โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชู “หุ้นเทคฯ จีน” น่าสนใจ ถูกกว่า “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” กว่า 44%... พื้นฐานแกร่ง-ไม่แพง-กำไรโตดี พร้อม “Overweight” หุ้นจีน โอกาสลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Fun of Funds: สำหรับ “ภาษี Trump” ระหว่าง “สหรัฐ” และ “จีน” ได้ข้อสรุปไปเรียบร้อยแล้ว โดยสหรัฐจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจาก 145% เหลือ 30% ขณะที่จีนจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ จาก 125% เหลือ 10%
เมื่อความชัดเจนประกฎก็ทำให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกเช่นกัน
ปัจจุบัน “ตลาดหุ้นจีน” เองถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ “ถูก” ตลาดหนึ่งของโลก และธีมหุ้นจีนที่น่าสนใจและมีความโดดเด่นก็คือ ธีม “หุ้นเทคโนโลยีจีน” นั่นเอง
เพราะโลกเทคโนโลยีในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ค่อนข้างชัด ระหว่าง “จีน-สหรัฐ” นั่นเอง ซึ่งเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีและมีบริษัทชั้นนำในด้านนี้ไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว
ในขณะที่ “หุ้นจีน” เองก็ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจในระยะกลาง-ยาว โดยตลาดเองมองว่าน่าจะผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปเรียบร้อยแล้วด้วย
ทำไม ทั้ง “หุ้นเทคฯ จีน” และ “หุ้นจีน” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นเทคฯ จีน” ถูกว่า “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” กว่า 44%…ในขณะที่ “พื้นฐานแกร่ง-ไม่แพง-กำไรโตสูงต่อเนื่อง

โดย ศิระ คล่องวิชา” ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี บอกว่า “หุ้นเทคโนโลยีจีน” เป็นอีกโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่ง มีสัญญาณการฟื้นตัวจากหุ้นขนาดใหญ่และกำไรของตลาดเทคโนโลยีจีนก็ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่จีนเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ครอบคลุมธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีจีนปรับลดลงจนถึงจุดที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันกำไรต่อหุ้นเพิ่มสูงขึ้นและยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบัน ดัชนี Hang Seng Tech Index” มี P/E Ratio ประมาณ 16 เท่า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และต่ำกว่า “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” ถึง 44% (ที่มา: Bloomberg ณ วันที่ 20 มิ.ย. 25)

(ศิระ คล่องวิชา)

“แม้ว่ากำไรต่อหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นและยังคงมีทิศทางเติบโต แต่ดัชนีนี้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2021 ถึง 54% (ที่มา: Bloomberg ณ วันที่ 20 มิ.ย. 25) คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเฉลี่ย 2.5% ต่อปี และหากนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน อัตราการเติบโตอาจเพิ่มขึ้นเป็น 9% ต่อปี” (ที่มา : Wind, Bloomberg, Goldman Sachs Global Investment Research ณ 17 ก.พ. 25)
นอกจากนี้ สัดส่วน “การถือครองหุ้นจีน” อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายปี โดยมีทิศทางปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลกตั้งแต่ปี 2020 ปัจจุบันการถือครองหุ้นจีนมีเพียง 4.6% ทำให้มีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น ในขณะเดียวกันบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีนก็ได้เพิ่มการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่อง จากที่มีมูลค่าต่ำกว่า 20 พันล้านหยวนในปี 2019 เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 300 พันล้านหยวนในปี 2024 และยังมีแนวโน้มที่จะซื้อหุ้นคืนเพิ่มขึ้นอีกรวมกว่า 64.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา: Company Filings, Bloomberg Intelligence ณ 13 พ.ค. 25) ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางบวกจากการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่ผ่อนคลายนโยบายและสนับสนุนภาคเอกชนมากขึ้นนั่นเอง
“จากปัจจัยต่างๆ มองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็นผู้นำในดัชนี ‘Hang Seng Tech Index’ ซึ่งเป็นดัชนีหลักของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในจีน เข้าถึงการลงทุนในบริษัทที่มีความแข็งแกร่งและได้เปรียบทางการแข่งขัน”

ให้น้ำหนัก “หุ้นจีน” มากกว่าตลาด (Overweight)…โอกาสเติบโตระยะกลาง-ยาว

เช่นเดียวกับ “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์”กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย ที่มองว่า “ตลาดหุ้นจีน” เริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง จาก 3 เหตุผลหลักๆ ประกอบด้วย 1) “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ” ความเปราะบางทางเศรษฐกิจของจีน ประกอบกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากประเด็นสงครามการค้ากับสหรัฐ ทำให้รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และยังทยอยออกมาตรการเพิ่มเติมต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เพื่อผลักดันให้การเติบโตของ GDP เป็นไปตามเป้าหมาย 5% ในปีนี้ โดยใช้มาตรการต่างๆ ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน, การคลัง และด้านการลงทุน
2) “แรงสนับสนุนของภาครัฐต่อกลุ่มเทคโนโลยี” จีนนับว่าเป็นประเทศที่โดดเด่นในด้านเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งในปีนี้ก็ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลจีนได้จัดสรรงบประมาณกว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นเป็นพิเศษกับเซมิคอนดักเตอร์, AI และการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ รวมถึงตอบโต้ประเด็นภาษีและข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐ

(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)

“นอกจากนี้ การเปิดตัวโมเดล AI อย่าง ‘DeepSeek’ ยังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในตลาด AI แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศของจีนเป็นอย่างดี ทำให้ “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีน” มีแนวโน้มได้รับการปรับประเมินมูลค่าสูงขึ้น จากแรงสนับสนุนของภาครัฐและการพัฒนาเทคโนโลยีของจีนอย่างต่อเนื่อง”
และ 3) แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทาย แต่ตัวเลขชี้วัดล่าสุดเริ่มมีบางส่วนออกมาดีกว่าคาด ทั้งยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 6.4% (เทียบรายปี) แข็งแกร่งกว่าในเดือน เม.ย.ที่เพิ่มขึ้น 5.1% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 5% ทำ ด้านอัตราว่างงานในพื้นที่เขตเมืองของจีนอยู่ที่ระดับ 5% ในเดือน พ.ค. ชะลอตัวลงจากระดับ 5.1% ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 24
“เรามีมุมมองต่อการลงทุนในตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ระดับ ‘Overweight’ จากนโยบายทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ออกมา รวมถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีน ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบจากสงครามการค้า และเพิ่มความแข็งแกร่งกลุ่มเทคโนโลยี ที่ยังมีการพัฒนาต่อเนื่อง และมีแนวโน้มทำผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นโลก ‘จีน’ จึงเป็นตลาดที่ไม่ควรมองข้ามในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสเติบโตระยะกลางถึงยาว”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะกลาง-ยาว และราคา “ถูก” เชื่อว่า “หุ้นจีน” จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะธีม “หุ้นเทคโนโลยีจีน” ที่พื้นฐานแกร่ง ราคาไม่แพง และกำไรเติบโตดี ที่สำคัญยังถูกกว่า “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” กว่า 44% อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...