คนซุกซนเช่นเจ้า ต้องมาเป็นชายาข้า
ข้อมูลเบื้องต้น
ณ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสภาพอากาศที่ร้อนระอุ
เฮ้อออ พวกที่มีพลังในอนิเมะเนี่ยรู้สึกเท่ดีจังอยากทำแบบนั้นได้บ้างจังเลยชีวิตคงจะไม่น่าเบื่อแบบนี้
เสียงของผม อี้เฉิน เด็กหนุ่มยุคไอทีลูกครึ่งไทย - จีนที่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่กำลังนอนดูอนิเมะแฟนตาซีอยู่แก้เบื่อไปวันๆ พูดขึ้นมา ซึ่งชีวิตในขณะนี้ของผมนั้นก็กำลังดำรงตำแหน่งเดียวกันกับเด็กจบใหม่หลายต่อหลายคนที่เขากำลังฮิตกันอยู่หลังเรียนจบ
นั่นก็คือตำแหน่งเคว้งคว้างว่างเปล่าเพราะยังหางานไม่ได้ในแต่ละที่นั้นล้วนแต่ชอบที่จะรับเฉพาะคนที่มีประสบการณ์เด็กจบใหม่อย่างเขาจึงไม่เป็นผู้ถูกเลือกจนได้มานอนดูอนิเมะไปวันๆผลานตังค์แม่เล่นเหมือนกับตอนนี้
แต่ทันทีที่ผมพูดจบก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาในหูว่า
ตี้ดดด ระบบกำลังตอบรับ
เฮ้ยนั้นเสียงอะไรน่ะ
ผมที่ได้ยินเสียงนั้นร้องถามขึ้นด้วยความตกใจ
ระบบกำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่……
ทะลุมิติ
ณ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสภาพอากาศที่ร้อนระอุ
“เฮ้อออ พวกที่มีพลังในอนิเมะเนี่ยรู้สึกเท่ดีจังอยากทำแบบนั้นได้บ้างจังเลยชีวิตคงจะไม่น่าเบื่อแบบนี้”
นี้คือเสียงของผม อี้เฉิน เด็กหนุ่มยุคไอทีลูกครึ่งไทย - จีนที่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่กำลังนอนดูอนิเมะแฟนตาซีอยู่แก้เบื่อไปวันๆ พูดขึ้นมา ซึ่งชีวิตในขณะนี้ของผมนั้นก็กำลังดำรงตำแหน่งเดียวกันกับเด็กจบใหม่หลายต่อหลายคนที่เขากำลังฮิตกันอยู่หลังเรียนจบ
นั่นก็คือตำแหน่งเคว้งคว้างว่างเปล่าเพราะยังหางานไม่ได้ในแต่ละที่นั้นล้วนแต่ชอบที่จะรับเฉพาะคนที่มีประสบการณ์เด็กจบใหม่อย่างเขาจึงไม่เป็นผู้ถูกเลือกจนได้มานอนดูอนิเมะไปวันๆผลานตังค์แม่เล่นเหมือนกับตอนนี้
แต่ทันทีที่ผมพูดจบก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาในหูว่า
ตี้ดดด ระบบกำลังตอบรับ
“เฮ้ยนั้นเสียงอะไรน่ะ”
ผมที่ได้ยินเสียงนั้นร้องถามขึ้นด้วยความตกใจ
ระบบกำลังดำเนินการ กรุณารอสักครู่
ดำเนินการเสร็จสิ้นเตรียมตัวออกเดินทาง
“เฮ้ยๆ ดำเนินการอะไรวะแล้วเดินทางอะไร”
ผมร้องโวยวายขึ้นมาอย่างตกใจและในขณะที่กำลังตกใจอยู่นั้นเองจู่ๆทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวก็ได้เปลี่ยนไปกลายเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยที่มีแต่ป่าเต็มไปหมด
“อะไรกันที่นี่ที่ไหน แล้วอะไรพาเรามาอยู่ที่นี่วะเนี่ย”
ผมพูดออกมาด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับหันซ้ายหันขวาด้วยความกระวนกระวายแต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงที่เป็นเหมือนเสียงหุ่นยนต์พูดขึ้นมาว่า
ที่นี่คือที่ที่ผู้ใช้ต้องการ
