โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เวสป้า เผยสาเหตุโดน อาร์เอส ฟ้อง 12 ล้าน เพราะอยากโดนฟ้อง ร่ายยาวร้องขอความเป็นธรรม

Khaosod

อัพเดต 07 ก.ค. 2566 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 11.29 น.

เวสป้า เผยสาเหตุโดน อาร์เอส ฟ้อง 12 ล้าน เพราะอยากโดนฟ้อง ร่ายยาวร้องขอความเป็นธรรม

วันที่ 7 ก.ค. ที่ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ นักร้องนักแต่งเพลง เวสป้า หรือ อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ได้แถลงข่าวถึงสาเหตุที่ถูกบริษัทต้นสังกัดเดิม ฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์เพลงมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

พร้อมทั้งยังออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากสังคมและให้ศาลช่วยตัดสินในกรณีที่ตนเองฟ้องบริษัทอดีตต้นสังกัด เรียกเงินกว่า 5 ล้านบาท และจะสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อความยุติธรรม เพื่อพี่น้องนักร้อง นักแต่งเพลงท่านอื่นๆ ด้วย

ถูกต้นสังกัดเดิมฟ้อง 12 ล้าน 3 คดีมีคดีอะไรบ้าง? “เล่าคราวๆ คือมีร้องเพลงที่งานไหลจังหวัดชลบุรี งานนั้นผมร้องไป 10 กว่าเพลง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะโดนปรับเพลงละ 4 แสนบาท มีคดีไปร้องที่ร้านปลาทูแช็ค ร้านก็ถ่ายคลิปเต็มแล้วเอาไปขึ้นยูทูบ อันนี้น่าจะโดน 2 กรณี คือร้องที่ร้านด้วยและเอาไปเผยแพร่ที่ยูทูบด้วย และอีกคดีหนึ่งไม่แน่ใจ”

น่าจะมีอีกหลายๆ คดีใช่ไหม เพราะเห็นว่าไปร้องอีกหลายๆ ที่? “จริงๆ ถ้าเขาจะฟ้องหลายๆ คดี ก็น่าจะโดน แต่ว่าอย่างที่เคยชี้แจง ถ้าเขาเห็นอย่างนี้ สิทธิ์มันน่าจะเป็นของผมเนอะ จริงๆ รอให้ศาลตัดสินคดีของผมก่อนก็ได้ แต่บริษัทเขาคงเห็นว่าเราฟ้องเขาไปเขาเลยฟ้องเรากลับ เพราะเขาคงมั่นใจว่าเพลงเป็นของเขา ก็ต้องรอขอความกรุณาจากศาลด้วย”

สัญญาในแต่ละฉบับ เนื้อหาเหมือนกันหรือไม่? “จะเหมือนกันแต่ละปี แต่ไม่เคยเหมือนกันเลย ผมจะบอกให้ชัดๆ เลยว่า ยุคที่อยู่อาร์เอสผมไม่มีสิทธิ์เผยแพร่ แต่ที่มาอยู่อาร์สยามอันนั้นได้ระบุสิทธิ์เผยแพร่เข้าไป แต่ไม่ต้องกลัวผมก็ยังมีทีเด็ดของผมอยู่ สัญญาแต่ละปี แต่ละสัญญาไม่เท่ากัน ในแต่ละยุคก็ปรับตัว สัญญาจากแต่ก่อนมีหน้าเดียว ถัดไปก็จะมี 2 หน้า 3 หน้าเพื่อทำรัดกุมให้แน่นขึ้น

เพราะว่าก็จะมีกรณีฟ้องกันระหว่างครูเพลงต่างๆ พอบางคดีแพ้เขาก็ปรับขึ้นมา ฉะนั้นผมจะมีสัญญาอยู่แทบจะทุกสัญญา แต่จริงๆ แล้วผมไม่มีคู่สัญญานะ หลายๆ ค่ายที่ไปเซ็น เราไม่ได้คู่สัญญาเลย เขาจะเก็บไว้ฝ่ายเดียว แล้วเผอิญว่าเขาฟ้องผมมา ก็เลยทำให้มีคู่สัญญาครับ แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่ได้เซ็นสิทธิ์เผยแพร่ไป”

ความคืบหน้าคดี? “จะมีขึ้นศาลคดีที่ผมฟ้องไปก่อน ประมาณเดือนกันยายน (ก่อนหน้านี้ ดำเนินการฟ้องบริษัทเรื่องอะไร?) ฟ้องละเมิดสิทธิ์เผยแพร่ต่อสาธารณชน 18 เพลง จริงๆ งานผมมี 200 กว่างาน แต่ฟ้องแค่นี้จะได้ขึ้นว่าความกันง่ายหน่อย อาจจะจบเร็วหน่อย เรียกร้องค่าเสียหายไป 5 ล้าน เป็นเหตุทำให้ต้นสังกัดเดิมฟ้องกลับเรา”

