โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุจิตต์ วงษ์เทศ : เกาะกูด จ.ตราด (ประเทศไทย) แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 พ.ย. 2567 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 10.46 น.

เกาะกูด (จ. ตราด) เป็นของไทยตามสนธิสัญญากรุงสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) ในแผ่นดิน ร.5 พระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งสรุปจากการแถลงของกระทรวงต่างประเทศ (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2567 หน้า 1)

ข้อมูลประวัติศาสตร์อย่างนี้มีเผยแพร่นานแล้วไม่ได้ปิดลับ นอกจากนั้นนักวิชาการทางประวัติศาสตร์ได้ศึกษาวิจัยไว้จำนวนไม่น้อย ดังนั้น นักวิชาการของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ย่อมคุ้นเคยอย่างดีต่อหลักฐานเหล่านี้เป็นปกติวิสัย

ล่าสุด ยังมีข้อมูลเพิ่มจากผู้มีประสบการณ์ตรงเผง ดังนี้

กษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ จับตาสถานการณ์ ทางไทยพีบีเอส ถึงสถานะของ MOU 44 ไทย-กัมพูชา ว่าเหตุที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ตัดสินใจยกเลิก MOU 44 มาจากการที่นายฮุนเซน นายกฯ กัมพูชาในขณะนั้น ได้ตั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ของไทย เป็นที่ปรึกษากัมพูชา ซึ่งเราเห็นว่าการกระทำของนายฮุนเซนนั้น ไม่น่ารัก ไม่เป็นมิตร และแทรกแซงกิจการภายในของไทย รัฐบาลขณะนั้นจึงต้องการแสดงออกว่า เราไม่พึ่งพอใจ ด้วยการยกเลิก MOU 44 แล้วก็ต้องการบอกกับนายทักษิณด้วยว่า การกระทำของนายทักษิณ ไม่น่ารัก เป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น เมื่อมีมติ ครม. ออกมา ก็ต้องมีกระบวนการต่างๆ เพื่อจะนำเรื่องเข้าสู่รัฐสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ข้าราชการประจำ นำโดยกระทรวงการต่างประเทศก็ดำเนินการอยู่ แต่ว่ารัฐบาลในขณะนั้นก็ยุบสภาพ้นจากตำแหน่งไป ก็เท่ากับว่าเรื่องนี้ยังค้างอยู่ โดยผ่านรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน กระทั่งรัฐบาล น.ส. แพทองธาร ชินวัตร ก็เท่ากับว่า MOU 44 ยังมีชีวิตอยู่ และล่าสุด นายกฯ แพทองธารก็ได้ยืนยันว่า MOU 44 ยังมีชีวิต และยังอยู่ในการเตรียมการที่จะแต่งตั้งหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยต่อไป

ถามว่า เนื้อหาสาระของ MOU 44 คืออะไร ก็มีประเด็นหลักๆ คือทั้ง 2 ฝ่าย ช่วงรัฐบาลทักษิณ ที่มีนายสุรเกียรติ เสถียรไทย เป็น รมว.ต่างประเทศ กับทางฝ่ายนายฮุนเซน ก็บอกว่า เรามาทำ MOU 44 เพื่อตกลงข้อพิพาททางทะเลด้วยสันติวิธี และวิธีทางการทูต การเจรจาก็มี 2 เรื่อง คู่ขนาน เรื่องแรก การปักปันเขตแดนว่าอะไรเป็นของไทย แล้วจะมีพื้นที่ร่วมหรือไม่ เรื่องที่สอง จะมีการสำรวจทรัพยากรทางธรรมชาติ ใต้ทะเล ซึ่งก็เป็นของดี เท่ากับเป็นกรอบให้ 2 ประเทศ แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีก็เท่านั้นเอง ส่วนการเจรจาจะออกมายังไง มันก็เป็นฝีมือของนักเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อถามว่า แล้วมองยังไง ทำไมถึงมีเรื่องเสียเกาะกูดขึ้นมาได้ นายกษิตกล่าวว่า ก็ต้องกลับไปที่ประวัติศาสตร์ว่าประเทศสยามได้ทำการตกลงกับฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมผู้ปกครองกัมพูชา เมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว โดยระบุแน่ชัดว่าเกาะกูดเป็นของสยาม เป็นของราชอาณาจักรไทย

