โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TREND FOR BUSINESS GROWTH 101: ธุรกิจยุคใหม่ใช้เทรนด์ทำอะไรได้บ้าง?

นิตยสารคิด

อัพเดต 25 ธ.ค. 2567 เวลา 20.54 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 20.54 น.
trend-for-business-growth-2024-cover

ถอดบทเรียนสำคัญจากเวทีบรรยายหัวข้อ TREND FOR BUSINESS GROWTH 101 “10 รูปแบบการใช้งานเทรนด์เพื่อพัฒนาธุรกิจ” เวทีที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้การใช้งานเทรนด์กับฟังก์ชันการทำงานของธุรกิจยุคใหม่พร้อมทำความเข้าใจถึงบทบาทสำคัญของ “เทรนด์” ในการนำมาช่วยยกระดับธุรกิจให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยผู้คร่ำหวอดในวงการเทรนด์สองท่านได้แก่ คุณปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต บารามีซี่ แล็บ (Baramizi Lab) และอาจารย์ประดิษฐ์ รัตนวิจิตราศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญการใช้งานเทรนด์กับภาคธุรกิจ

เวทีเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้งานทอล์ก TREND FORUM 2025 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต บารามีซี่ แล็บ ซึ่งได้จัดงานในครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจถึงการนำเทรนด์ไปประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจ และเห็นโอกาสของตนเองหรือเห็นภาพอนาคตที่น่าสนใจและสอดรับไปกับฐานลูกค้าของตนเอง

งานนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของธุรกิจให้เปิดไปสู่โลกแห่งโอกาสได้ไม่รู้จบ…

เพราะธุรกิจยุคใหม่ ต้องใช้ข้อมูลทำงาน
ทั้งสองท่านเริ่มต้นการบรรยายด้วยการให้นิยามของคำว่า “เทรนด์”

เทรนด์คืออะไรก็ตามที่มากระทบผู้คน เมื่อคนถูกกระทบมากขึ้น คนยอมรับมันมากขึ้น คนนำเอามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้เรียกว่าเทรนด์ อ.ประดิษฐ์เน้นย้ำต่อว่า ดังนั้นเทรนด์จึงไม่เท่ากับปรากฏการณ์ ในขณะที่ปรากฏการณ์หมายถึงอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วหายไป แต่เทรนด์จะเป็นเรื่องของระยะเวลา เป็นกระแสว่าอะไรเพิ่มขึ้นหรือลดลง

หากกล่าวในภาษาที่เป็นทางการ เทรนด์จึงหมายถึงแนวโน้มของ “ความต้องการ” ที่จะมีปริมาณมากขึ้น (หรือลดลง) ในอนาคต เราสามารถคาดการณ์ “ความต้องการ” หรือ “ความคาดหวังในอนาคตของผู้บริโภค” ล่วงหน้าได้ เพราะกลไกการเกิดความคาดหวังเริ่มต้นขึ้นเมื่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมเข้ามากระทบกับความรู้สึกนึกคิดของผู้บริโภค กล่าวอย่างง่ายก็คือ เมื่อเกิดความคาดหวังสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ของคนหลาย ๆ คน มารวมกันจึงกลายเป็นเทรนด์

ทำความรู้จัก 5 ประเภทของข้อมูลเทรนด์
“การใช้เทรนด์เป็นเรื่องของ ‘จังหวะ’ และ ‘เวลา’” อ.ประดิษฐ์กล่าวถึงการอ่านข้อมูลเทรนด์และการนำมาใช้ เร็วไปคนก็ปรับตัวไม่ทัน แต่หากช้าไป ตลาดก็อาจจะวายไปก่อนแล้ว เทรนด์จึงเป็นเรื่องของอนาคตและการคาดการณ์ ในยุคปัจจุบันที่ข้อมูลต่าง ๆ เข้าถึงได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือคนที่จะมาจัดการข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นระเบียบแบบแผน ดังนั้นเพื่อให้เห็นภาพที่ง่ายขึ้น อ.ประดิษฐ์และคุณปรมาจึงได้จัดหมวดหมู่ข้อมูลเทรนด์ออกมาไว้เป็น 5 ประเภทด้วยกัน

