รู้หรือไม่ 'จีวรลายดอกพิกุล' มีอยู่จริงในอดีต นิยมในพระเถระชั้นผู้ใหญ่
รู้หรือไม่ 'จีวรลายดอกพิกุล' ในละคร "คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์" มีอยู่จริงในอดีต นิยมในพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ทำไมปัจจุบันไม่ใส่แล้ว
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2568 กระแสยังคงแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับละคร"คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์" ที่ได้พระนางเคมีเคใจสุดฟินฮากระจายอย่าง โบว์-เมลดา และ ภณ-ณวัสน์ จับมือกัน พาเรตติ้งพุ่งกระฉูด
นอกจากความน่ารักและความฮาที่เสิร์ฟมาให้ฟินกันแบบสุขล้นแล้ว ละคร "คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์" ยังใส่เรื่องราวในประวัติศาสตร์ เกร็ดข้อมูล ความรู้ในอดีตที่หลายคนอาจไม่ค่อยทราบ
ตอนนี้ในโลกโซเชียลก็กำลังถกสนั่นถึง"จีวรพระ" ว่าเหตุใดถึงมีลวดลายดอกไม้เช่นนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม : ทำไมต้องโคมเขียว มีไว้ทำไม ส่องฉาก "ย่านโสเภณี" ในละคร คุณพี่เจ้าขาฯ
ภาพประกอบ
ข้อมูลจาก ศิลปวัฒนธรรม เผย ครั้งหนึ่ง “พระสงฆ์ไทย” เคยห่มจีวรที่มีลวดลายดอกไม้ หรือ “จีวรลายดอกพิกุล” โดยธรรมเนียมดังกล่าวพบมากในพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ในหลักฐานภาพถ่ายร่วมสมัย รวมถึงธรรมเนียมการสร้างพระพุทธรูปครองจีวรลายดอก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นประการหนึ่งของศิลปกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์
"จีวร" คืออะไร
จีวร คือ ส่วนหนึ่งของ“ผ้ากาสาวพัสตร์” ที่แปลว่าผ้าย้อมด้วยน้ำฝาด (น้ำต้มจากเปลือก-เเก่นไม้) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ผ้าไตร” เป็นผ้าที่พระสงฆ์ใช้นุ่งห่มตามหลักศาสนา ประกอบด้วยผ้า 3 ผืน ได้แก่
- “จีวร” (อุตราสงค์) ใช้ห่มด้านนอก
- “สบง” (อันตรวาสก) นุ่งห่มด้านล่าง
- “สังฆาฏิ” สำหรับนุ่งซ้อนหรือพาดบ่า
การนุ่งห่มผ้าไตรถือเป็นข้อกำหนดที่พระพุทธเจ้าประทานอนุญาตไว้ตั้งแต่พุทธกาล เป็นเอกลักษณ์ของพระสงฆ์ในพุทธศาสนา ซึ่ง “พระสงฆ์ไทย” แต่โบราณก็รับรูปแบบดังกล่าวมาด้วย ดังปรากฏในศิลปกรรมของพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12-16
การห่มผ้าไตรยังเป็นหลักการสร้างรูปเคารพเนื่องในพุทธศาสนาและการนุ่งห่มของพระสงฆ์ไทยเรื่อยมา แม้รูปแบบการครองผ้าจะแตกต่างกันบ้างในแต่ละนิกาย ยุคสมัย และสกุลช่างทางศิลปะ แต่ปกติแล้ว ผ้าทั้ง 3 ผืน จะเป็นผ้าเรียบ ไม่มีลาย อย่างที่เราเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน
ภาพประกอบ
ทำไม พระสงฆ์ไทยห่ม “จีวรลายดอกพิกุล”
การห่มจีวรลายดอกพิกุล นั้น เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เนื่องจากราชสำนักมีธรรมเนียมการถวายผ้าจีวรที่มีลวดลายดอกไม้แด่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ดังปรากฏใน จดหมายเหตุบัญชีผ้าพระกฐินและผ้าไตร จ.ศ. ๑๑๘๗
ว่ากันว่า การถวายจีวรลายดอกอาจมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว โดยพระพุทธเจ้าประทานอนุญาตเฉพาะลายดอกไม้ขนาดเล็ก สีสันไม่ฉูดฉาด หรือไม่เป็นลายแวววาว
“จีวรลายดอก” ที่นิยมถวายให้พระสงฆ์ในสมัยนั้น จะใช้ผ้าราคาสูงนำเข้าจากแคว้นเบงกอล ในอนุทวีปอินเดีย (ปัจจุบันคือ บังกลาเทศ) เป็นผ้าฝ้ายเนื้อบางละเอียด ทอเป็นลายดอกไม้-ดอกพิกุลขนาดเล็กทั้งผืน เรียกว่า “ผ้าย่ำตะหนี่” (Jamdani-ภาษาเปอร์เซีย) หรือย่ำตานี/ย่านตานี นำมาตัดเย็บและย้อมน้ำฝาดตามพระวินัย ก่อนนำถวายพระสงฆ์
ภาพประกอบ
สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา ยังมีความนิยมสร้างพระพุทธรูปและพระพุทธสาวกให้นุ่งห่มจีวรลายดอกด้วย ซึ่งก็เป็นการถอดแบบมาจากการนุ่งห่มของพระสงฆ์สมัยนั้นมีการครองจีวรลายดอกหลายรูปแบบ ทั้งลายดอกพิกุล ลายใบเทศ และลายพุ่มข้าวบิณฑ์
อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าธรรมเนียมการถวายผ้าแพรมีลายแด่พระพุทธรูป มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แล้ว เพียงแต่มานิยมแพร่หลายมากขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 จากธรรมเนียมการถวายจีวรลายดอกแก่พระสงฆ์นั่นเอง
ภาพประกอบ
ทำไมปัจจุบัน พระสงฆ์ไทยไม่ใส่จีวรลายดอกพิกุล
การถวายจีวรลายดอกแด่พระสงฆ์ เสื่อมความนิยมลงในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อลดทอนความหรูหราฟุ่มเฟือย สอดคล้องกับพระราชนิยมในการสร้างพระพุทธรูปที่ได้เปลี่ยนไปในทางเสมือนจริงตามแนวสัจนิยม
เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีเพียงพระเถระชั้นผู้ใหญ่บางรูปในกรุงเทพฯ เท่านั้น ที่ยังนิยมครองจีวรลายดอกพิกุลอยู่
แต่เรายังพบการสร้างพระพุทธรูปหรือพระพุทธสาวกที่ครอง “จีวรลายดอก” ในสกุลช่างราชสำนัก และงานพุทธศิลป์ตามวัดหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์อยู่ ทั้งกลายเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะไม่พบในงานศิลปกรรมสมัยอื่นของไทย
ที่มา :ศิลปวัฒนธรรม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้หรือไม่ 'จีวรลายดอกพิกุล' มีอยู่จริงในอดีต นิยมในพระเถระชั้นผู้ใหญ่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th