ได้มีการไกล่เกลี่ยกันบ้างหรือยัง? “ตอนนี้มีพี่ชายคนหนึ่งเป็นคนกลาง ได้มีการติดต่อมาแล้ว แต่ยังไม่ได้คุย จริงๆ ธงของพวกเราที่จับมือกัน เราอยากให้ศาลตัดสิน ถ้าสังเกตุหลายๆ คดีมันมีคดีที่ไม่จบ พอไม่จบไม่มีการตัดสินมันก็ไม่มีบรรทัดฐานเกิดขึ้น

แต่ผมก็ไม่ได้จะรบฆ่าฟันกันให้ตายเลย ทั้งสองฝั่งถ้าเราคุยกันได้ ดูแลพี่น้องเราตามความเหมาะสมที่ควรจะเป็น เราก็มอบสิทธิ์ให้ทางบริษัทดูแลก็ได้ แต่เราต้องได้ตามสิทธิ์ที่ควรด้วย

ยกตัวอย่างยูทูบ 100 บาท เขาจะไว้กันเป็นค่าลิขสิทธิ์ 20 บาท สิทธิ์เผยแพร่ต่อสาธารณชนประกอบด้วย ใน 10 บาท ทางค่ายได้ 5 บาทก่อนเป็นค่ามาสเตอร์ เจ้าของค่ายได้เป็นผู้ลงทุน และอีก 5 บาท เป็นค่าสิทธิ์เผยแพร่ 5 บาท

ซึ่งใน 5 บาทนี้ รายได้อีกครึ่งหนึ่ง คือ 2.50 บาท ฉะนั้น พวกผมจะได้ 2.50 บาท ค่ายจะได้ 7.50 บาท ส่วนอีก 80 บาทที่เหลือ ยูทูบก็แบ่งกับค่ายอีก ฝั่งละ 40 บาท ซึ่งตรง 40 บาทนี้ พวกเราก็ควรจะได้เหมือนที่เขาจ่ายค่าเทปค่าซีดี เดี๋ยวนี้แพลตฟอร์มออนไลน์มีหลากหลาย”

เราจึงออกมาเรียกร้องส่วนแบ่งใช่ไหม? “คำว่าเรียกร้องส่วนแบ่ง ผมว่าไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะมันน่าจะเป็นของเราอยู่แล้วนะ คือทุกๆ ค่ายเพลงน่าจะละเมิดนักแต่งเพลงอยู่แล้ว ซึ่งมันควรเป็นของเราอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยรู้ไง วันหนึ่งมีทีมที่เก่งๆ มาชี้ให้เรา

เราเซ็นให้ค่ายเราไม่ได้ขายขาด เราเซ็นด้วยกัน เราเข้าบริษัทใหญ่หรือเล็กก็ตาม เราก็รู้ว่าเราได้ด้วยกัน เพราะเราได้มาตลอดกับเทปกับซีดี แต่พอมาวันหนึ่งเปลี่ยนแพลตฟอร์มเป็นรูปแบบดิจิตอลแล้วทำไมเราไม่ได้”

มีสัญญาฉบับไหนไหมที่เขียนว่าได้ส่วนแบ่งจากซีดี หรือตอนนี้กับแฟลตฟอร์มดิจิตอล เราจะได้ส่วนแบ่ง? “ในสัญญาบางบริษัทจะระบุเลย แต่บางบริษัททำด้านนอกเอา แล้วยุคนั้นมันยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าจะมีรายได้จากการเผยแพร่ต่อสาธารณชนกับดิจิตอลแพลตฟอร์มครับ”

สามารถร่างสัญญาใหม่กันได้ไหม เพราะปัจจุบันโลกมันไปถึงไหนแล้ว และอาจจะมีแพลตฟอร์ตใหม่เกิดขึ้นอีก? “เราเรียกร้องไม่ได้ เพราะเขาคิดว่าเป็นของเขาไง หนักกว่านี้อีก ถ้าว่าจะระบุไปได้ไหมว่ากี่ปีๆ สัญญามันไม่เหมือนกันเลย แล้วแต่ละค่าย

แต่ละยุคก็ไม่เหมือนเดิมเลย ผมมีสัญญาเกือบทุกค่าย และไม่เคยเหมือนกันเลย เราระบุไม่ได้ว่าจะหมดปีไหนยังไง แต่เราไม่ได้ขายขาดครับ เขาต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เรา”