“ห้ะ ที่นี่ที่ไหนแล้วแกเป็นใครทำไมถึงมาดังอยู่ในหูฉัน แล้วก็เป็นแกใช่ไหมที่พาฉันมาที่นี่ แกพาฉันมาที่นี่ทำไมแล้วที่บอกว่าที่ที่ฉันต้องการมันคืออะไร”
ผมถามออกมารัวๆอย่างร้อนรนและตื่นตระหนกแล้วก็มีเสียงตอบกลับมาว่า
ผมคือระบบที่ทำตามความปรารถนาของผู้ใช้มีหน้าที่ทำความปรารถนาของผู้ใช้ให้เป็นจริงและตัวผู้ใช้ก็ได้พูดความปรารถนาออกมาแล้ว
“ห้ะ อะไรนะทำตามความปรารถนาของฉันงั้นหรอหรือจะเป็นที่ฉันพูดตอนนั้นงั้นหรอ”
ผมที่ได้ยินเช่นนั้นพูดพึมพำขึ้นมา
ใช่แล้วครับระบบมาที่นี่เพื่อทำความปรารถนาของผู้ใช้ให้เป็นจริง
เสียงตัวตนที่อ้างว่าเป็นระบบพูดตอบขึ้นมา
“แล้วที่นี่ที่ไหนแกพาฉันมาที่นี่ทำไมแล้วที่บอกจะทำความปรารถนาให้เป็นจริงนั้นคือยังไง”
ผมถามออกไปด้วยความสงสัย
ระบบไม่สามารถตอบได้ว่าที่นี่ที่ไหนเนื่องด้วยระบบเป็นเพียงผู้นำส่งและทำความปรารถนาของผู้ใช้ให้เป็นจริงเท่านั้น
หลังจากนี้ผู้ใช้ต้องเป็นคนหาข้อมูลเอาเองระบบตอบได้เพียงว่าที่นี่คือโลกแห่งการฝึกตนซึ่งเป็นโลกที่ผู้ใช้ปรารถนา
และเพื่อให้ผู้ใช้สามารถมีชีวิตรอดในโลกใบนี้ระบบจะมอบของขวัญให้กับผู้ใช้
เมื่ออี้เฉินได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับตาลุกวาวขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้นเพราะว่าเขาปรารถนาชีวิตแบบนี้มานานแล้วชีวิตที่อิสระและในเมื่อระบบบอกว่าจะมอบของขวัญให้ยิ่งเข้าทางเขาไปใหญ่
“ของขวัญอะไรงั้นหรอ”
อี้เฉินถามออกมาอย่างตื่นเต้น
ท่านได้รับของขวัญจากระบบ ขอแสดงความยินดี
ท่านได้รับพลังจินตนาการไร้ขีดจำกัด
ท่านจะสามารถใช้พลังตามจินตนาการของท่านได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ท่านต้องการหลอมรวมพลังที่ท่านได้รับมาหรือไม่
“หลอมรวมสิ หลอมรวมเลยๆ”
อี้เฉินพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
ระบบกำลังหลอมรวมพลังและสร้างร่างกายใหม่ให้กับท่านโปรดรอสักครู่
เมื่อสิ้นเสียงระบบร่างกายของอี้เฉินก็เกิดมีแสงสีทองเข้ามาปกคลุมทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับความรู้สึกที่เย็นสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและเวลาก็ผ่านไปได้ไม่นาน
ติ้ง..การหลอมรวมสำเร็จ ท่านสามารถใช้พลังตามจินตนาการของท่านได้อย่างไร้ขีดจำกัดและข้อจำกัดใดๆ และท่านสามารถถ่ายทอดทักษะในจิตนาการของท่านให้กับผู้อื่นได้
ติ้ง ท่านได้รับของขวัญพิเศษส่วนตัวจากระบบ เป็นของขวัญปลอบใจก่อนจากกัน
ท่านจะยอมรับหรือไม่
“ยอมรับๆยอมรับทั้งหมดเเหละ 5555”
อี้เฉินพูดออกมาอย่างมีความสุขที่จะได้รับรางวัลพิเศษ
ติ้ง ท่านได้รับยาเม็ดฟื้นฟูระดับเทวะ ×150
สิ้นเสียงระบบ ก็มีเเหวนเก็บของวงหนึ่งลอยมาอยู่ ตรงหน้าของอี้เฉิน ซึ่งบรรจุเม็ดยาไว้ด้านใน
“ว้าวว นี้สุดยอด สุดๆไปเลย”
อี้เฉินพูดออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้นและดีใจขั้นสุดก่อนที่อี้เฉินจะถามออกมาว่า
