10 ข้อ อยากบอก หนุ่มสาวเริ่มทำงาน
วันนี้เมื่อ 26 ปีก่อน (27 พ.ค. 2539) เป็นวันทำงานวันแรกในชีวิต
วันที่เริ่มทำงาน มีเงินเดือนจริงจังเป็นครั้งแรก
ถือเป็นหนึ่งในหลักไมล์ชีวิต หลังจากเรียนหนังสือมาเกือบ 20 ปี
ผมคิดว่า เมื่อมีงาน มีเงินเป็นของตัวเอง ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นชีวิตด้วยตำแหน่งอะไร จะเป็นเด็กใหม่ ไก่อ่อน รากหญ้า ขนาดไหนในองค์กร นั่นก็เรื่องหนึ่ง
แต่ความเป็นจริง คือ เรามีตำแหน่ง CEO โดยสมบูรณ์ … “เป็น CEO ของชีวิตตัวเอง “
นับจากนี้ไปอีกหลายสิบปี
ชีวิตของเราจะพบกับความรุ่งเรือง เฟื่องฟู หรือ หดหู่ Shipหาย
ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารงานของ "CEO" คนนี้แหละ
ผมเองในฐานะที่ทำงานมา 26 ปีแล้ว
ทำเรื่องดีๆมาก็มาก พลาดเรื่องโง่ๆมาก็เยอะ
ถ้าย้อนเวลา กลับไปหาตัวเองตอนเป็น “ไอ้หนุ่มเพิ่งเริ่มทำงานวัย 22”
ตัวผมในวัยย่าง 48 จะไปบอกว่า
1. เริ่มต้นทำงานก็เหมือนกับการเริ่มวิ่งมาราธอน เส้นทางวิ่งมันยาวไกลมาก ร่วม 40 ปี
-> ออกตัวแรงไป หักโหมช่วงต้นมากไป อาจทำได้แค่แป๊บเดียว…
ถ้าไม่บาดเจ็บ ก็หมดแรง Burn Out
-> ออกตัวเฉื่อยไป อยู่รั้งท้าย ปล่อยเขาแซงไปจนหมด…
ถ้าไม่หมดใจจะวิ่งต่อ ก็อาจไม่ก้าวหน้า
+++สมดุลย์เป็นเรื่องสำคัญ+++
2. เพื่อนในรุ่นเดียวกัน สตาร์ทไม่เหมือนกัน เบ่งบานไม่พร้อมกัน
-> บางคนทำงานรัฐวิสาหกิจ ราชการ…เริ่มต้นไม่กี่หมื่น
-> บางคนทำงาน บ.เอกชนยักษ์ใหญ่…เงินเดือนเริ่มหลายหมื่น
-> บางคนทำงาน บ.ข้ามชาติ…เงินเดือนเริ่มครึ่งแสน
-> บางคนทำงานเมืองนอก…เงินเดือนสตาร์ทเกินแสน
การตัดสินใจของแต่ละคน มันขึ้นกับต้นทุนชีวิตเขา ภาระครอบครัวเขา เงื่อนไขของเขา ฯลฯ
มันไม่มีใครถูกหรือผิด ไม่มีใครโง่ใครฉลาด
และช่วงแรกๆของการทำงาน มันเร็วไปจะฟันธงว่าอนาคตใครเป็นยังไง
+++อย่าเอาไม้บรรทัดเรา ไปวัดชีวิตใคร และใครเสล่อเอาไม้บรรทัด มาวัดชีวิตเรา ก็ช่างMamครับ+++
3. ยุคนี้ อย่าไปยึดติดเรื่องคณะหรือสาขาที่เรียนมาก มีงานอะไรน่าสนใจและเราพอทำได้ แม้ไม่ใช่สาขาที่ร่ำเรียนมา ก็จงรับมาแล้วพยายามทำเต็มที่ ทำเต็มเวลาไม่ได้ ก็ลองทำ Part-Time ดู
ยิ่งถ้าเจ้านาย รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน หยิบยื่น “โอกาส” ให้ จงอย่าปฏิเสธ
พวกเขาคิดมาดีแล้ว ถึงเลือกยื่นโอกาสให้ ลองดูก่อน ลองสู้ซักตั้ง
+++โอกาสที่ดีงาม ค่ามากกว่าทองคำ+++
4. รายได้ของหนุ่มสาวเริ่มทำงานใหม่ๆ แต่ละเดือน จะหมดเกลี้ยงอย่างไว จากการนัดเพื่อนกินดื่ม ต้นทุนทำความรู้จักแฟน(คนแล้วคนเล่า กว่าจะได้แต่ง) ไหนจะ มือถือ ท่องเที่ยว อาหาร ฯลฯ
ตอนเที่ยว ตอนกิน ตอนเซลฟี่ ตอนโชว์ลงFacebook รู้สึกดีรู้สึกคูล แต่ซองบัตรเครดิตมา ฉีกซองหน้าซีดคนเดียวไม่มีใครเห็น แบบนี้ไม่เอาๆ … จงระวังการใช้จ่าย โดยเฉพาะหนี้บริโภค บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ช้อป 0% ให้มากถึงมากที่สุด
+++การเป็นหนี้สารพัดบัตรมากๆ ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตทำงาน…สามารถฆ่าคุณทั้งเป็นได้เลย+++
5. โอกาสที่จะออมเงิน หลังจากใช้จ่าย…แทบไม่มี เพราะทำงานใหม่ๆใจมันร้อน เงินมีที่ไปเสมอ
ดังนั้น Pay Yourself First !… จงออมก่อน 10%-15% ทุกเดือน แล้วค่อยใช้ …ลองดูก่อน คุณไม่ตายหรอก ทีภาษีเค้ายังหักก่อนให้เราใช้ ก็ไม่เห็นเป็นไร… ออมให้นาน และต้องออมในหุ้นให้ถูกวิธี อันดับ 1 คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จงออมให้เต็มสิทธิ หรือ RMF SSF อย่าให้ขาด
+++ใครเริ่มก่อน ใครทำไปเรื่อยๆ…โคตรได้เปรียบ+++
6. ถ้าคุณเป็นเสาหลักของครอบครัว ชีวิตของคุณสำคัญยิ่งยวดกับคนข้างหลัง เพราะคุณเป็นโลกทั้งใบของใครบางคน และคุณก็รักคนนั้นอย่างหมดหัวใจ …ไม่ต้องมาพิมพ์อวดลง Facebook ไม่ต้องHBDลง IG หรือถ่ายรูปหอมแก้มอวดใครๆ
แต่ จงซื้อประกันชีวิต แล้วเขียนชื่อเขาลงไปในช่องผู้รับผลประโยชน์
+++นี่คือคำมั่นสัญญาของความรักและการดูแล… แม้คุณไม่อยู่+++
.
