โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดเหตุผล ทำไมแบงก์จ่ายปันผลพุ่ง "SCB-BBL" ทำสถิติใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. 2567 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2567 เวลา 03.00 น.

เปิดเหตุผล ทำไมแบงก์จ่ายปันผลพุ่ง “SCB-BBL” ทำสถิติใหม่

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 หลังจากหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) รายงานผลประกอบการปี 2566 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ไปกันแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีกำไรสุทธิรวมสูงถึง 231,613 ล้านบาท ปัจจุบันมีด้วยกัน 3 แบงก์ที่ประกาศจ่ายเงินปันผลกันไปแล้วคือ SCB, BBL, TTB (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.พ. 2567)

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมการจ่ายปันผลของแต่ละธนาคาร และเทียบเคียงช่วงที่ผ่านมาว่า จ่ายเพิ่มขึ้นกันมากน้อยแค่ไหนหลังจากโกยกำไรทะลัก ในจังหวะส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิพุ่งตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น

ผู้ถือหุ้น SCB เฮ! ได้ปันผลเพิ่ม 3.65 บาท

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2567 บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เห็นควรให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 5 เม.ย. 2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2566 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 10.34 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 34,816 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2566 ตามงบการเงินรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

โดย SCB ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 ในอัตราหุ้นละ 2.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,418 ล้านบาท ดังนั้นจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในครั้งนี้อีกหุ้นละ 7.84 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 26,398 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิปี 2566 โดยวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 18 เม.ย. 2567 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 พ.ค. 2567

หากย้อนกลับไปดูเงินปันผลในปี 2565 ที่จ่ายไปทั้งหมด 6.69 บาท/หุ้น จะสะท้อนให้เห็นถึงว่าปี 2566 ทาง SCB มีการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นกว่า 3.65 บาท/หุ้น

BBL ปันผลสูงกว่าปีก่อน 2.50 บาท

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2567 บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เห็นควรให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 11 เม.ย. 2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2566 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 7 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 13,361 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.60 โดยเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสะสม

โดย BBL ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2566 ในอัตราหุ้นละ 2 บาท ดังนั้นจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในครั้งนี้อีกหุ้นละ 5 บาท โดยวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 24 เม.ย. 2567 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 พ.ค. 2567

หากย้อนกลับไปดูเงินปันผลในปี 2565 ที่จ่ายไปทั้งหมด 4.50 บาท/หุ้น จะสะท้อนให้เห็นถึงว่าปี 2566 ทาง BBL มีการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นกว่า 2.50 บาท/หุ้น

TTB ปันผลเพิ่มขึ้น 0.032 บาท

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2567 บมจ.ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เห็นควรให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 เม.ย. 2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2566 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.105 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 10,196 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55% ของกำไรสุทธิปี 2566

โดย TTB ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,855 ล้านบาท ดังนั้นจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในครั้งนี้อีกหุ้นละ 0.055 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,341 ล้านบาท โดยวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 18 เม.ย. 2567 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พ.ค. 2567

หากย้อนกลับไปดูเงินปันผลในปี 2565 ที่จ่ายไปทั้งหมด 0.073 บาท/หุ้น จะสะท้อนให้เห็นถึงว่าปี 2566 ทาง TTB มีการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นกว่า 0.032 บาท/หุ้น

BBL กลับมาจ่ายปันผลเท่าพรีโควิด

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นโยบายการจ่ายเงินปันผลของ SCB ในปี 2566 ถือว่าปรับเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ SCB มีความเพียงพอของอัตราส่วนเงินกองทุนที่ระดับสูง และมีนโยบายในการบริหารผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) จึงมีการยกระดับการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น ส่วนในระยะข้างหน้าประเมินว่าจะมีอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ในระดับ 60-80% ของกำไรสุทธิ

สำหรับการจ่ายปันผลของ BBL ถือว่ากลับไปจ่ายปันผลเท่ากับเมื่อช่วงพรีโควิด (ปี 2562) สะท้อนการจ่ายปันผลกลับสู่ระดับปกติแล้ว ส่วน TTB ถือว่ายังจ่ายปันผลใกล้เคียงเดิม ไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นมาก

ข้อดี-ข้อเสีย SCB จ่ายปันผลสูง

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า SCB มีความพิเศษคือปี 2566 มีกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น และยังเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) สูงขึ้นด้วย จากปี 2565 จ่ายระดับ 60% ในปี 2566 จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 80% ขณะที่ BBL จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิที่เติบโต 40% แต่ Dividend Payout Ratio ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

“อย่านำเงินปันผล SCB มาเป็นเกณฑ์ เพราะจ่ายสูงเกินไปเมื่อเทียบปีก่อนหน้า ซึ่งอาจจะดูเว่อร์ไปหน่อย” นายธนเดชกล่าว

ทั้งนี้ในปี 2567 หาก SCB มีผลประกอบการเติบโตมาก มองว่าก็อาจจะไม่ได้จ่ายปันผลสูงเท่าระดับนี้ ซึ่งคงขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเติบโต โดย Dividend Payout Ratio ที่จ่ายระดับ 80% ของกำไรสุทธิ มีข้อดีคือ ผู้ถือหุ้นได้เงินมาก และช่วยบริหารเงินทุนให้ดีขึ้นคือ ทำให้ ROE มีโอกาสไปถึงระดับสองหลักที่เร็วขึ้น

แต่มีข้อเสียคือ บริษัทที่มีแนวโน้มจะเติบโตสูง โดยธรรมชาติไม่ควรจ่ายปันผลสูง ซึ่งทาง SCB ประกาศจะเป็น Tech Company และตั้งเป้าการเติบโต จึงมองว่าควรจะต้องกันเงินบางส่วนเอาไว้เผื่อเป็นสภาพคล่องเพื่อการลงทุน และรองรับการเติบโต โดยควรจะเอาเงินไปลงทุนหรือปล่อยกู้ เพราะมีบริษัทลูกหลายแห่ง เช่น บัตรเครดิต, สินเชื่อดิจิทัล ซึ่งยังต้องใช้เงินอีกจำนวนหนึ่ง ประกอบกับการลงทุนในระบบดิจิทัลแอสเสตยังต้องใช้เงินพอสมควร

แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินใจจ่ายปันผลของ SCB อาจจะอ่านเกมได้ว่าปี 2567 จะไม่เร่งการเติบโตมากนัก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผล ทำไมแบงก์จ่ายปันผลพุ่ง “SCB-BBL” ทำสถิติใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...