“แล้วตอนนี้ฉันมาอยู่ที่นี่แล้วคนที่โน่นจะเป็นยังไงล่ะเขาจะรู้ไหมว่าฉันไม่อยู่แล้ว”
อี้เฉินถามขึ้นมาเพราะนึกถึงแม่ของเขาที่อยู่ในโลกก่อนแล้วจึงได้มีเสียงระบบตอบมาว่า
เมื่อผู้ใช้มาอยู่ในโลกนี้แล้วก็ถือว่าผู้ใช้ได้ตายจากโลกนั้นแล้วเช่นกัน หลังจากนี้ทุกอย่างในโลกนั้นก็จะดำเนินไปตามปกติเวลาที่มีคนตายจากกันก็เท่านั้น
และตอนนี้ระบบได้ทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้วต่อไปก็เป็นหน้าที่ของผู้ใช้เองที่จะต้องใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ขอให้ผู้ใช้โชคดี
เมื่อสิ้นสุดประโยคทุกอย่างก็เงียบลงมาในทันทีจึงทำให้อี้เฉินนั้นรู้ว่าระบบนั้นได้ไปแล้วจึงได้เลิกสนใจและหันมาสังเกตตัวเองแทน
ก็เห็นว่าตนเองนั้นอยู่ในชุดคล้ายกับชุดของคนจีนสมัยโบราณชุดที่เขาใส่นั้นมีลักษณะเป็นชุดสีขาวมีลวดลายปักที่สวยงามและเนื่องด้วยว่าจุดที่เขาอยู่นั้นใกล้กับแหล่งน้ำพอดีเขาจึงได้รีบวิ่งไปเพื่อชะมอบดูเงาตัวเองที่อยู่ในน้ำ
นั้นจึงทำให้อี้เฉินเห็นว่าหน้าตาของเขานั้นเหมือนกับหน้าตาของเขาที่อยู่ในโลกก่อนซึ่งในโลกก่อนนั้นเขาถือได้ว่าหน้าตาดีในระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าหน้าตาของเขาตอนนี้นั้นดูน่ารักกว่าโลกก่อนมากซึ่งอาจจะเป็นเพราะเส้นผมที่มีสีดำและยาวสลวยพวกนี้ก็เป็นได้ที่เสริมให้หน้าเขานั้นดูน่ารักและงดงามขึ้นอย่างมาก
“โคตรสวยนี่ฉันยังเป็นผู้ชายใช่ไหมหน้าหวานกว่าผู้หญิงอีกมั้งเนี่ย ได้ต้องหาอะไรมาปิดไว้แล้วไม่งั้นโดนฉุดแน่”
“เอ้ย ไม่สิ เราสามารถใช้พลังได้ตามจินตนาการของตัวเองนิ่ งั้นก็ไม่เท่าว่าเราสามารถใช้พลังได้อย่างไร้ขีดจำกัดตามที่เราคิดเลยสินะ แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเรานั้นจะไร้เทียมทานเลยรึไง อุ๊อุ๊ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็เก่งกว่าคนอื่น แล้วน่ะสิ และถ้าเราเก่งแล้วก็ไม่มีใครทำอะไรเราได้ฮ่าๆๆถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากก็ได้นี่เกะกะเปล่าๆ ในเมื่อมีของดีก็ประกาศให้โลกรู้ไปเลยซะสิ หุ๊หุ๊หุ๊”
อี้เฉินพูดออกมากับตัวเองราวกับคนเสียสติด้วยความตกตะลึงหลังจากที่ได้เห็นเงาตัวเองและหลังจากที่สำรวจตัวเองได้พอหอมปากหอมคอแล้วก็ได้ทำการลองสำรวจแหวนมิติเก็บของที่ได้มาดูก็พบว่าด้านในนั้นมีเม็ดยาที่จับสลากได้อยู่ด้านใน ก่อนที่จะหันมาตรวจสอบระดับพลังของตัวเองเพราะว่าระดับพลังของโลกนี้นั้นแบ่งออกเป็น10 ขั้นด้วยกันได้แก่
แรกเริ่ม
ก่อกำเนิด
สร้างรากฐาน
สร้างปราณ
ปราณปฐพี
ปราณสวรรค์
ปราณราชันย์
ปราณเทวะ
ปราณเซียน
ปราณเทพ
และในแต่ละขั้นนั้นก็มีอยู่ 9 ขั้นย่อยด้วยเช่นกันซึ่งระดับของสัตว์อสูรและโอสถก็เหมือนกัน และหลังจากที่ตรวจสอบดูระดับพลังของตัวเองแล้วก็พบว่ามัน…
ไม่สามารถตรวจสอบได้ ….
