รู้จักธุรกิจ Bundles เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบให้เช่าใช้เองที่บ้านตลอดไป
ในแต่ละปีมีเครื่องซักผ้าถูกทิ้งกว่า 600,000 เครื่องในเนเธอร์แลนด์ กองขยะอิเล็กทรอนิกขนาดยักษ์นี้นี้ ทำให้ Marcel Peters ก่อตั้ง Bundles แบรนด์เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่ยกไปตั้งให้ถึงที่บ้านขึ้นมา และให้จ่ายค่าเช่ารายเดือนเท่าที่เราใช้
ที่สำคัญไม่ใช่เครื่องซักผ้าธรรมดา แต่ตั้งใจเสิร์ฟความพรีเมียม ด้วยการยกเครื่องซักผ้ารุ่นที่ดีที่สุดมาให้กับลูกค้า ทำให้เราไม่ต้องใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญร่วมกับคนอื่นด้วย แลกกับกำไรและความยั่งยืนในระยะยาว
[ อะไรคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ในการทำธุรกิจสุดแหวกแนวนี้ ]
ย้อนกลับไป 10 ปีก่อน Marcel Peters มองเห็นปัญหา ว่า จริงๆแล้วการซักผ้าสร้างขยะจำนวนมาก อย่างขยะอิเล็กทรอนิก และยังเกิดการใช้ทรัพยากรจำนวนมากอย่างน้ำ ไฟฟ้า และผงซักฟอก เลยผุดแนวคิดขึ้นว่า บางทีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยั่งยืน หรือการเช่า อาจมีราคาถูกกว่าการได้เป็นเจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งคุณภาพต่ำ
ด้วยแรงบันดาลใจนี้ Peters ตัดสินใจลาออกจากงาน ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรม ของบริษัทด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ มาก่อตั้ง Bundles บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติดัตช์ที่ได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้บริโภคและโลกธุรกิจ
ด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบระบบ subscription หรือ สมัครสมาชิก เพื่อให้บริการเช่าเครื่องซักผ้าคุณภาพพรีเมียม พร้อมกับสร้างแรงจูงใจคล้ายคอนเซ็ปท์เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
ด้วยคำว่า “pay per wash” หรือ ซักเท่าไรก็จ่ายเท่านั้น
[ วิธีนี้คุ้มกว่าเสียเงินซื้อเครื่องซักผ้า ]
เวลาเราจะซื้ออะไรซักอย่าง เชื่อว่าหลายคนน่าจะเป็นเหมือนกันเครื่องซักผ้าราคา 14,990 บาท ด้วยราคานี้ต้องซักกี่ครั้งถึงจะคุ้มทุน
ปกติซักหยอดเหรียญครั้งละ 40 บาท สมมติซื้อเครื่องซักผ้าราคา 14,990 หาร 40 เท่ากับซักได้ประมาณ 375 ครั้ง
ปกติซักผ้าสัปดาห์ละครั้ง 1 เดือนก็เฉลี่ย 4-5 ครั้ง ลองเอา 375 หาร 4 ก็จะเท่ากับ 93.75 ปัดเป็น 94 ก็จะเท่ากับต้องใช้เครื่องซักผ้าราคา 14,990 บาทไป 94 เดือนถึงจะคุ้ม
94 เดือน เท่ากับ 7.8 ปี แล้วถ้าเสียก่อนทำไงดี หรือการใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญต่อไปน่าจะดีกว่า?
