โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก The Beauty Bias เมื่อผลสัมภาษณ์ชี้ คนหน้าตาดีมักได้เปรียบเรื่องงาน

Mission To The Moon

เผยแพร่ 04 เม.ย. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

เคยสงสัยหรือไม่ว่า หน้าตาส่งผลกับการสัมภาษณ์และการทำงานจริงๆ หรือไม่? การที่เรารู้สึกไม่ดีเมื่อถูกมองข้ามความสามารถและเห็นคนที่มีหน้าตาที่ตรงกับ Beauty Standard ได้รับความชื่นชอบในที่ทำงานมากกว่านั้น เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ หรือเรากำลังแค่รู้สึกอิจฉาไปเอง?
.
.
เรื่องของความนิยมชมชอบในตัวของคนทำงานที่มีหน้าตาดีหรือ The Beauty Bias นั้น เป็น 1 ในปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน แม้จะไม่มีผลการสำรวจใดๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่คนทำงานมักจะรู้กันอยู่ดี แต่ถ้าหากจะหาสิ่งที่สามารถยืนยันปรากฏการณ์นี้ได้จริงๆ นั้น ก็คงต้องหยิบยกเอาผลการวิจัย Physical Attractiveness Biases in Ratings of Employment Suitability: Tracking Down the “Beauty is Beastly” Effect ที่ทำการทดลองคัดเลือกผู้สมัครกับเจ้าหน้าที่สรรหาบุคลากรทั้งหมด 180 คน พบว่าผู้สมัครที่แนบรูปและมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีนั้น มักจะได้รับการคัดเลือกสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์มากกว่าผู้สมัครที่ไม่แนบรูปภาพ ทั้งนี้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดีมักจะส่งผลต่อเงินเดือนที่เจ้าหน้าที่สรรหาเสนอให้กับผู้สมัครคนนั้นๆ ด้วย
.
นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบว่า รูปลักษณ์ภายนอกจะมีอิทธิพลต่อการสรรหาบุคลากรในระดับเริ่มต้นไปจนถึงปานกลางเท่านั้น เพราะเรื่องของ Beauty Standard ไม่ได้ส่งผลต่อการสรรหาบุคลากรในตำแหน่งบริหารมากนัก
.
แต่ในทางกลับกัน การศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกลับยืนยันว่า Beauty Standard ส่งผลกับการทำงานในทุกระดับขอพนักงานเพราะ “คนทำงานที่มีค่าความงามดีกว่าค่าเฉลี่ย มักจะมีรายได้มากกว่าคนทำงานที่มีค่าความงามต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 10 ถึง 15%” ซึ่งมาตรฐานของความงามกับการทำงาน เป็นปัญหาที่ถูก Normalize หรือทำจนกลายเป็นเรื่องปกติ และแพร่หลายเทียบเท่ากับการกีดกันทางเชื้อชาติและเพศในตลาดแรงงานสหรัฐ” ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงมักจะเห็นผู้ชาย รูปร่างสูง อยู่ในวัย 30 ปลายๆ จนถึง 40 ต้นๆ ใส่สูทผูกไทด์ ขับรถหรู เป็นซีอีโอของบริษัทใหญ่ๆ และชนะใจของลูกน้องได้ไม่ยาก
.
.
เพราะอะไร คนหน้าตาดีจึงมักจะได้เปรียบเรื่องงาน
.
คำตอบของเรื่องนี้ก็คือ “ผู้คนชอบคนที่สวยหรือหล่อ และเมื่อการเป็นคนที่สวยหรือหล่อสามารถเปิดโอกาสในหน้าที่การงานได้มากขึ้น ทำให้คนเหล่านี้มีทรัพยากรมากขึ้น และจึงเป็นที่มาที่ทำให้คนสวยหรือหล่อมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนทั่วไป” คนที่มีลักษณะภายนอกที่น่าดึงดูดใจ จะทำให้ผู้คนคิดว่าบุคคลนั้นมีความฉลาด น่าเชื่อถือ มีคุณธรรม และน่าเข้าหามากกว่า
.
แต่ปัญหาก็คือเมื่อสถานที่ทำงานปล่อยให้ Beauty Bias เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจมากจนเกินไป ก็สามารถส่งผลให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและไม่เท่าเทียมกันระหว่างคนทำงานได้เช่นกัน และที่สำคัญคือเมื่อเจ้าหน้าที่สรรหาใช้อคติด้านความงามในการตัดสินผู้สมัครมากจนเกินไป ก็ทำให้บริษัทพลาดผู้สมัครที่มีความสามารถไปอย่างน่าเสียดาย
.
.
ปัจจุบันนี้ กระแสการต่อต้าน Beauty Bias ก็เพิ่มมากขึ้น แต่ก็คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า Beauty Bias ก็ยังคงมีอยู่อย่างเข้มข้นในโลกของการทำงานทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยเองก็มีรูปลักษณ์ภายนอกของคนทำงานในอุดมคติเช่นเดียวกัน หรืออาจจะมากกว่าประเทศที่มีผลสำรวจเกี่ยวกับ Beauty Bias ออกมามากมายอย่างสหรัฐอเมริกาเสียด้วย
.
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะช่วยให้ Beauty Bias ค่อยๆ ลดบทบาทความสำคัญได้ก็คือกระบวนการการคัดกรองผู้สมัคร ที่ควรจะนำเอาเรื่อง Beauty Bias ออกไปจากการพิจารณา และควรพิจารณาในเรื่องของความสามารถมากขึ้น อีกทั้งเรื่องของ Beauty Bias ก็เป็นเรื่องที่ควรตระหนักรู้ และควรปลูกฝังว่าทุกคนมีความหลากหลายเพื่อให้คนทำงานรู้ว่า มนุษย์ไม่ได้มีความสวยงามเพียงแค่แบบเดียวเท่านั้น เราทุกคนมีความแตกต่างและรูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่เรื่องที่สำคัญกับการทำงานมากไปกว่าความสามารถ
.
.
อ้างอิง
- Physical Attractiveness Biases in Ratings of Employment Suitability: Tracking Down the “Beauty is Beastly” Effect : Stefanie K Johnson, Kenneth E Podratz, Robert L Dipboye and Ellie Gibbons, ResearchGate - https://bit.ly/3xhJyEO
- Physical Attractiveness Bias in Hiring : Jonathan Porter-Whistman, PerceptionPredict - https://bit.ly/4cE3FNw
- Attractive People Have A Big Advantage In The Job Interview : Jack Kelly, Forbes - https://bit.ly/43HM6Ig
- The Beauty Bias: How Does Appearance Affect the Hiring Process? : traicie, LinkedIn - https://bit.ly/4cD63UL
.
.
#trend
#beautybias
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...