โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปภ.สรุปโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม ลงทะเบียนแล้วกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 ม.ค. 2568 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2568 เวลา 09.17 น. • The Bangkok Insight

ปภ. เผยเตรียมโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม ตาม มติ ครม. 3 ธันวาคม 2567 รอบที่ 4 ที่กระบี่ ย้ำประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนฯ ยื่นลงทะเบียนภายในวันที่ 15 มกราคมนี้

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 ครัวเรือนละ 9,000 บาท เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 และได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณและดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เงินเยียวยาน้ำท่วม

จากข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 2 ม.ค. 68 เวลา 18.00 น.) มีผู้ลงทะเบียนยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือมาแล้วจำนวน 1,102,899 ครัวเรือน ผ่านการประชาคมหมู่บ้านมาแล้ว 668,418 ครัวเรือน ผ่านการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) จำนวน 363,166 ครัวเรือน และผ่านการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) และส่งข้อมูลให้ ปภ. แล้วจำนวน 362,774 ครัวเรือน

ทั้งนี้ ปภ. ได้ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินแล้วจำนวน 240,568 ครัวเรือน ที่เหลือ 121,996 ครัวเรือน อยู่ในระหว่างการตรวจสอบสถานะบุคคล โดยที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือฯ ให้ผู้ประสบภัยแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง จำนวน 166,795 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 1,150,155 ล้านบาท

ล่าสุดในวันนี้ (3 ม.ค. 2568) ธนาคารออมสินจะโอนเงินช่วยเหลือฯ เข้าบัญชีผู้ประสบภัย ครั้งที่ 4 ให้ประชาชนในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ จำนวน 94 ครัวเรือน และคาดว่าจะโอนเงินช่วยเหลือฯ ครั้งที่ 5 ให้ประชาชนในพื้นที่ จังหวัดพัทลุง ตรัง สงขลา และยะลา จำนวนรวม 71,422 ครัวเรือน ในวันที่ 6 มกราคม 2568

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีประชาชนยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือฯ โดยเร็ว ขอให้จังหวัดเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลผู้ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือฯ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดอย่างรอบคอบ

สำหรับผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะต้องเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยนาท บุรีรัมย์ สมุทรสาคร และสิงห์บุรี ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในห้วงวันที่ 20 พฤษภาคม-2 พฤศจิกายน 2567 และประชาชนในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ ตรัง พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในห้วงวันที่ 3 พฤศจิกายน- 31 ธันวาคม 2567

นอกจากนี้ จะต้องได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสองกรณี กรณีแรกคือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินเสียหาย และกรณีที่สองที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมเกิน 7 วัน ในกรณีที่ถูกน้ำท่วมหลายครั้งจะได้รับความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว

ขณะเดียวกัน ขอให้จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์การได้รับความช่วยเหลือฯ เร่งดำเนินการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือฯ โดยสามารถลงทะเบียนได้ทั้งในรูปแบบ online ผ่านเว็บไซต์ https://flood67.disaster.go.th และในรูปแบบ onsite ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มกราคมที่จะถึงนี้

จากข้อมูลการโอนเงินของธนาคารออมสินที่ผ่านมา 3 รอบ พบว่า ยังมีปัญหาการโอนเงินไปยังผู้ประสบภัยไม่สำเร็จ เนื่องจากประชาชนยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน และสถานะทางบัญชีไม่ปกติ จำนวนกว่า 2,000 ครัวเรือน

ขอเน้นย้ำให้ประชาชนทำการตรวจสอบการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย หากยังไม่ได้ผูกบัญชีฯ ขอให้ติดต่อธนาคารใดก็ได้เพื่อดำเนินการผูกบัญชีโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องในการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ประสบภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...