  • เมกะเทรนด์ เทรนด์ในภาพใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อไปว่าจะส่งผลกระทบต่อเราได้อย่างไรบ้าง อาทิเช่น เรื่องของสังคมสูงวัย
  • เทรนด์ผู้บริโภค เทรนด์ที่ศึกษาในเรื่องของ “ความต้องการ” ที่คล้ายคลึงกันในแต่ละกลุ่มคน และนำมาจัดกลุ่มให้กับพวกเขา จึงเกิดเป็นตัวอย่างเช่น การจัดแบ่งเป็นพฤติกรรมการบริโภคของคนแต่ละช่วงอายุ
  • เทรนด์เทคโนโลยี เทรนด์นี้เป็นการบ่งบอกสัญญาณที่จะเกิดขึ้นในสังคมอนาคต โดยเทรนด์นี้ควรจะต้องคอยติดตามอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะในเรื่องของเทคโนโลยีนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เข้ามาปุ๊ปและปรับใช้ได้ปั๊ป แต่มนุษย์เราจะมีขั้นตอนรับรู้เทคโนโลยีก่อนอยู่ช่วงหนึ่ง (Early Adopter) และจะต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งก่อนจะถึงขั้นที่รับไปปรับใช้กับชีวิตของตัวเอง
  • เทรนด์การออกแบบ เทรนด์นี้เป็นจำพวกเรื่องของสีและองค์ประกอบการออกแบบศิลป์ ข้อสำคัญสำหรับเทรนด์นี้คือการตั้งคำถามว่า อารมณ์ในปีหน้าจะเป็นแบบใด ไม่ใช่สีไหนจะฮิตในปีหน้า เพราะเมื่อเราตั้งคำถามด้วยอารมณ์ ทุกองค์ประกอบในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสี วัสดุที่ใช้ รูปร่าง รูปทรง จะเป็นตัวเสริมและสื่อถึงอารมณ์นั้น
  • เทรนด์สำหรับอุตสาหกรรม เทรนด์นี้เป็นภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจงไปในแต่ละอุตสาหกรรม เปรียบเสมือนการขมวดรวมสี่ข้อที่กล่าวมา แล้วนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อคาดการณ์และวางแผนแนวทางการพัฒนาธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ต่อไป

ธุรกิจยุคใหม่ใช้เทรนด์ทำอะไรได้บ้าง?
“เทรนด์ไม่ใช่คำตอบ แต่เทรนด์คือสิ่งที่ทำให้ตั้งคำถาม”

โจทย์ใหญ่ใจความหลักของเวทีบรรยายในครั้งนี้คือการให้แนวทางการประยุกต์ใช้ข้อมูลเทรนด์กับธุรกิจ เพราะปัญหาของคนจำนวนมากไม่ใช่เรื่องของการเข้าไม่ถึงข้อมูลเทรนด์ แต่เป็นเรื่องของการขาดองค์ความรู้ที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาเสริมแกร่งให้กับธุรกิจของเราได้อย่างไรบ้าง

เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและนำไปใช้ อ.ประดิษฐ์จึงแบ่งการใช้เทรนด์เพื่อวางแผนธุรกิจออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะยาว (5-10 ปี) ระยะกลาง (1-2 ปี) และสุดท้ายคือระยะสั้น (3-6 เดือน) โดยทั้งสามระยะนั้น ไม่ใช่การทำแยกส่วน แต่เป็นการนำเทรนด์มาใช้ในแง่มุมที่แตกต่างกัน โดยทั้งสามระยะต้องถูกทำไปพร้อม ๆ กัน

