โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Blake Lively ยื่นฟ้อง Justin Baldoni ที่คุกคามทางเพศเธอ และใช้อำนาจเติม ‘ฉากเซ็กซ์’ ที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้

Mirror Thailand

อัพเดต 23 ธ.ค. 2567 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2567 เวลา 11.43 น.
ภาพไฮไลต์

กลายเป็นประเด็นใหญ่ในฮอลลีวูด จากกรณีที่นักแสดงสาว Blake Lively ยื่นฟ้อง Juston Baldoni ที่เป็นทั้งผู้กำกับและแสดงนำคู่กับเธอในภาพยนตร์เรื่อง It Ends with Us (ที่ว่าด้วยตัวละครหญิงที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูกชายคนรักทำร้าย และถูกวิจารณ์อย่างหนักว่ากำลังโรแมนติไซส์ความรุนแรงในความสัมพันธ์) โดยตัวแทนของ Blake ระบุว่านอกจาก ‘การคุกคามทางเพศ’ ระหว่างการถ่ายทำ ทางฝ่าย Justin ยังพยายามสร้างข่าวแย่ๆ เกี่ยวกับตัว Blake เพื่อทำลายชื่อเสียงเธออีกด้วย

ย้อนไปเมื่อ 4 มกราคม 2024 ฝั่งของ Blake และ Ryan Reynold ผู้เป็นสามีเคยขอนัดประชุมกับ Justin และ Wayfarer Studios ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ เพื่อแจ้งทราบและทำข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ “การคุกคามทางเพศหลายต่อหลายครั้ง และพฤติกรรมที่รบกวนจิตใจคนทำงาน” รวมถึง “พฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรและไม่เหมาะสมต่อ Blake และคนอื่นๆ ในกองถ่าย” ซึ่งมาจากตัวของ Justin รวมถึง Jamey Heath ผู้บริหารของ Wayfarer Studios

โดย Blake เคยขอให้ Justin และ Jamey เลิกพูดถึงการเสพติดหนังโป๊ของพวกเขากับเธอและทีมงานคนอื่นๆ ขอให้เลิกบรรยายถึงอวัยวะเพศของพวกเขาให้เธอฟัง ขอให้เลิกเปิดภาพเปลือยของผู้หญิงคนอื่นๆ ให้เธอดู รวมถึงขอให้เลิกเติมฉากเซ็กซ์ ฉากออรัลเซ็กซ์ หรือฉากถึงจุดสุดยอด ที่นอกเหนือไปจากสคริปต์ที่เคยตกลงร่วมกับ Blake เอาไว้ในตอนเซ็นสัญญาร่วมโปรเจกต์ ไม่เพียงเท่านั้น Blake ยังเคยขอให้ Justin เลิกอ้างว่าตัวเขาสามารถสื่อสารกับพ่อของ Blake ที่เสียชีวิตไปแล้ว

แต่แม้จะมีการประชุมและทำข้อตกลงร่วมกันแล้วในเดือนมกราคม แต่ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำที่เหลือ สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงเกิดขึ้น จึงนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายในที่สุด และในคำร้องของ Blake ยังระบุอีกว่า ฝั่ง Justin และทีมงาน พยายามโจมตี Blake ด้วยข่าวลือแย่ๆ ตั้งแต่ที่เธอขอนัดประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกันครั้งนั้น โดยหลังการประชุมครั้งนั้นและสิ่งที่เคยขอไว้ยังเกิดขึ้น Ryan Reynold ก็ได้บล็อก Justin Baldoni ทางอินสตาแกรม จนทำให้ฝั่ง Justin เริ่มกังวลว่าถ้า Blake บล็อกเขาอีกคน จะส่งผลร้ายแรงต่อการโปรโมทหนัง ทีมงานจึงต้องเตรียมแผนสำรองเอาไว้ และสำหรับ Blake แผนสำรองที่ว่านี้ก็คือการพยายามทำลายภาพลักษณ์ของเธอนั่นเอง

ย้อนไปในช่วงโปรโมทหนังหรือก็คือเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Blake Lively ถูกโจมตีอย่างหนักหลังจากที่เธอโพสต์โปรโมทด้วยข้อความที่ว่า “ชวนเพื่อนสาว สวมชุดลายดอกไม้ แล้วไปดูหนังด้วยกัน” ซึ่งมาในโทนอบอุ่นสดใส ทั้งที่ตัวหนังกำลังโรแมนติไซส์ความรุนแรงในความสัมพันธ์ (ซึ่ง ใช่หรือไม่ว่าเป็นข้อความที่ทีมงานเตรียมให้) และขณะที่ Blake ถูกทัวร์ลงอยู่นั้น ทางฝั่ง Justin กลับได้รับคำชื่นชมเพราะเขาเขียนโปรโมทในทำนองว่า “ทุกคนสามารถเลือกจบความสัมพันธ์ที่รุนแรงได้ และมันจบได้ที่พวกเราเอง (It Ends with Us)” ณ ตอนนั้น เรียกได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ชื่นชมฝั่งนักแสดงชายอย่างล้นหลาม ขณะที่ Blake กลับกลายเป็นนักแสดงสาวที่ไม่สนใจโลกและไม่ใส่ใจประเด็นสังคมเอาเสียเลย ไม่เพียงเท่านั้นในช่วงเวลาเดียวกันก็มีข่าวเกี่ยวกับ “ความเยอะ” ของเธอ จนทำให้หลายคนเริ่มไม่ชื่นชอบเธออีกต่อไป

และล่าสุดนี้หลังจากที่ฝั่ง Blake ยื่นคำร้องต่อ California Civil Rights Department ทางฝั่งทีมกฎหมายของ Justin บอกกับทาง BBC ว่า คำร้องของ Blake นั้น “เป็นเท็จด้วยประการทั้งปวง” ทั้งยังบอกอีกว่าพวกเขาถึงกับต้องจ้าง Crisis Manager หรือผู้จัดการภาวะวิกฤติ หลังจากที่ Blake ขู่ว่าจะทำลายหนังเรื่องนี้ถ้าทีมงานไม่ยอมทำตามที่เธอต้องการ แต่จากคำร้องที่เปิดเผยเป็นสาธารณะเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2024 ก็ทำให้ล่าสุดนี้ Justin ถูกปลดออกจากเอเจนซี่ของเขาเป็นที่เรียบร้อย

อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/articles/ckgz1pp1ne8o

https://www.npr.org/2024/12/22/nx-s1-5236870/blake-lively-justin-baldoni-it-ends-with-us#:~:text=Movies-,Blake%20Lively%20alleges%20sexual%20harassment%2C%20retaliation%20by%20Justin%20Baldoni%20and,producer's%20alleged%20repeated%20sexual%20harassment.

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...