“อะไรอ่ะ แค่อยากรู้พลังของตัวเองแค่นั้นเอง ไอ้ระบบขนส่งนี่ก็ขี้เหนียว หึไม่อยากรู้แล้วก็ได้วุ้ย นี้ จะว่าไปตอนนี้เราอยู่ส่วนไหนของป่าละทีนี้ แถวนี้คงไม่มีสัตว์อสูรหรอกนะ”
“แต่ตอนนี้เราก็สามารถใช้พลังตามจิตนาการของเราได้อย่างไร้ขีดจำกัดแล้วนี้ จะกลัวอะไร”
“งั้นตอนนี้เราหาทางออกจากที่นี้กันดีกว่า ลาล่ะล๊าลา ทางออกอยู่ทางไหนน้าาา”
“โลกแห่งการฝึกตนจ๋า เหล่าเฉิน มาแล้วว”
เข้าเมือง
ในขณะที่อี้เฉินกำลังเดินอยู่นั้น ก็ได้สังเกตเห็น ควันไฟลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าอยู่ทางเบื้องหน้าไม่ไกลมากนัก เมื่อเห็นแบบนั้น อี้เฉิน จึงได้รีบพุ่งทยาน เข้าไปดูในทันที โดยกะว่า จะไปยืนแอบดูอยู่บนต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆกับที่นั่น
แต่ด้วยว่านี้เป็นการใช้พลังครั้งแรก ทำให้เขากะระยะผิดและเผลอใช้พลังมากเกินไป จึงทำให้เขาพุ่งทะยานผ่านต้นไม้และกิ่งไม้ที่หมายตาไว้ มาได้อย่างสวยงาม ก่อนที่ตัวเองจะพุ่งตรงลงไปที่น้ำตกขนาดเล็กที่อยู่ในบริเวณนั้นและเหมือนว่าจะมีคนอาบน้ำอยู่ด้วย
“เฮ้ย ว๊ากก กะพลังผิดไปหน่อย ไม่น้าาา”
ตู้มมม
“อ้ากก ไม่นะๆฉัน ว่ายน้ำไม่เป็น ฉันยังไม่อยากตาย ช่วยด้วย ฉันกำลังจะจมน้ำ”
อี้เฉินผู้หลับหูหลับตาร้องออกมาเหมือนลูกหมากลัวน้ำ
“ฮือๆไม่เอา ฉันกำลังจะจมน่ะ..หือ?ทำไม่เหมือนเรายังลอยอยู่เลยละ หืม หรือว่าเกาะขอนไม้ไว้ได้ แต่ทำไมขอนไม้มันนุ่มจัง จับดูหน่อยละกัน หึ๊ ขอนไม้โลกนี้นุ่มจังแฮะ”
“นี้เจ้าจะเกาะข้าอยู่อีกนานหรือไม่”
เสียงของชายหนุ่มดังเข้ามาในหูของอี้เฉิน
“หือ ขอนไม้พูดได้”
"ข้าไม่ใช่ขอนไม้ และเจ้ากำลังเกาะข้าอยู่ หืม นี่เจ้าเป็นเกออย่างนั้นหรือ"
“หือ?”
อี้เฉินเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงที่พูดโต้ตอบก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่กำลังเปลือยกายท่อนบนและตัวเองก็กำลังเกาะเขาอยู่เช่นกันทำเอาอี้เฉินถึงกับต้องสูดหายใจเข้าไปลึกๆด้วยความเขินอายที่ได้เห็นกล้ามหน้าท้องที่เรียงเป็นลอนแถมขาวอีกต่างหากจนไม่ได้สนใจคำถามของคนที่ตัวเองเกาะอยู่แม้แต่น้อยก่อนที่จะได้พูดออกไปแก้เขินว่า
“เฮ้ย ข้าเปล่านะ ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะลวนลามเจ้านะ ข้าก็ไม่ได้แอบดูเจ้าด้วยขะข้าตกลงมาเอง อย่าทำอะไรข้าเลยนะ ขะข้าไปล่ะ”
พูดจบก็ได้รีบปล่อยมือให้ออกจากการเกาะแกะก่อนที่จะรีบวิ่งขึ้นไปบนฝั่งและวิ่งหายไปทันทีด้วยความเขินอายไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้านหลังเลยด้วยซ้ำจึงไม่ได้เห็นหน้าของผู้ชายคนที่ตัวเองนั้นคิดว่าเป็นขอนไม้เลยว่าเขาทำสีหน้ายังไง
ทางด้านหลัง หลังจากที่อี้เฉินได้วิ่งหายไปแล้วชายคนที่อยู่ในน้ำตกคนนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาราวกับว่าได้เจอสิ่งที่น่าสนใจบางอย่าง
“หึ สามารถผ่านการสอดแนมขององครักษ์เงามาได้ ช่างเป็นเกอที่น่าสนใจเสียจริง”
ชายหนุ่มคนนั้นพึมพำออกมาและหลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีกลุ่มขององครักษ์เงาวิ่งเข้ามาพร้อมกับร้องถามขึ้นว่า
“ให้พวกข้าตามไปหรือไม่พะยะค่ะ”
“ไม่ต้อง เตรียมตัวกลับข้าจะกลับวังแล้ว”
“พะยะค่ะท่านอ๋อง”
ทางด้านของอี้เฉินหลังจากที่ได้วิ่งออกมาจากตรงนั้นแล้วก็ได้มานั่งหอบหายใจด้วยความเหนื่อยที่ใต้ต้นไม้