เทรนด์ระยะยาว
คือการปรับธุรกิจของเราไปตามการเปลี่ยนแปลงของเจเนอเรชัน แต่ละรุ่นก็จะมีความต้องการ การตอบสนองต่อแต่ละสิ่งที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจะเกิดเป็นคำถามดังต่อไปนี้

  • Brand Identity Evolution แบรนด์ควรจะมีวิวัฒนาการไปในแนวทางใดให้ตรงกับค่านิยมในปัจจุบันและอนาคต อาจจะปรับเปลี่ยนไปตามฐานลูกค้าที่เติบโตหรือปรับคุณค่าใหม่เพื่อรองรับฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่กำลังจะมาถึง เหมือนอย่างที่อ.ประดิษฐ์เน้นย้ำว่า เทรนด์คือคำถาม ไม่ใช่คำตอบ ดังนั้นคำถามในระยะนี้ที่เทรนด์มอบให้ก็คือ วิธีคิดของคนที่เป็นฐานลูกค้าเราแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร? ค่านิยมแห่งยุคสมัยในช่วงนั้นคืออะไร? และสุดท้ายก็คือ เราในฐานะแบรนด์ จะไปอยู่ตรงจุดใดของฐานลูกค้าเรา?
  • Business Model Innovation แน่นอนว่าแผนการทางธุรกิจเป็นแผนที่ต้องถูกวางในระยะยาว แต่ธุรกิจหนึ่ง ๆ ก็คงไม่สามารถวางแผนเดียวได้ไปตลอดเส้นทางชีวิต คำถามที่สำคัญในข้อนี้จึงคือ ธุรกิจใดจะเกิดการดิสรัปชันและธุรกิจใดจะมาแทนที่ เพราะเหตุใด? และความเสี่ยงเหล่านี้จะทำให้เกิดอะไรใหม่?
  • Human Resource เมื่อแบรนด์เปลี่ยน แผนการธุรกิจเปลี่ยน ทรัพยากรคนก็ต้องเปลี่ยน คนแบบไหนและทักษะแบบไหนที่บริษัทจะต้องมี? ทักษะอะไรที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องมองให้ออกด้วยว่า แล้วทักษะอะไรจะเป็นภาระ

เทรนด์ระยะกลาง
คือการปรับเปลี่ยนธุรกิจผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ระยะนี้ไม่ได้ดูว่าผู้บริโภคเขาบริโภคอะไร แต่ดูว่าเขาบริโภคอย่างไร มากไปกว่านั้นก็คือ ต้องดูต่อไปอีกว่า แล้วพวกเขาบริโภคเสร็จแล้ว เขาทิ้งอย่างไร ดังนั้นจะเกิดเป็นคำถามดังต่อไปนี้

  • Product Brand and Service Portfolio สิ่งสำคัญของเทรนด์ในระยะกลางคือความต้องการของผู้บริโภค ต้องไปดูว่า พวกเขามีเหตุอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้อยากบริโภค ให้เกิดพฤติกรรมการบริโภค
  • Sourcing and Supplier Development ควรพัฒนาอะไรให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคและเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกบริบท
  • Target Segments Planning ข้อนี้เป็นการถามตัวเองว่า กลุ่มลูกค้าของเราจะเปลี่ยนหรือไม่? ตลาดที่เรามีอยู่ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดจะยังใหญ่แบบนี้อยู่หรือไม่? จะเติบโตด้วยอัตราเท่าเดิมหรือไม่? สิ่งที่ต้องคำนึงถึงไม่ใช่แค่เรื่องของขนาดของตลาด แต่รวมถึงกำลังซื้อของตลาดด้วย
  • R&D to focus on ข้อนี้เป็นการพูดถึงการพัฒนานวัตกรรมในองค์กร นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ต้องการการลงทุนสูงจึงมีความเสี่ยงมาก และแน่นอนว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็ย่อมมากขึ้นตาม ดังนั้นการมีข้อมูลเทรนด์จะมาช่วยในการตัดสินใจว่า นวัตกรรมอะไรที่จะช่วยเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ ให้กับสินค้าและการบริการของเรา ซึ่งไม่เพียงต้องใส่ใจนวัตกรรมในแง่ของเทคโนโลยี แต่หมายรวมไปถึงด้านการบริการและการออกแบบประสบการณ์ด้วย