“เรื่องนี้ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย แต่ไม่ทราบว่าเจตจำนงหรือความสัปดนทางจิตใจของใคร เพราะเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงทางกฎหมาย และข้อตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศสชัดเจนอยู่แล้ว แล้วเราก็ปกครองครอบครองเกาะกูดมาตั้งร้อยกว่าปีแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เรามีอำเภอ มีนายอำเภอ ที่สำคัญผมก็ไม่เคยได้ยินว่าทางฝ่ายฮุนเซนมายกกองทัพมายึดเกาะกูด”

เมื่อถามว่า มีพรรคการเมือง กลุ่มทางการเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่ หยิบเอาเรื่องนี้มาสื่อสารจะเป็นความเปราะบางในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศหรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า ไม่ใช่ เรื่องนี้เป็นความเลวร้ายของคนที่เอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาเป็นประเด็นทางการเมืองให้ได้ ทั้งๆ ที่ข้อตกลงชัดเจน ถ้าพรรคการเมือง นักการเมืองบางคนที่คิดวิปริตไม่ยอมรับข้อเท็จจริงอันนี้ก็ช่วยไม่ได้ แต่ต้องย้ำว่า รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ ผู้รู้ประวัติศาสตร์ ต้องออกมาชี้แจงว่าเกาะกูดเป็นของไทย และ MOU 44 ก็เป็นกรอบที่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ไม่ได้เกี่ยวกับเกาะกูด เพราะเกาะกูดมันข้อตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศสต่างหากเป็นร้อยปีมาแล้ว เรื่องนี้ต้องแยก 2 ประเด็นให้ชัด

มองว่า MOU 44 ยังควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่ นายกษิตตอบว่า เมื่อรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศตกลงกันว่าจะใช้วิธีเจรจา โดยให้กรอบ MOU 44 ก็คิดว่าไม่ได้มีอะไรเป็นตัวร้าย แต่ถ้า MOU 44 ถูกตีความแง่ของความขัดแย้งก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่อ่านMOU 44 หรืออ่านแล้วเข้าใจแต่ทำตัวเป็นผู้ร้ายของประเทศ เอามาบิดเบือนเป็นเรื่องการเมือง แต่เรื่องนี้มันก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศต้องออกมาชี้แจงให้ชัด หรือกลับไปถามนายทักษิณ หรือคุณสุรเกียรติก็ได้ว่าเรื่องเป็นยังไง แล้วตอนนั้นเซ็นไปทำไม

[ข้อความของกษิต ภิรมย์ มีผู้ปรารถนาดีจัดส่งมาให้]

ชัดเจนอย่างยิ่งในข้อมูลจาก ท่านกษิต ภิรมย์ ขอขอบพระคุณอย่างสูง

ความเคลื่อนไหวในการชี้แจงต่อประชาชนเรื่องเกาะกูด และ “เอ็มโอยู 44” ของกระทรวงการต่างประเทศ ต้องยกย่องอย่างยิ่งว่ามีประสิทธิภาพ ดังนี้

1.เข้าใจง่าย
2.ลดความตึงเครียด จากการปลุกกระแส “คลั่งชาติ”
3.กระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยล่าอาณานิคม

รัฐบาลต้องกำชับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้ทำความเข้าใจวิธีทำงานองอาจแบบสากลที่สื่อสารทันสมัย และเข้าใจง่าย ไม่เต็มไปด้วย “คำหลวง” รุ่มร่าม

กรณีเกาะกูดถ้าจะให้ดีรัฐบาลควรทำต่อไป ดังนี้

(1.) กระตุ้นการท่องเที่ยวเกาะกูดและชายฝั่งทะเลตะวันออกเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

(2.) ผลักดันกระทรวงวัฒนธรรมให้ทำงานแนว “สังคมกึ่งเศรษฐกิจ” ด้วยการแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้เรื่องชายฝั่งทะเลตะวันออกซึ่งมีมากมายมหาศาล

แล้วบอก วธ. ด้วยว่าถ้าไม่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุจิตต์ วงษ์เทศ : เกาะกูด จ.ตราด (ประเทศไทย) แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...