แบบไหนที่จะมีปัญหา? “บริษัทมี 3 แบบ ผมรู้ว่าน้องๆ บางคนได้ส่วนแบ่งนะ หรือแบบยุติธรรมเลย และแบบที่จ่ายแต่ไม่ยุติธรรม กับแบบที่ไม่จ่ายเลย มี 3 แบบครับ”

ในส่วนที่โดนฟ้อง มีโอกาสชนะไหม? “มันเป็นของผมแน่นอน แต่ว่าโอเคจะบอกว่ามันน่าจะเป็นของผมแล้วกัน ก็รอให้ศาลตัดสินครับ สัญญาขายขาดที่ต่างประเทศเขาแก้กันแล้ว แต่เรายังไม่ได้แก้ เป็นสัญญาที่ทำกันมาตั้งแต่ยุคครูเพลง ทำสืบต่อกันมา

ทางค่ายเขาก็พยายามจะเขียนสัญญาให้รัดกุมที่สุด เพื่อให้เพลงเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว เขาก็ต้องทำไปตามๆกัน เมื่อศิลปินสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา จะมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ให้กับศิลปินตามมาตรา 15 ศิลปินเพลงจะมีสิทธิ์อยู่ 5 สิทธิ์

1 สิทธิ์ทำซ้ำดัดแปลง

2 สิทธิ์เผยแพร่ต่อสาธารณชน

3 สิทธิ์ให้เช่าต้นฉบับสำเนา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัตถุหรือสื่อบันเทิง เราจะเห็นว่าหลังๆค่ายเพลงดิจิตอลซื้อเพลงบางค่ายไปเปิด พอหมดสัญญาก็จบกัน

4 ก็คือสิทธิ์ให้ประโยชน์อันเป็นลิขสิทธิ์ต่อผู้อื่น

5 คือสิทธิ์อนุญาตตามข้อ 1-2-3 อันนี้ไม่สำคัญ ข้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชนคือเรื่องใหญ่

ผมนำสัญญาที่แท้จริงมาให้ดูในวันนี้ โดยทุกบริษัทจะเป็นสัญญาแบบนี้หมด สัญญาในยุคนั้นจะมีแค่หน้าเดียวเท่านั้น โดยระบุคู่สัญญาก็คือผมกับ บริษัทอาร์เอส หนังสือที่นำมาโชว์ผมเซ็น 2 เพลง คือไม่อาจเปลี่ยนใจ, ด้วยไอรัก ข้อสัญญา ผมไม่เคยขายลิขสิทธิ์ขาดนะครับ”

“ผู้ขายตกลงขายลิขสิทธิ์เนื้อร้องดังกล่าว ตามข้อ 1.อัตราเพลงละ 5,000 บาท เวลาเราจะไปจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งหนึ่ง หากไปดูในทรัพย์สินทางปัญญา บริษัทจะระบุไว้ว่า จ่ายครั้งละ 40,000-50,000 บาท หรือ 100,000 บาท

ต่อให้ซี้กันขนาดไหน ผมมีพี่ชายคนหนึ่งในค่ายไปขอใช้ลิขสิทธิ์จะจัดคอนเสิร์ตตัวเอง โดนครั้งละ 50,000 บาท 20 เพลงก็คือ 1 ล้านบาท สุดท้ายจัดคอนเสิร์ตไม่ได้ จนวันหนึ่งมีคนจะจัดให้ ก็ไปขอแต่สุดท้ายไม่ได้เซ็นมา บริษัทจะเอาไว้จัดเองมากกว่า

2.การซื้อขายนี้ผู้ซื้อมีสิทธิ์จะนำเนื้อร้อง ทำนองดังกล่าวไปผลิตเป็นแผ่นเสียง และนำไปทำโสตทัศนวัสดุขึ้นมาจำหน่ายในนามของผู้ซื้อเองตลอดไป

และผู้ขายจะไม่นำสิทธิ์ในเนื้อร้องไปขายใครอีก ถ้าไปขายคนอื่นหรือผิดสัญญา ผู้ขายต้องเสียเงิน 100,000 บาท ไม่มีอะไรเลย ที่ผมชี้แจงว่ามีอยู่ 5 สิทธิ์ ทางบริษัทได้จากผมไป 2 สิทธิ์ คือสิทธิ์ทำซ้ำและดัดแปลง กับสิทธิ์เพื่อทำโสตทัศนวัสดุเพื่อออกจำหน่ายเท่านั้น

