โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ประเสริฐ’ สั่งเร่งป้องกัน หลังพบ 29 จังหวัด เสี่ยงขาดแคลนน้ำดื่ม-น้ำใช้ ช่วง ม.ค.-ก.พ. 2568

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 03.22 น. • The Bangkok Insight

"ประเสริฐ" สั่งเร่งป้องกัน หลังพบ 29 จังหวัด เสี่ยงขาดแคลนน้ำดื่ม-น้ำใช้ ช่วง ม.ค.-ก.พ. 2568

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 13 (จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์)

โดยได้สั่งการให้ สทนช. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อน 8 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2567/68 เพื่อรับมือความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในเชิงป้องกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจและคลายความวิตกกังวลให้กับประชาชน

เสี่ยงขาดแคลนน้ำ

29 จังหวัด เสี่ยงขาดน้ำดื่ม-น้ำใช้

ทั้งนี้ สทนช. ได้วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 ทั่วประเทศพบว่า มีพื้นที่เสี่ยงในบางส่วนของ 131 ตำบล 83 อำเภอ 29 จังหวัด

  • พื้นที่ภาคเหนือ 26 ตำบล 15 อำเภอ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ กำแพงเพชร น่าน และพิษณุโลก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 73 ตำบล 46 อำเภอ 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ยโสธร บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครพนม สกลนคร หนองคาย อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง 9 ตำบล 7 อำเภอ 4 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท และนครสวรรค์
  • ภาคตะวันตก 7 ตำบล 3 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก 11 ตำบล 8 อำเภอ 2 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
  • ภาคใต้ 5 ตำบล 4 อำเภอ 2 จังหวัด ได้แก่ ตรัง และสตูล

เสี่ยงขาดแคลนน้ำ

เร่งป้องกันเชิงรุก

ดร.สุรสีห์ กล่า;ว่า แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ ยังต้องจับตาเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการคาดการณ์ปริมาณฝนของประเทศไทยโดยเทคโนโลยีฝน One Map พบว่า ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567-มกราคม 2568 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว

ประกอบกับการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำทั้ง 29 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้ต้องเร่งป้องกันพื้นที่ดังกล่าวเป็นการล่วงหน้า ซึ่งเป็นการทำงานในเชิงรุกที่รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ สทนช. และหน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่สำรวจและรับทราบปัญหาด้านน้ำในพื้นที่จริง โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อนำไปสู่กระบวนการวางแผนการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

เสี่ยงขาดแคลนน้ำ

ลงพื้นที่รับมือภัยแล้ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2567 สทนช. ได้ลงพื้นที่เตรียมรับมือภัยแล้งไปแล้ว 5 จังหวัด 9 อำเภอ 15 ตำบล ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา 3 ตำบล 3 อำเภอ (ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว, ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี และ ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ) สมุทรปราการ 6 ตำบล 1 อำเภอ (ต.บางกระเจ้า ต.บางกอบัว ต.บางน้ำผึ้ง ต.บางยอ ต.บางกระสอบ ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง)

ประจวบคีรีขันธ์ 3 อ่างเก็บน้ำ 3 ตำบล 3 อำเภอ (อ่างเก็บน้ำช้างแรก ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย, อ่างเก็บน้ำคลองช่องลม ต.เขาล้าน อ.ทับสะแก, และอ่างเก็บน้ำคลองบึง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์) สระบุรี 2 ตำบล 1 อำเภอ (ต.พุคำจาน และ ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท) และ ลพบุรี 2 ตำบล 1 อำเภอ (ต.ช่องสาลิกา และ ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม)

โดยที่ ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จในการบูรณาการวางแผนป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การประปาส่วนภูมิภาค

และ สทนช. ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกัน โดยใช้วิธีสูบทอยด้วยเครื่องสูบน้ำระยะไกล จำนวน 5 เครื่อง สูบน้ำจากแม่น้ำลำตะคองไปกักเก็บไว้ในแหล่งผลิตน้ำประปาของ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ สระน้ำวัดพระพุทธบาทเขาพริก หมู่ 7 บ้านเขาพริก, สระซับมะค่างาม หมู่ 4 บ้านมะค่างาม, สระซับแห้ง หมู่ 2 บ้านซับศรีจันทร์ และสระประปา หมู่ 5 บ้านซับสวรรค์ โดยมีเป้าหมายในการสูบน้ำรวม 162,000 ลบ.ม. ในระยะเวลาดำเนินการ 73 วัน โดยเริ่มสูบน้ำเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สทนช. จะนำความสำเร็จดังกล่าวไปต่อยอดขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยมีแผนการลงพื้นที่ภายใต้มาตรการรองรับฤดูแล้งอย่างต่อเนื่องไปตลอดจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อร่วมกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ สามารถลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งให้เหลือน้อยที่สุด รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะมีน้ำอุปโภคบริโภคใช้อย่างเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...