ฝนถล่มราชบุรีกระทบสวนมะลิ-เชื้อราระบาด
.
วันที่ 12 มิ.ย. 66 เกษตรกรหลายพื้นที่ดีใจที่ช่วงนี้เริ่มมีตกลงมามากขึ้น หลังประเทศไทยเข้าสู้ฤดูฝนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่สำหรับชาวสวนมะลิ ปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไปอาจจะกลายเป็นฝันร้ายของพวกเขาได้
.
แม้ว่าในช่วงฤดูฝนต้นมะลิจะออกดอกมากกว่าในฤดูร้อน แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราที่ดอก ดอกที่ได้จะมีขีดสีน้ำตาล สีม่วง รวมไปถึงโรครากเน่า - โคนเน่าจากเชื้อรา ที่ต้นจะเหลือง เหี่ยว และทิ้งใบ และโรคหนอนกินใบ ที่อาจแพร่ลามกลายเป็นโรคระบาดในแปลงได้อย่างง่ายดาย
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สวนมะลิขนาดครึ่งงานของนางอุไร อายุ 55 ปี ในพื้นที่ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเจ้าตัวประกอบอาชีพชาวสวนมะลิมาแล้วกว่า 20 ปี นางอุไรเล่าว่าโดยปกติตนจะเก็บดอกมะลิในสวนของตัวเองได้วันละ 5-7 กิโลกรัม ส่งขายให้ร้านดอกไม้ในราคากิโลกรัมละ 200 - 500 บาท
.
แต่พอเข้าหน้าฝน นอกจากจะเก็บดอกมะลิแล้ว ในแต่ละวันจะต้องหมั่นสอดส่องดูว่าต้นมะลิเกิดโรคและมีหนอนหรือไม่ รวมไปถึงลงทุนซื้อปุ๋ยบำรุงต้น และยาเคมีมาพ่นเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นและดอกมะลิเสียหาย ซึ่งจะกระทบไปถึงต้นทุนที่ขยับสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว สวนทางกับราคารับซื้อที่ปัจจุบันเหลือเพียงกิโลกรัมละ 200 บาท
.
ตนจึงใช้วิธีลดต้นทุนด้วยการงดจ้างแรงงานเก็บดอกมะลิ ทำให้ต้องใช้เวลาเก็บดอกมะลิเพิ่มขึ้นเป็น 4 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญของเกษตรกรทั้งประเทศ รวมไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกมะลิ จะลืมตาอ้าปากมีรายได้เลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว อยู่ที่ต้นทุนการผลิต ซึ่งในตอนนี้ราคาสารเคมีและปุ๋ยบำรุงต้นสูตรต่างๆ มีราคาค่อนข้างสูง ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาควบคุมดูแลราคาต้นทุนการผลิตดังกล่าวให้ลดลงโดยด่วน