[ ลงทุนทำธุรกิจ Bundles เอาจริงคุ้มไหม? ]
หลังจากที่สมัครสมาชิกแล้ว บริษัทก็จะเข้ามาติดตั้งเครื่องซักผ้ารุ่นที่ดีที่สุดให้ถึงที่บ้าน เป็นการแถมความพรีเมียมอีกอย่างก็คือ ไม่ต้องใช้เครื่องซักผ้าร่วมกับคนอื่นนั่นเอง
โดยราคาเช่าเริ่มต้นอยู่ที่ 11.95 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 437 บาท สำหรับเครื่องขนาด 7 kg
และมีเงื่อนไขก็คือ ต้องใช้บริการซักผ้าขั้นต่ำอย่างน้อย 5 ครั้งต่อเดือน โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ยูโรต่อการซัก แต่ถ้าซักบ่อย ราคาในการซักก็จะถูกลง
แต่การทำธุรกิจโมเดลนี้เป็นอะไรที่นักธุรกิจให้ความสนใจน้อย เพราะกว่าจะคุ้มทุนต้องใช้เวลานาน ซึ่งผู้บริหาร Bundles เองก็ออกมายอมรับว่า ไม่ใช่แค่กว่าจะคุ้มทุนต้องรอนานเท่านั้น แต่ต้นทุนจากผลิตภัณฑ์ อย่างเครื่องซักผ้า และรูปแบบบริการแบบระบบสมัครสมาชิกก็เรื่องท้าทายเหมือนกัน
แต่ด้วยความเชื่อและจุดยืนที่ว่า พวกเขากำลังต่อสู้กับความจริงที่เครื่องซักผ้าในปัจจุบันไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานหลายๆ รอบ และธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักจะเน้นไปที่การขายเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่ให้ได้เยอะๆ แทน
ดังนั้นการทำโมเดลธุรกิจลักษณะนี้เลยจำเป็นมากต่ออนาคตการซักผ้าที่ยั่งยืนขึ้น
อย่างไรก็ตามในการบริหารต้นทุน Bundles ไม่ได้สร้างหรือผลิตเครื่องซักผ้าเอง แต่วางตัวเองเป็นผู้ให้บริการระบบซักผ้า เป็นคนที่ทำ Matching Platform
โดยที่เครื่องซักผ้าจะถูกควบคุมทางอินเทอร์เน็ต และจะมีการให้บริการติดตั้ง ซ่อมแซม และดูแลเรื่องระบบทั้งหมด แต่ Bundles เลือกแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Miele จากเยอรมันมาร่วมในธุรกิจ ซึ่งเครื่องซักผ้าเครื่องแรกในยุโรปก็เกิดจากแบรนด์นี้
Miele แบรนด์ที่มีอายุนานกว่า 125 ปี จุดเด่นของสินค้าของแบรนด์นี้คือเรื่องความไฮเอนด์และความทนทาน มีจุดยืนที่จะสร้างเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า สังคมและสิ่งแวดล้อม
โดยมีคติประจำใจของแบรนด์นี้ก็คือ “Immer Besser” ที่หมายถึง เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ดีกว่าคู่แข่งและดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตลอดไป
ดังนั้นจึงจับพาร์ทเนอร์มาเข้าคู่ได้เหมาะสมไปกันได้ดีกับ Bundles ที่เน้นกลุ่มพรีเมียม และเน้น concept ความคิดและการวางแผนในระยะยาว โดยได้มีการเคลมแล้วว่าเครื่องผ่านการทดสอบอย่างละเอียด และสามารถใช้งานได้นานถึง 20 ปี มาพร้อมเทคโนโลยีประหยัดพลังงานบนความคิดว่า ‘ทำธุรกิจที่ยั่งยืน’
โดย Bundles สามารถช่วยลดการทิ้งเครื่องซักผ้าได้มากกว่า 2,000 เครื่องเลยทีเดียว
และลูกค้าของ Bundles สามารถประหยัดพลังงานโดยเฉลี่ยกว่า 91 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประหยัดผงซักฟอกไปมากกว่า 10 ลิตร นอกจากนี้ยังประหยัดน้ำ ได้มากถึง 3,000 ลิตรต่อปีเลยทีเดียว
โมเดลธุรกิจแบบหมุนเวียนในลักษณะนี้ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ถือเป็นการทำธุรกิจแบบฉีกกฎ และมอบความลักชูรี่ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านการเช่ารายเดือน ของ Bundles เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่ในบ้านเลย