ตำรวจ เผย 'พบดินนิ่ม-เกิดการยุบตัว' ปม ถังเก็บน้ำใสมูลค่า 679 ล้านทรุด!
ตำรวจ เผย 'พบดินนิ่ม-เกิดการยุบตัว' ยัน หากพบความประมาท พร้อมดำเนินคดีทันที ปม ถังเก็บน้ำใสมูลค่า 679 ล้านทรุด!
วันที่ 6 ก.ค. 2568 จากกรณีเกิดอุบัติเหตุโครงเหล็กเส้นขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างภายในโครงการก่อสร้างถังเก็บน้ำใสของการประปานครหลวง (กปน.) บริเวณสถานีสูบจ่ายน้ำมีนบุรี ซอยนิมิตรใหม่ 6 ถนนนิมิตรใหม่ แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ได้พังถล่มลงมา ส่งผลให้โครงสร้างเหล็กล้มทับแรงงานก่อสร้าง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 12 ราย
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพื้นดินในจุดเกิดเหตุมีความนิ่มและเกิดการยุบตัว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงเหล็กทรุดตัวลง เบื้องต้นได้เก็บตัวอย่างดินไปตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุโครงเหล็กถล่มในพื้นที่ก่อสร้างของสถานีสูบจ่ายน้ำมีนบุรี เบื้องต้นพบว่าพื้นดินค่อนข้างนิ่ม เหยียบแล้วยุบตัว อาจเป็นไปได้ว่าคือสาเหตุที่ทำให้โครงเหล็กทรุดตัวถล่ม แต่ในส่วนของทางตำรวจนั้น จะต้องมีการตรวจสอบสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งจะดูตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างว่าผู้ใดเป็นฝ่ายประมาท หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะนำความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาประกอบสำนวนในคดีเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข้อมูลจากเพจ ชมรม STRONG ต้านทุจริตภาคกลางรายงานถึงรายละเอียดโครงการสำหรับโครงการ พบเป็นการก่อสร้างถังเก็บน้ำใสขนาด 70,000 ลูกบาศก์เมตร ที่สถานีสูบจ่ายน้ำมีนบุรี โดยเป็นโครงการจ้างก่อสร้างภายใต้ชื่อสัญญา G-MB-9(R1) ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่โครงการ 65117198025 มีวงเงินงบประมาณรวม 736,173,287.96 บาท
โดยผู้ชนะการเสนอราคา คือ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ซึ่งได้เสนอราคาจ้างที่ 697,800,000 บาท เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2566 และมีกำหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 5 กันยายน 2568
โครงการนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการประปานครหลวง (กปน.) กรุงเทพฯ โดยเกิดเหตุขึ้นในเขตมีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินการหลักของโครงการ
ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง รวมถึงภาควิชาชีพวิศวกรรมโยธา เตรียมเข้าร่วมประเมินเหตุการณ์เพิ่มเติมเพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไข และป้องกันอุบัติเหตุลักษณะนี้ในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนมาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้างโครงการภาครัฐทั่วประเทศ