และมิหนำซ้ำยังมีข้อตกลงตอนท้ายอีกว่า หากผู้ซื้อซึ่งเป็นเจ้าของเนื้อร้องตามสัญญานี้นำเพลงหนึ่งเพลงใดไปให้คนอื่นร้องเพื่อบันทึกเสียงโสตทัศนวัสดุใดๆก็ตาม จะยินยอมตอบแทนให้แก่ผู้ขายอีกเป็นจำนานครั้งละ 5,000 บาท

แต่ผู้ขายมีหน้าที่มารับค่าตอบแทนด้วยตนเอง หมายความว่าถ้าผมไม่ได้ไปรับด้วยตัวเองก็จะไม่ได้เงิน จะเห็นว่าอีก 3 สิทธิ์ยังอยู่กับผม แต่บริษัทต่างๆได้เอาสิทธิ์ที่มันน่าจะเป็นของผมไป ซึ่งเวลาเซ็นสัญญาเราไม่ได้ตัวคู่สัญญามาด้วย เราแค่เซ็นอย่างเดียว ที่ผมเอาออกมาในวันนี้ เป็นสัญญาที่ผมได้แอบถ่ายเก็บเอาไว้

เวลาใครจะซื้อเพลงไม่อาจเปลี่ยนใจ เขาจะซื้อกับผมหรือกับอาร์เอสล่ะ เขาก็ต้องซื้อกับทางบริษัท ในกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขึ้นชื่อพวกผมไว้ว่าเป็นแค่คนแต่ง ส่วนสิทธิ์ต่างๆ เป็นของบริษัท สิ่งนี้จะถูกต้องไม่ถูกต้อง ถ้าศาลตัดสินเดี๋ยวก็จะรู้ ตอนนี้ประวัติศาสตร์ยังไม่มีศาลตัดสินเรื่องนี้ ยังไม่เคยมีนักร้อง นักแต่งเพลงคนไหนที่สู้จนถึงสุดทาง

จริงๆ ผมยังมีอีกหลักฐานหนึ่ง ซึ่งถ้าผมปล่อยออกไปจะสะเทือนทั้งวงการ ทุกค่ายเพลงด้วย ไม่เฉพาะค่ายใดค่ายหนึ่ง จะเป็นสัญญาที่ปลดแอกทุกคนสู่อิสรภาพทั้งหมด แต่ผมขอให้เก็บเอาไว้ก่อน สิ่งที่พวกเราต้องการคืออิสรภาพ และอยากให้รู้ว่าเราถูกเอาเปรียบอะไรบ้าง เมื่อก่อนเราได้เปอร์เซ็นต์เทป ซีดี โปรดิวซ์

แต่ตอนนี้เราถูกละเมิดสิทธิ์หมด จากผับบาร์ คาราโอเกะ ห้องอาหาร ตามสตรีมมิ่งต่างๆ เช่น ยูทูบ เขาจะกันค่าลิขสิทธิ์เพลงที่เผยแพร่สู่สาธารณชนเอาไว้ประมาณ 20เปอร์เซ็นต์ เพื่อเซฟตัวเอง เขาจะเอา 20เปอร์เซ็นต์นี้มาโยนให้กับประเทศต่างๆ ที่ใครเป็นเจ้าของสิทธิ์ ไม่ว่าจะสิทธิ์ทำซ้ำ ดัดแปลง สิทธิ์โสตทัศนวัสดุ หรือสิทธิ์เผยแพร่ต่อสาธารณชน

เงินตรงนี้ ประเทศนี้น่าจะมีเกิน 2,000 ล้านต่อปี ที่เขานำมาให้กับบริษัทต่างๆ ปีที่ผ่านมา MCT (music copyright thailand) ได้รับเงินจากดิจิตอลแพลตฟอร์มมา 850 ล้าน ผมไม่รู้หรอกว่าบริษัทใหญ่ๆ ที่ผมเขียนเพลงเอาไว้เขาได้กันไปคนละเท่าไหร่ ถ้าคดีผมชนะ ค่อยมาดูกัน

อีกส่วนคือละเมิดไปให้ทีวีช่องต่างๆ เช่น รายการประกวดร้องเพลง ถ้าเขาจะขอไปร้องเป็นเพลงก็จะเพลงละ 20,000 บาทขึ้นไป แต่บางรายการเขาจะซื้อแบบเหมาไปเลยทั้งปี ในกรมทรัพย์สินทางปัญญาเขามีอัตราอยู่แล้วว่าเท่าไหร่ รวมถึงงานคอนเสิร์ตใหญ่ๆเอง

