โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ทนายฯเชาว์” ซัดแรง สมาคมทนายความฯ ทำอะไรเพื่อชาวบ้าน? หรือมีไว้รับใช้แค่ “ทักษิณ”?

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 06.04 น.

“ทนายฯเชาว์” ซัดแรง สมาคมทนายความฯ ทำอะไรเพื่อชาวบ้าน? ถามจี๊ด แทงใจดำ หรือมีไว้รับใช้แค่ “ทักษิณ”?

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2568 นายเชาว์ มีขวด ทนายความและอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงบทบาทของสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “สมาคมทนาย…ทำอะไรเพื่อชาวบ้านบ้าง? หรือมีไว้เพื่อรับใช้ทักษิณเท่านั้น”

มีใจความว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นผ่านเพจของสมาคมฯ ต่อกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่ง ยกคำร้องของนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขอให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงว่า การที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี ได้รับการพาตัวออกจากเรือนจำไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 นั้น เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ มีกำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาความชอบธรรมของการบังคับโทษ

“นายนรินท์พงศ์ให้ความเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นเพียง “ส่วนต่อท้าย” ของ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายฯ ปี 2477 จึงถือว่ามีศักดิ์เท่าเทียมกับ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และไม่ควรถูกอ้างว่าอยู่เหนือกว่ากัน แต่ตนกลัยเห็นต่าง โต้กลับว่าไม่แปลกใจที่นายนรินท์พงศ์จะให้ความเห็นลักษณะนี้ เพราะ ใช้สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเป็นเกราะกำบังในการตีความรับใช้ทักษิณมาโดยตลอด พร้อมตั้งคำถามว่า สมาคมทนายมีไว้เพื่อประชาชน หรือเพื่อ ‘ทักษิณ’กันแน่
เพราะปัญหาหลักของกรณีชั้น 14 ไม่ได้อยู่ที่การวัดศักดิ์ของกฎหมาย แต่อยู่ที่ ‘ข้อเท็จจริง’ ว่าทักษิณป่วยวิกฤติจริงหรือไม่ และสมควรได้รับการรักษานอกเรือนจำหรือเปล่า” นายเชาว์ระบุ

นายเชาว์ ระบุต่อว่า หากข้อเท็จจริงนี้มีผลกระทบต่อการบังคับใช้คำพิพากษาโดยตรง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงมีอำนาจตามกฎหมายในการไต่สวน เพื่อไม่ให้คำพิพากษากลายเป็นแค่ เศษกระดาษที่นักโทษมีเส้นสามารถตีตกได้ตามใจชอบ

โดยอ้างถึงบทบัญญัติต่าง ๆ เช่น มาตรา 89/2, 246, 74, 75 แห่ง ปอ.วิ. อาญา และมาตรา 65 ของ พ.ร.ป. วิธีพิจารณาคดีนักการเมือง พ.ศ. 2560 รวมถึงข้อกำหนดปี 2562 ข้อ 61–62 ที่ระบุชัดถึงอำนาจศาลในการควบคุมการบังคับคดี

ข้อ 61 วรรคสอง ระบุว่า ‘เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาสามคน มีอำนาจออกหมายหรือคำสั่งใด ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล‘ และข้อ 62 กำหนดว่า ’เมื่อบุคคลภายนอกยื่นคำร้องขอต่อศาลในชั้นบังคับคดี ให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาอย่างน้อยสามคน เป็นองค์คณะพิจารณาชี้ขาดคำร้องคำขอดังกล่าว” ผมขอย้ำว่า คนเป็นทนายควรพูดความจริงให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่ ’ใช้ความรู้กฎหมายเพื่อบิดเบือน‘ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ชื่อของ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยออกมาแสดงความเห็นที่เอื้อประโยชน์ต่อนักโทษคนดัง ยิ่งลดทอนเกียรติยศของวิชาชีพและบั่นทอนความน่าเชื่อถือขององค์กร พร้อมทิ้งท้ายว่า ”สมาคมทนาย ทำอะไรเพื่อชาวบ้านบ้าง?หรือตลอดเวลาที่ผ่านมา มีไว้รับใช้แค่ ‘ทักษิณ’?”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...