“เฮ้อ เกือบไปแล้วไหมล่ะไอ้เฉิน เกือบโดนข้อหาอนาจารเพราะไปแอบดูคนเขาอาบน้ำแล้วไหมล่ะ เห็นทีต้องรีบฝึกการใช้พลังให้ชำนาญแล้วล่ะสิถึงแม้ว่าจะสามารถใช้พลังได้ตามที่ใจนึกคิดแต่มันก็ไม่ง่ายเลยให้ตายสิ”
“นี่ก็จะค่ำแล้วต้องรีบหาทางเข้าเมืองให้เร็วที่สุดจะได้หาที่พักไม่งั้นได้นอนอยู่ในป่านี่แน่”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลังจากที่พักจนหายเหนื่อยแล้วจึงได้รีบเดินทางหาทางออกออกจากป่าทันทีเพื่อที่จะเข้าไปในเมืองก่อนที่ตะวันจะตกดิน แล้วก็ได้ใช้เวลาอยู่นานหลายชั่วโมงจนในที่สุดอี้เฉินก็สามารถหาทางออกจากป่าได้สำเร็จและตอนนี้เขาก็ได้มายืนอยู่ที่หน้าประตูเมืองแล้ว
และจากการที่ได้สอบถามผู้คนในระหว่างที่เดินทางมาก็ได้ทราบว่าเมืองแห่งนี้ก็คือเมืองหลวงของแคว้นมังกรทองและป่าที่อี้เฉินเพิ่งจะออกมานั้นเรียกว่าป่าหมื่นอสูร ซึ่งเป็นป่าที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงแคว้นมังกรทองมากที่สุด และป่าหมื่นอสูรนั้นก็ยังเป็นรอยต่อระหว่างแคว้นมังกรทองกับแคว้นพยัคฆ์ขาว
ซึ่งภายในป่านั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่ดุร้ายและภายในใจกลางของป่าว่ากันว่าเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่มีตั้งแต่ระดับเทวะขึ้นไปอาศัยอยู่ส่วนบริเวณที่อี้เฉินได้เจอกับผู้ชายคนที่อาบน้ำอยู่ในน้ำตกนั้นเป็นเพียงแค่บริเวณชายป่าเท่านั้น
“เฮ้อในที่สุดก็ออกจากป่า แต่ทำไมรู้สึกเหมือนว่าเราลืมอะไรไปวะ แต่ช่างมันเถอะไหนๆก็มาถึงเมืองแล้ว”
อี้เฉินพูดขึ้นมากับตัวเองก่อนที่จะเดินตรงไปยังทางเข้าที่มีทหารยืนอยู่
“ค่าเข้าเมืองคนละ 1 เหรียญทอง”
เสียงของทหารเฝ้าประตูพูดดังขึ้นมา
“เอ่อ พี่ชายข้าไม่มีไม่มีเงินเลยใช้สิ่งอื่นแทนเงินได้หรือไม่ขอรับ”
อี้เฉินถามขึ้นมาเพราะตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาไม่มีเงินเลยจริงๆมีแต่เม็ดยาที่ระบบมอบให้เท่านั้น
“ได้ขอแค่สิ่งนั้นมีค่าพอที่จะสามารถใช้แลกเป็นเงินได้”
“ถ้าอย่างนั้นอันนี้สามารถใช้แทนเงินได้หรือไม่ขอรับ”
พูดจบอี้เฉินก็ได้นำยาฟื้นฟูระดับเทวะออกมายื่นให้กับทหารที่อยู่หน้าประตูเมือง 1 เม็ดโดยไม่ได้มีท่าทีที่จะเสียดายอะไรเลย
ทางด้านทหารที่เฝ้าประตูเมืองเมื่อเห็นว่าอี้เฉินนำยาระดับเทวะออกมาโดยไม่ได้มีสีหน้าหรือท่าทีที่เสียดายเลยสักนิดต่างก็พากันตกใจไปตามๆกันรวมถึงคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็เช่นกัน
“ยะ ยาเม็ดระดับเทวะนี่มันยาเม็ดระดับเทวะจริงๆด้วย”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนต่อแถวรอเข้าเมืองอยู่ถัดจากอี้เฉินไปร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจที่ได้เห็นยาเม็ดระดับเทวะสวนทางด้านทหารที่เฝ้าประตูเมืองนั้นจึงได้หันมาพูดกับอี้เฉินด้วยท่าทีที่นอบน้อมว่า
“เอ่อ คุณชายไม่สินายท่านขอรับ ค่าเข้าเมืองมีเพียงแค่ 1 เหรียญทองเท่านั้นขอรับแต่สำหรับราคาของยาเม็ดระดับเทวะนี้มันมีค่ามากเกินไปขอรับ”
“ช่างเถอะสรุปว่ามันสามารถใช้แทนเงินได้หรือเปล่าถ้าใช้ได้เจ้าก็เก็บเอาไว้เถอะแค่ยาเม็ดเดียวแล้วตอนนี้ข้าเข้าเมืองได้หรือยัง”
อี้เฉินพูดออกมาอย่างเบื่อหน่ายเพราะว่าตอนนี้เขาอยากจะเข้าไปหาที่พักและพักผ่อนเต็มที่แล้ว
“ข่ะ เข้าไปได้แล้วขอรับเชิญขอรับนายท่าน”