เราก็ไม่เคยได้รับสิทธิ์เผยแพร่ต่อสาธารณชนเลย สิทธิเผยแพร่กับ 20เปอร์เซ็นต์ กับ 80เปอร์เซ็นต์ ที่บริษัทจะได้ไปอยู่แล้ว มันเหมือนที่เราเคยได้เมื่อก่อนในส่วนของเทป ซีดี แต่วันนี้แพลตฟอร์มมันเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นแล้วเรากลับไม่ได้ เราก็อยากจะเรียกร้องตรงนี้

สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในหัวใจของพวกเรานักแต่งเพลงเสมอว่า พวกเราได้สู้กันมานานมาก ที่ผ่านมาครูเพลงที่แต่งเพลงชื่อดังไว้ต้องเสียชีวิตอย่างอนาถา ตายอยู่ในบ้านอย่างโดดเดี่ยว 3 วัน (สะอื้น) ญาติถึงจะรู้ว่าเขาเสียชีวิต เขียนเพลงโกหกหน้าตาย เพลงดังไปทั่วประเทศ ชีวิตพวกเราควรจะวนเวียนเป็นแบบนี้อีกต่อไปเหรอ(ร้องไห้)

มีอีกหลายๆศิลปินที่เราต้องเรี่ยไรเงินกันเพื่อซื้อโลงศพ ต้องจัดคอนเสิร์ตให้ แกมีเพลงดังมากมายอย่าง กอดฉัน สาวบางโพ แต่แกไม่เคยได้อะไรเลย มันกดทับพวกเรามาตลอด พี่น้องเราโดนไล่จับลิขสิทธิ์เพราะประเทศหนึ่ง มีบริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์ 32 บริษัท

ผมอยากฝากรัฐบาลให้ไกล่เกลี่ยกันให้เหลือ 1 บริษัทเหมือนกับอเมริกา ถ้ามันเหลือบริษัทเดียวเราจะรู้ว่าเวลาเราร้องเพลง เราจะต้องจ่ายเท่าไหร่ ทุกวันนี้เวลาแฟนเพลงขอเพลงมา เป็นเพลงฮิตเราก็ต้องร้อง ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าเป็นของค่ายไหน เราไม่รู้ว่า32 บริษัท บริษัทไหนจะมาไล่จับเรา ถ้ามันมีองค์กรเดียวเหมือนอเมริกา สิงคโปร์ เขาจะสามารถระบุทราบได้ทันที

ทำไมผมถึงโดนฟ้อง และโดนฟ้องแตกต่างจากคนอื่น ที่ผมโดนฟ้อง เพราะผมอยากโดนฟ้องไง ผมยื่นฟ้องเขาไปก่อน ที่ผ่านมาค่ายเพลงต่างๆ จะฟ้องแต่คนที่ร้องเพลงเฉยๆ แต่ผมเป็นคนที่เขียนเพลงเองด้วย มันยังไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่คนที่เขียนเพลงเอง ร้องเอง มาโดนฟ้อง

ที่ผมฟ้องเขาคือในเรื่องของสิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อสาธารณชน 18 เพลง เป็นเงิน 5 ล้านครับ ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด งานผมมีจริงๆอยู่ 200 กว่าผลงาน แต่ฟ้องน้อยจะได้ขึ้นว่าความกันง่ายหน่อย เขาเลยฟ้องกลับผม ผมรวมตัวกัน 30 กว่าคนว่าผมต้องการความยุติธรรมในการไปร้องตามที่ต่างๆ

แม้แต่ทางทรัพย์สินทางปัญญายังบอกว่า ถ้าคุณขายบ้านไปให้เขาแล้ว เขาไปขุดเจอบ่อน้ำมัน คุณจะไปเอาน้ำมันเขาได้ยังไง ตรรกกะนี้แหละ นักแต่งเพลงไม่ใช่อาชีพ แต่มันคือชีวิตทั้งชีวิต เราจึงอยากเรียกร้องให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับพวกเรานักแต่งเพลงบ้างเถอะ

30-40 ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้อะไรเลย จนเราชินกับการโดนเอาเปรียบไปเสียแล้ว คนเข้าใจจนชินว่าเพลงมันเป็นของเขา แต่จริงๆเพลงมันควรเป็นของเรา เราควรจะได้ในสิ่งที่เราควรต้องได้ ถ้าเราอยากให้ซอฟท์พาวเวอร์ของเราก้าวไป เราต้องดูแลบุคลากรผู้ผลิตงานศิลปะทุกแขนง ฝากผู้ใหญ่ทุกท่านแก้เรื่องนี้กันด้วยครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...