เทรนด์ระยะสั้น
การปรับเปลี่ยนธุรกิจไปตามข้อมูลใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ระยะนี้อาจนับเป็นฤดูกาล ดังนั้นจะเกิดเป็นคำถามดังต่อไปนี้

  • Experience Design ปัจจุบันคนบริโภคประสบการณ์มากกว่าการบริโภคสินค้า ดังนั้นคำถามที่เกิดขึ้นคือ วิธีการแบบใดในยุคนี้ที่ทำแล้วมอบประสบการณ์ความ “Cool” ให้กับผู้บริโภค จะไปคิดแค่การผลิตสินค้า วางขายอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องคิดถึงช่วงเวลาของการเห็นสินค้า รับสินค้า และใช้สินค้า เป็นช่วงเวลาที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างผู้ค้าและผู้บริโภคซึ่งกันและกัน
  • Product Design คำถามในข้อนี้เป็นเรื่องของการนำเทรนด์ด้านการออกแบบมาเสริมอัตลักษณ์แบรนด์ให้แข็งแรงขึ้น คำถามที่ชวนคิดคือ ลูกค้าจะถูกสังคมมองอย่างไรหากใช้สินค้าของคุณ เช่น ถูกมองว่าเป็นคนรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะสินค้าสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้ใช้ได้
  • Marketing Communication Planning สุดท้าย เมื่อเราคิดแผนมาทั้งหมด เราก็ต้องสื่อสารแก่นสารนั้นออกไป คำถามที่ควรคำนึงก็คือ เราจะสื่อสารด้วยภาษาแบบใด เพื่อให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มคน รวมทั้งแนวโน้มของแต่ละกลุ่มคนนั้น เขาเชื่อฟังใครเป็นหลักในการตัดสินใจ

ทั้งหมดทั้งมวลเป็นแนวทางคำถามที่ชวนให้ฉุกคิดในการประยุกต์ใช้ “เทรนด์” กับธุรกิจของตัวเอง เหมือนอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เทรนด์ไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ตั้งคำถาม คำถามเหล่านี้มีไว้ใช้ถามกับตัวเองและนำไปประกอบกับข้อมูลเทรนด์ที่เราได้รับมา แล้วจึงนำมาสังเคราะห์เป็นคำตอบให้กับแบรนด์เพื่อนำไปสู่การวางแผนพัฒนาธุรกิจต่อไป

ที่มา : เวทีบรรยายหัวข้อ TREND FOR BUSINESS GROWTH 101 “10 รูปแบบการใช้งานเทรนด์เพื่อพัฒนาธุรกิจ”

ภาพ : Baramizi Lab

เรื่อง : คณิศร สันติไชยกุล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

“ดอกกัลปพฤกษ์” บานสะพรั่งสุดตื่นตาตื่นใจ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์

Manager Online

เติมพลังเช้าวันใหม่ด้วยคอมโบเซตอาหารเช้าสุดคุ้มจาก Milk & Co @ Centara Grand CentralWorld

Ticy City

‘SEVENTEEN’ กับความท้าทายใหม่ กลยุทธ์ในวันที่เมมเบอร์ต้องเข้ากรม

กรุงเทพธุรกิจ

ไขข้อสงสัย ทำไมไม่ควรแช่แข็ง "ไข่ต้ม" ในช่องฟรีซ กูรูแนะวิธีเก็บที่ถูกต้อง

sanook.com

เหล่าเซเลบบุกธุรกิจกาแฟ ปั้นแบรนด์แข่ง เสิร์ฟยันเมล็ดพันธุ์

Manager Online

แฉตำนานรักต่างชนชั้น!? “เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด” กับสาวนางโชว์

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...