ทหารเฝ้าหน้าประตูเมืองคนนั้นพูดกับอี้เฉินด้วยความนอบน้อมซึ่งแตกต่างกับตอนแรกราวกับคนละคนซึ่งอี้เฉินก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักและรีบเดินเข้าไปในเมืองโดยไม่ได้สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหลังเลยและไม่สนใจเลยว่าการกระทำของตัวเองนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนมากน้อยแค่ไหน
และแล้วข่าวที่ว่ามีคุณชายรูปร่างหน้าตางดงามราวกับเทพธิดาซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นเกอใช้เม็ดยาระดับเทวะเป็นค่าผ่านทางเข้าเมืองก็ได้เลยกระจายไปทั่วเมืองหลวงจนสร้างความโกลาหลให้กับเหล่าตระกูลใหญ่ที่อยู่ภายในเมืองหลวงเป็นอย่างมากทั้งหมดต่างพากันตามหาคุณชายรูปงามคนที่อยู่ในข่าวลือนั้นเพราะว่ายาเม็ดระดับเทวะนั้นถือว่าหายากมากเลยทีเดียวแม้แต่ในเมืองหลวงแคว้นมังกรทองเองก็ใช่ว่าจะหายาเม็ดระดับเทวะได้
คนที่จะสามารถมียาเม็ดระดับเทวะไว้ในครอบครองได้คนๆนั้นต้องมีเบื้องหลังที่ทรงอำนาจอย่างเช่นเหล่าสำนักฝึกเซียนสำนักใหญ่ๆเท่านั้นถึงจะมีมันได้
และในขณะที่ทั้งเมืองกำลังวุ่นวายกับการตามหาคุณชายรูปงามปริศนาในข่าวลือแต่คนตัวต้นเรื่องกลับกำลังเพลิดเพลินกับอาหารในที่พักของเขา โดยไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น
หอประมูล
และค่ำคืนอันโกลาหลของเมืองหลวงแคว้นมังกรทองก็ได้ผ่านพ้นไปแต่ก็ยังไม่มีใครได้ทราบข่าวคราวอะไรเลยแม้แต่น้อย
และทางด้านของอี้เฉินหลังจากที่ได้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าหลังจากที่ได้จัดแจงตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้ออกจากที่พักทันที
เป้าหมายวันนี้ของอี้เฉินก็คือการไปที่หอประมูลเพื่อทำการหาเงินเข้ากระเป๋าสักหน่อยเพราะตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเขานั้นยังไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่แดงเดียวส่วนค่าห้องเมื่อวานก็ได้อาศัยเม็ดยาฟื้นฟูระดับเทวะจ่ายไป
ซึ่งเมื่อคิดถึงเมื่อวานหลังจากที่เขาได้ยื่นเม็ดยาฟื้นฟูระดับเทวะนั้นให้กับเจ้าของที่เป็นเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมนั้นทำเอาเถ้าแก่คนนั้นถึงกับเป็นลมล้มพับลงกับที่นั่นจึงทำให้อี้เฉินนั้นรู้ว่ายาเม็ดระดับเทวะนั้นมีค่ามากแค่ไหน
และตอนนี้คุณชายร่างบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์สวมหน้ากากปิดบังครึ่งใบหน้าก็ได้มายืนอยู่ที่หน้าหอประมูลอันดับ1ของแคว้นมังกรทองเป็นที่เรียบร้อยซึ่งคุณชายคนนั้นก็คืออี้เฉินนั่นเอง
ส่วนที่ว่าหน้ากากนั้นมาจากไหนก็ต้องย้อนกลับไปตอนที่อี้เฉินได้เดินออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนั้นและกำลังเดินมาที่หอประมูลแห่งนี้ได้มีคนมาตื้อขายหน้ากากให้เขาไม่หยุดและด้วยความรำคาญเขาจึงแอบจิ๊กเอาหน้ากากของพ่อค้าคนนั้นมา 1 อันแล้ววิ่งหนีมา โทษฐานที่มาทำให้รำคาญ
ซึ่งในตอนแรกอี้เฉินก็กะที่จะไม่สนใจและเดินผ่านพ่อค้าคนนั้นแต่หูนั้นกลับได้ยินเรื่องราวที่ตนได้ก่อไว้เมื่อคืนจากพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงลอยขายของตามทางที่ตัวเองเดินมาจึงคิดว่าควรปกปิดใบหน้าไว้จะดีกว่าไม่อย่างนั้นคงจะมีเรื่องน่ารำคาญมากวนใจไม่หยุดเป็นแน่
