โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โอสถสภา ปักธงขยายเพอร์ซันนัลแคร์ 4 ปี 4 พันล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 เม.ย. 2567 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2567 เวลา 04.13 น.

โอสถสภา รุกชิงส่วนแบ่งตลาดเพอร์ซันนัลแคร์ทุกเซกเมนท์ ตั้งเป้าเติบโต 4 พันล้าน ใน 4 ปี เร่งเครื่อ ขยายพอร์ตโฟลิโอ แฟลกชิปแบรนด์ เข้มการตลาด-ช่องทางการจัดจำหน่าย ครอบคลุมผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ

นางสาวสุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ Chief Home & Personal Care and Health Care Officer เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เพอร์ซันนัลแคร์และโฮมแคร์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกันกับตลาดผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ที่พร้อมขยายตัวตอบรับการใช้ชีวิตนอกบ้าน เทรนด์ความงาม และการดูแลตัวเองที่เริ่มกลับมาอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

ทั้งนี้โอสถสภาได้มีการศึกษาเทรนด์และไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอยู่เสมอ พร้อมมองหาโอกาสและวางกลยุทธ์ขยายการเติบโตทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม เพื่อครองใจกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเหนียวแน่นและพร้อมขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่

โดยผลิตภัณฑ์กลุ่ม House of Mildness ที่มี ‘เบบี้ มายด์’ เป็นแบรนด์ชูธงที่อยู่คู่ครอบครัวคนไทยมาตลอดกว่า 30 ปี ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สบู่เหลวอาบน้ำเด็กอย่างแข็งแกร่งด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 38.3%

ในปีที่ผ่านมาโอสถสภาปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะอินไซต์คุณแม่และปรับ Brand proposition ใหม่ “The Power of Gentle Touch พลังสัมผัสอันอ่อนโยน สานสัมพันธ์ให้แข็งแรง” ด้วยสูตรใหม่“เอสเซ้นส์ออร์แกนิก 100%”

และในไตรมาส 2 ของปีนี้ เบบี้ มายด์ เตรียมปล่อยแคมเปญ “Momchestra” เปิดออดิชั่น ชวนคุณแม่ร่วมส่งคลิปร้องเพลงกล่อมลูกเข้านอน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในหนังโฆษณาเบบี้มายด์ ตอกย้ำแนวคิดไม่มีใครที่จะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและหลับได้ที่สุดเท่ากับแม่

นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาได้ออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแบรนด์ อัลตร้ามายด์ บาย เบบี้มายด์ ครอบคลุมตั้งแต่ ครีมอาบน้ำสำหรับผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ผลิตภัณฑ์ล้างจาน และล่าสุด ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ซึ่งเป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านวัตสันและได้ผลตอบรับที่ดีมาก

นอกจากนี้ยังได้ขยายกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้ศักยภาพด้านการกระจายสินค้าของโอสถสภาผ่านกว่า 400,000 ร้านค้าทั่วประเทศ และขยายสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลา

โดย เบบี้ มายด์ สามารถครองตำแหน่งสินค้าผลิตภัณฑ์อาบน้ำและดูแลผิวเด็กยอดขายอันดับ 1 (วัดจากยอดขายร้าน official store) บนแพลตฟอร์ม Lazada และ Shopee โดยปัจจุบัน เบบี้ มายด์ มียอดขายจากช่องทางดังกล่าวเติบโตขึ้นถึง 7 เท่า (693%) นับจากปีแรกที่เริ่มขายบนช่องทางอีคอมเมิร์ซ

ด้านผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม House of Beauty แบรนด์‘ทเวลฟ์พลัส’ และ‘เอ็กซิท’ มีการเติบโตต่อเนื่อง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตนอกบ้านที่กำลังเติบโต โดยแบรนด์‘ทเวลฟ์พลัส’ เป็นผู้นำอันดับ 2 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกกลิ้งระงับกลิ่นกายสำหรับผู้หญิง ด้วยส่วนแบ่งตลาด 10.7% ด้าน‘เอ็กซิท’ ตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำตลาดอันดับ 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์โรลออนสำหรับผู้ชาย

ล่าสุด ทเวลฟ์พลัสได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “ทเวลฟ์พลัส โรลออน สมูท เรเดียนซ์ ไฮยา” นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับช่องทางการขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟอื่นๆ เช่น Twelve Plus Brightening Perfume Lotion โลชั่นน้ำหอมกลิ่นเคาน์เตอร์แบรนด์ในราคาที่เข้าถึงได้ มีวางจำหน่ายในร้านวัตสันเท่านั้น

รวมถึงการ collab ข้ามแบรนด์ของ ทเวลฟ์พลัส กับ เบบี้มายด์ เป็นผลิตภัณฑ์โคโลญกลิ่นแป้งเด็ก วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

“โอสสถสภา ก้าวสู่ความเป็นผู้นำของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในบ้าน และพร้อมรุกตลาดอย่างเต็มที่ โดยสร้างความแข็งแกร่งของตราสินค้าหลักและขยายไปยังกลุ่มสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดที่มีศักยภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนสำหรับผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ

เตรียมแตกไลน์สินค้าและออกผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับทุกคนในครอบครัวที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน รองรับโอกาสทางการตลาดที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง พร้อมแผนกลยุทธ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง ครองใจกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเหนียวแน่น และขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในเซ็กเมนต์อื่นๆ ตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวของโอสถสภา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...