อินเดีย ขาดดุลหนัก นักลงทุนเทขายหุ้น ฉุดรูปีร่วงดิ่งเหว คาดแตะต่ำสุดใหม่วันนี้
อินเดีย เผชิญวิกฤตค่าเงิน รูปีอ่อนค่าหนัก คาดร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์วันนี้ หลังขาดดุลการค้าอย่างหนัก ซ้ำนักลงทุนเทขายหุ้น ชี้ค่าเงินอาจร่วงอีก จากแผนการค้าทรัมป์
วันที่ 17 ธันวาคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินรูปีว่าจะอ่อนค่าลงและแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในวันนี้ โดยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ฉุดให้สกุลเงินตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอยู่แล้วเป็นทุนเดิม บวกกับกระแสเงินทุนที่ผันผวน และการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ
สัญญาล่วงหน้า 1 เดือนที่ไม่สามารถส่งมอบได้ บ่งชี้ว่าเงินรูปีจะเปิดที่ประมาณ 84.88 ถึ 84.90 รูปีต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากราคาปิดเมื่อวันจันทร์ (16 ธ.ค.) ที่ระดับ 84.8625 รูปี และเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (12 ธ.ค.) รูปีร่วงลงระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ที่ 84.88 รูปีต่อดอลลาร์สหรัฐ
การขาดดุลการค้าสินค้าของอินเดียพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย. เนื่องมาจากการนำเข้าทองคำที่เพิ่มขึ้น และการส่งออกที่อ่อนแอ โดยข้อมูลการขาดดุลการค้าถูกเผยแพร่เมื่อช่วงดึกของวันจันทร์ (16 ธ.ค.) ก่อนที่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะปิดทำการ
ผู้ค้าสกุลเงินของธนาคารแห่งหนึ่งระบุว่า ข้อมูลการขาดดุลการค้าสนับสนุนการคาดการณ์ว่ารูปีจะอ่อนค่าลงในระดับปานกลาง โดยระดับสำคัญที่ต้องจับตามองคือ 85 รูปีต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการทะลุระดับดังกล่าวอาจกระตุ้นให้มีการดำเนินการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
การขาดดุลการค้าสินค้าของอินเดียขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 3.784 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.714 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนต.ค. และสูงที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
Nomura ระบุว่า แม้การนำเข้าทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจดำเนินไปได้ไม่นาน แต่การส่งออกที่อ่อนแอน่าจะยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางจากความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยความกังวลเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับนโยบายการค้าและนโยบายภาษีศุลกากรของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีาสหรัฐเป็นสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ ในเดือนม.ค. 2568
ความคาดหวังต่อนโยบายดังกล่าวได้ผลักดันให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และส่งผลให้ค่าเงินรูปีและสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชียได้รับแรงกดดันอย่างหนัก
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของอินเดียยังส่งผลให้ค่าเงินรูปีอ่อนค่าลง ซึ่งอาจทำให้เงินทุนไหลเข้าน้อยลง และคาดว่านักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มจะเทขายหุ้นอินเดียในไตรมาสนี้
ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มการประชุมนโยบาย 2 วันในวันนี้ โดยตลาดให้น้ำหนักการคาดการณ์อย่างมั่นใจว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
อ้างอิง : reuters.com