หอประมูลที่อี้เฉินมานั้นก็คือ หอประมูลจันทรา ที่เป็นหอประมูลที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นมังการทอง และหอประมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งของหอจันทรา 1 ใน 4 สำนักใหญ่ของทวีปไท่เสวียนแห่งนี้ และหลังจากที่อี้เฉินได้เดินเข้าไปภายในหอประมูลก็ได้มีหญิงสาวคนนึงเข้ามาต้อนรับ
“ยินดีต้อนรับคุณชายไม่ทราบว่าท่านมาที่หอประมูลจันทราของเราท่านต้องการให้เรารับใช้อย่างไรหรือเจ้าคะ”
เสียงของพนักงานหญิงของหอประมูลพูดขึ้น
“ข้านำของมาประมูล แม่นางเป็นธุระให้ได้หรือไม่”
“เรียนคุณชายหากคุณชายต้องการนำของมาประมูลต้องทำการตรวจสอบของที่จะนำมาประมูลก่อนเจ้าค่ะเชิญคุณชายที่ห้องตรวจสอบเจ้าค่ะ”
พูดจบก็เดินนำอี้เฉินไปที่ห้องตรวจสอบทันทีเมื่อเข้าไปในห้องก็พบกับชายแก่คนนึงนั่งอยู่ในโต๊ะที่เหมือนโต๊ะทำงานตอนที่หญิงสาวคนนั้นจะได้พูดออกไปว่า
“เรียนท่านผู้อาวุโส4คุณชายท่านนี้ต้องการที่จะนำของมาประมูลเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อต้องการทำของมาประมูลก็เอาของมาตรวจสอบซะก่อนหากเป็นของระดับต่ำหอประมูลของเราไม่รับประมูล”
เสียงของผู้อาวุโส 4 หรือว่าชายชราที่นั่งอยู่บนโต๊ะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเป็นน้ำเสียงที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยเพียงแค่พูดออกมาเฉยๆเท่านั้น
“ผู้อาวุโสท่านคงเป็นผู้ตรวจสอบของหอประมูลแห่งนี้ใช่หรือไม่ถ้าอย่างนั้นลองตรวจสอบยาเม็ดนี้ดูสิว่าสมควรที่จะประมูลที่โรงประมูลของท่านหรือไม่”
เมื่ออี้เฉินพูดจบก็ได้นำยาฟื้นฟูระดับเทวะออกมาจากแหวนมิติมา 5 เม็ดพร้อมกับยื่นให้กับชายชราตรงหน้า
“หือ นี้มันยาเม็ดระดับเทวะแถมยังเป็นยาฟื้นฟูอีกด้วยความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนนี่เจ้าเจ้าไปเอามันมาจากที่ไหนกัน”
เสียงของผู้อาวุโส 4 ของหอประมูลพูดออกมาด้วยความตกตะลึงที่ได้เห็นยาเม็ดระดับเทวะพร้อมกันถึง 5 เม็ดแล้วแต่ละเม็ดนั้นมีความบริสุทธิ์เต็มทั้ง 10 ส่วน
ซึ่งสาเหตุที่ผู้อาวุโส 4 ตกใจนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะในเมืองหลวงแห่งนี้ยาเม็ดระดับเทวะนั้นถือว่ายังหายากมากแล้วไม่ต้องพูดถึงยาเม็ดที่มีความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนหรอกแค่ความบริสุทธิ์เพียง 1 ส่วนแต่เป็นยาเม็ดระดับเทวะแค่นี้ก็หายากมากแล้ว แต่คนตรงหน้าที่เอายาเม็ดระดับเทวะที่มีความบริสุทธิ์เต็ม10ส่วนออกมาได้โดยง่ายนั้น เขากลับไม่สามารถตรวจสอบระดับการบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้
“เรื่องที่มาของยาแน่นอนว่ายานี้นั้นเป็นของข้าที่มาของมันก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว ท่านอย่าได้ถามอะไรให้มากความ และท่านควรตอบข้ามาว่ายาพวกนี้สามารถประมูลที่หอประมูลของท่านได้หรือไม่”
“ดะ ได้ขอรับคุณชาย”
เสียงของชายชราพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักอี้เฉินที่เห็นแบบนั้นจึงได้ถามออกมาอีกว่า
“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วหากมีมากกว่านี้หอประมูลของท่านยังรับประมูลอยู่หรือไม่”
“หือ คุณชายนี่ท่านจะบอกว่าท่านมีเม็ดยามากกว่านี้หรือขอรับ”
ชายชราถามออกมาด้วยความตกใจ
“ใช่ข้ามีมากกว่านี้แค่ยาเม็ดระดับเทวะท่านจะตกใจทำไมกันท่านผู้อาวุโส หึหึ”
เมื่ออี้เฉินพูดจบก็ได้นำยาฟื้นฟูออกมาอีก 100 เม็ดออกมาวางตรงหน้าของผู้อาวุโส 4 ทำให้ผู้อาวุโส 4 แห่งหอประมูลจันทราถึงกับเข่าอ่อนด้วยความตกใจพร้อมกับคิดขึ้นมาในใจว่า
