไปคล้ายกับนักข่าวที่พูดในคลิป จึงเป็นการยิงผิดคนเพราะหน้าคล้ายกัน

ล่าสุด พล.ต.ท.จิรสันต์ เเก้วเเสงเอก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคหนึ่งยืนยันกับนักข่าว เพียงสั้นไว่า ว่าคนที่จับได้คือจิ๊บ ไผ่เขียว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ที่ กล่องกรรมการตำรวจสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางมาตรวจสอบ พี่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าภายในห้องสืบมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนจากในพื้นที่และนอกพื้นที่กำลังทำการสอบสวนผู้ต้องสงสัย หาที่เชื่อว่าคือจิ๊บ ไผ่เขียว ที่เคยมีข่าวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

โดยผู้สื่อข่าว ได้ถ่ายภาพบริเวณหน้าต่างก็พบมีตำรวจกำลังนั่งสอบอยู่จากนั้นทางที่ตำรวจเห็นผู้สื่อข่าวจึงได้ปิดม่านเพื่อไม่ให้ถ่ายภาพข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...