สึนามิ-แผนดินไหวขนาดใหญ่มีแนวโน้มเกิดขึ้นอีก
สึนามิ-แผนดินไหวขนาดใหญ่มีแนวโน้มเกิดขึ้นอีก นักวิชาการเตือนไทยเตรียมพร้อมรับมือ มุ่งสร้างความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง ลดผลกระทบจากการสูญเสีย
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2567 ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ จับมือสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานรำลึก 20 ปี ภัยพิบัติสึนามิ และการประชุมสัมมนางานวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย ครั้งที่ 2 ที่จ.พังงา ในรูปแบบเวิร์กช็อปเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และเยี่ยมชมภาคสนามในหลายจุดที่เกี่ยวข้องกับสึนามิ พร้อมนำคณะวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่ร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติผ่านการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติแก่นักเรียน ที่เน้นใช้เครื่องมือจริงและการเล่นเกมเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยจากภัยพิบัติ ตลอดจนสำรวจสถานที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ปี 2547 รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับความพยายามส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวและสึนามิที่ครอบคลุมการวิจัยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พร้อมถอดบทเรียน หาแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต และสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาความปลอดภัยจากสึนามิ
โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ระดับนโยบายของไทยยังมุ่งเน้นเยียวยาเป็นหลัก แต่ขาดการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประสบภัยให้น้อยที่สุด ประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดีของการเตรียมพร้อมรับมือ ไทยต้องสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสึนามิ ทั้งตระหนักรู้ ป้องกัน เตือนภัย และซักซ้อมจริง โดยการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินควรจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนภัยพิบัติต่าง ๆ ให้นักเรียน เพื่อไม่ให้เกิดความตระหนกตกใจจนสูญเสียการควบคุม "อยากให้รัฐสภาเน้นย้ำระดับนโยบายให้เห็นผลจริงในการปฏิบัติ รวมถึงสนับสนุนการศึกษาพื้นที่เสี่ยงภัยและออกแบบก่อสร้างเมืองให้พร้อมรับมือโดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยป้องกันและจำลองการเกิดภัยพิบัติ จะช่วยลดงบประมาณของประเทศได้อย่างมหาศาลและทำงานอย่างมีทิศทาง ที่สำคัญคือบูรณาการจัดการภัยพิบัติ การทำผังเมืองจำเป็นต้องออกแบบให้พร้อมรับมือภัยพิบัติ อีกทั้งต้องพัฒนาบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ และหาทางให้นักวิจัยมาช่วยกันทำงาน"
ด้าน ศ. ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ กล่าวว่า ภัยสึนามิที่เกิดขึ้นทำให้ได้เรียนรู้หลายสิ่ง ที่ผ่านมาได้ศึกษาวิจัยและปรับปรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์วัดระดับน้ำทะเลและคลื่นสึนามิ การจำลองการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ รวมถึงนำมาตรการที่ได้ผลของต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของไทย
“มีแนวโน้มว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และสึนามิขึ้นอีกในช่วงชีวิตของเรา โดยรอยต่อแผ่นดินไหวอาระกันที่ยังไม่คลายพลังงาน อาจเกิดเหตุรุนแรงในหมู่เกาะอันดามันอีกครั้ง จึงไม่ควรประมาทและต้องเตรียมพร้อมรับมือ ด้วยการปรับปรุงระบบเตือนภัยให้เร็วขึ้น สามารถรับรู้ได้ภายใน 20-30 นาที และอพยพผู้คนได้ภายในระยะเวลาอันสั้น”
ศ.ดร.เป็นหนึ่งกล่าวอีกว่า มีหลายสิ่งที่เรายังไม่พร้อม เช่น ระบบเตือนภัย หลายพื้นที่อยู่ห่างไกลจากหอเตือนภัยจึงไม่ได้ยินสัญญาณ ควรเปลี่ยนระบบการส่งข้อความจากวิทยุโทรทัศน์มาเป็นการส่งเข้ามือถือ เพื่อให้เข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้อย่างทั่วถึงเช่นเดียวกับในต่างประเทศ รวมทั้งต้องซักซ้อมอพยพเสมือนจริง มีศูนย์พักพิงที่เหมาะสม บางแห่งที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ เช่น เขาหลัก เกาะพีพี จึงจำเป็นต้องมีที่หลบภัยแนวดิ่งเป็นอาคารสูงที่แข็งแรง ที่จะต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชน เช่น โรงแรม เพื่อขอความร่วมมือในการใช้พื้นที่ และจัดทำป้ายนำทางแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เพียงพอ.