เด็กคนนี้มันเป็นใครกันถึงได้นำยาระดับเทวะที่มีความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนออกมาง่ายๆขนาดนี้ ขนาดข้าที่เป็นผู้อาวุโสยาเม็ดระดับทวะที่มีความบริสุทธิ์ขนาดนี้แค่เม็ดเดียวทั้งชีวิตข้าก็ยังไม่เคยเห็นแต่เจ้าหนุ่มนี่กลับเอามันออกมาครั้งเดียว 100 เม็ด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน คนคนนี้คงไม่ใช่คนธรรมดาเเน่ๆ
ยาเม็ดระดับเทวะแม้แต่ความบริสุทธิ์แค่ 1 ส่วนก็ยังมีค่าเม็ดละตั้ง 100,000 เหรียญทองแต่นี่กลับเป็นยาเม็ดระดับเทวะที่มีความบริสุทธิ์ตั้ง 10 ส่วนแถมมีตั้ง 100 เม็ด
แต่ข้าตรวจสอบเขาดูแล้ว กลับไม่สามารถตรวจสอบระดับพลังของเขาได้ นี้มันคืออะไรกัน เขาเป็นแค่คนธรรมดาอย่างนั้นหรอ
หลังจากที่หายตกตะลึงเรียบร้อยแล้วผู้อาวุโส 4 จึงได้หันมาพูดกับอี้เฉินอย่างนอบน้อมว่า
“เรียนคุณชายเราไม่อาจรับซื้อยาเม็ดระดับเทวะของท่านได้ทั้งหมดในตอนนี้แต่หอประมูลของเราจะจัดงานประมูลในอีก 3 วันข้างหน้า ไม่ทราบว่าคุณชายยังต้องการที่จะประมูลอยู่หรือไม่”
“หืม อีกตั้ง 3 วันเลยหรอที่กว่าจะจัดงานประมูลแต่ว่าข้าต้องการที่จะใช้เงินเดี๋ยวนี้เลยจะเป็นอะไรหรือไม่ถ้าหากว่าจะจ่ายเงินให้ข้าก่อนส่วนหนึ่งและในส่วนที่เหลือค่อยจ่ายให้กับข้าทีหลัง หลังจากที่ประมูลเสร็จแล้ว”
“ได้ขอรับคุณชายข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้ขอรับโปรดรอสักครู่”
เมื่อชายชราพูดจบก็ได้รีบจัดแจงเตรียมเงินให้กับ อี้เฉินทันทีหลังจากที่อี้เฉินได้เงินเรียบร้อยแล้วในขณะที่กำลังจะเดินออกจากหอประมูลผู้อาวุโส 4 ของหอประมูลก็ได้เดินมาหาพร้อมกับยื่นป้ายสีทองให้กับเขาพร้อมกับบอกว่า
“เรียนคุณชายป้ายสีทองป้ายนี้เป็นป้ายกิตติมศักดิ์สูงสุดของหอประมูลเราข้าขอมอบให้ท่าน มีป้ายนี้ถือว่าท่านเป็นลูกค้าระดับสูงสุดของหอประมูลจันทราของเราขอรับคุณชายโปรดรับไว้”
“อื้ม ถ้าอย่างนั้นก็ขอบใจท่านมากข้าไปล่ะ”
อี้เฉินกล่าวขอบใจออกไปก่อนที่จะเดินออกจากหอประมูลไปหลังจากอี้เฉินออกไปแล้วคนเป็นผู้อาวุโส 4 จึงได้ถามกับพนักงานคนที่ต้อนรับอี้เฉินออกไปว่า
“เจ้าคิดว่าคุณชายคนนี้เป็นใคร”
“ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะผู้อาวุโส 4 แต่เมื่อวานข้าได้ยินข่าวมาว่ามีคุณชายรูปงามท่านหนึ่งมอบยาเม็ดระดับเทวะเป็นค่าทางผ่านเข้าเมืองหลวงเจ้าค่ะ”
“ข้าคิดว่าคุณชายท่านนี้น่าจะเป็นคนคนเดียวกับคนที่อยู่ในข่าวลือนั่นเจ้าค่ะ”
“อื้มข่าวลือเช่นนั้นข้าเองก็ได้ยินเช่นกัน”
“แต่เอ๊ะ แย่ล่ะสิคราวนี้”
เสียงของผู้อาวุโสเสียงหอประมูลร้องขึ้นมาเสียงดัง
“เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะท่านผู้อาวุโส 4”
“ข้ายังไม่ได้ถามชื่อของคุณชายท่านนั้นเลยข้านี่มันแก่แล้วเลอะเลือนจริงๆ”
ผู้อาวุโส 4พูดขึ้นมาอย่างเสียดาย
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะผู้อาวุโสในอีก 3 วันข้างหน้าคุณชายท่านนั้นก็จะมาร่วมงานประมูลของหอประมูลของเราค่อยถามเอาวันนั้นก็ได้เจ้าค่ะทางที่ดีข้าว่าเราควรมาจัดการเรื่องยาเม็ดนี้ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ”
“จริงของเจ้าเจ้ามาดูแลตรงนี้ให้ข้าทีข้าจะรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้กับท่านเจ้าหอ”
“เจ้าค่ะท่านผู้อาวุโส”