.
7. ความรู้หลายอย่างที่มหาลัยไม่ได้เน้นสอน หรือเราไม่ได้ลงเรียน อาจจะพาชีวิตเราไปได้ไกลกว่าคนอื่น เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ความสามารถในการเล่าเรื่อง(presentation/ storytelling) ความรู้ในการลงทุน ทักษะผู้ประกอบการ ทักษะการใช้สื่อใหม่ ฯลฯ จงเรียนรู้และทดลองทำสิ่งเหล่านี้อย่าหยุด
+++เชื่อหรือไม่ Skill บางอย่าง เผลอๆพาชีวิตคุณไปได้ไกลกว่าเรียนป.โทอีก+++
8. งานที่ดี คือ งานที่คุณมีความสุขและสร้างดุลยภาพของอัญมณีทั้งห้าได้ดี ได้แก่
"1.งาน 2.เงิน 3.สุขภาพ 4.ครอบครัว 5.ความรัก”
เมื่อไหร่ที่คุณทำมันขาดสมดุลย์อย่างรุนแรง ทุกข์โศกจะมาเยือน
เมื่อสร้างสมดุลย์ระหว่าง 5 อย่างนี้ได้ เหมือนถุงมือธานอส ที่มีครบทุกสโตน เหนือกว่าทุกฮีโร่
+++“ความสุข” จะสถิตย์อยู่กับท่าน+++
9. ถ้าใครเรียนจบก็แล้ว ทำงานก็แล้ว ยังไม่มีแฟน ยังไม่เคยมีแฟน และไม่มีวี่แววว่าจะมีแฟน คุณไม่ต้องกลัว … โอกาสยังเปิดกว้างไม่ว่าหญิง ชาย หรือสายทางเลือก
เมื่อคุณเริ่มทำงาน สถานที่พบรักมีหลายที่ ไม่ว่าจะเป็น ออฟฟิศตัวเอง ออฟฟิศลูกค้า, งานเลี้ยงรุ่น, หลักสูตรอบรมสัมมนา ป.โทหรือในสาขาวิชาชีพ ฯลฯ ที่เหล่านี้จะสกรีนคนมาให้คุณแล้ว
+++โอกาสเจอคนศีลเสมอกันมีสูงกว่าและดีกว่า ปัดไปเจอใน Tinder หรือ ทักครับ! ในโซเชียล” +++
10. พ่อแม่ ส่งเสียเลี้ยงดูมาตลอด อยู่ในกระบวนการหาโรงเรียน รับส่ง จ่ายเงินจริง อย่างยากลำบาก ยาวนานกว่า 20 ปี จนกระทั่งเรามีวันนี้ วันที่เราหาเงินได้ด้วยตัวเอง… นับจากนี้ไป เราจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ แต่ร่างกายท่านทั้งสองจะถดถอยและแก่ชราลงไปเรื่อยๆ
ทว่า หัวใจรักลูกนั้น ไม่มีเสื่อมถอย ไม่หย่อนคล้อยตามกาล
ภาพของลูกแต่งตัวไปทำงานวันแรก กับภาพเด็กสามขวบแต่งตัวไปเข้าเรียนอนุบาล ล้วนยังกระจ่างแจ้งในความทรงจำ ถ้าพอทำได้… การโทรหาทุกวัน กินข้าวกันทุกอาทิตย์ ก็เป็นเรื่องสำคัญ
+++พ่อแม่ จะอวยชัยให้พรแก่ลูกเสมอ+++
อธิป กีรติพิชญ์
เจ้าของหนังสือ Best Seller “ติวหุ้น รวยด้วยวีไอ” และยังเป็นวิทยากรคอร์ส “ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐานแบบ Value/Growth Investor” ด้วยประสบการณ์ในตลาดทุนกว่า 17 ปี และประสบการณ์ในการเป็นติวเตอร์ บวกกับความเป็นคนอารมณ์ขัน ทำให้คุณนิ้วโป้งสามารถถ่ายทอดเรื่องยาก อย่างการลงทุน ให้เข้าใจได้ง่าย และยังใช้ภาษา ลีลาที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจอย่างยิ่ง จึงทำให้ได้รับเชิญไปบรรยายในงานต่างๆ มากมาย