โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MK GROUP เปิดแผนปี 68 ชูกลยุทธ์ Value Strategy เน้นตอบโจทย์ลูกค้า เสริมทัพด้วยแบรนด์ใหม่และธุรกิจที่หลากหลายขึ้น ขยายสาขาในประเทศเพิ่ม 15 สาขา

BTimes

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 06.40 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอด 39 ปี ที่ทาง MK GROUP ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเติมเต็มความสุขให้ทุกครอบครัว เชื่อมต่อสุขภาพที่ดีให้เข้าถึงได้มากที่สุด รวมถึงการส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งหมดจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งต่อไปในทุกการเปลี่ยนแปลงของ MK GROUP ในปีนี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ภาพรวมธุรกิจอาหารในปีนี้จะยังไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยเฉพาะร้านอาหารเชนใหญ่ แต่เราต้องปรับตัวและวางแผนกลยุทธ์ที่ท้าทายยิ่งขึ้น”

เจาะลึก 3 แนวทางหลัก ภายใต้กลยุทธ์ Value Strategy

Value Creation: เน้นสร้างความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ ผ่าน Customer Insight

Value Relationship: การทำ Segmentation การตลาดที่ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและสร้างประสบการณ์ใหม่ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว

Value Accessible: เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงความ ‘คุ้มค่า’ และ ‘คุณภาพ’ ของสินค้าและบริการที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

ปัจจัยสำคัญของกลยุทธ์ในปีนี้ของธุรกิจร้านอาหารในเครือ คือการทำความเข้าใจความต้องการลูกค้าให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อสร้าง Value Creation เพิ่มประสบการณ์รอบด้านที่ตอบโจทย์ลูกค้า อีกทั้งยังมีเรื่องการปรับรูปแบบการสื่อสารที่สนุกสนาน เพื่อสร้าง engagement อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการกระตุ้นยอดขายด้วย Value Promotion ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึก ‘คุ้มค่า’ ที่สุดในการตัดสินใจซื้อ

ด้าน “MK Restaurants” ที่มีแคมเปญ Mongkol (มงคล) ‘มูเก็ตติ้ง’ ช่วงตรุษจีน พร้อมแจกหมี่หยกยาว99 ซม., หมูมาราธอน กินไม่อั้น 90 นาทีกับ 4 คอนโดหมูขายดี, Duck Lovers กล่องสุ่มน้องเป็ดสุดคิ้วท์ฉลองวาเลนไทน์ และเตรียมออกแคมเปญใหม่อย่างต่อเนื่อง, “Yayoi” ที่พึ่งเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ เจฟ ซาเตอร์ โดยมีการครีเอท 3 เมนูพิเศษร่วมกัน ตอกย้ำคอนเซปต์ ‘ญี่ปุ่นครบเซต’ และเมนูเซตเทโชกุแบบใหม่ ๆ ที่จะออกมาให้เซอร์ไพรส์ตลอดทั้งปี, ยังมี “แหลมเจริญซีฟู้ด” คงคอนเซปต์อาหารซีฟู้ดสไตล์ไทยที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว ด้วยโปรโมชั่น Family Set เซ็ตเมนูให้เลือกหลากหลาย เริ่มต้นเพียง 699 บาท, “MK Buffet” เตรียมปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น และเพิ่มเมนูใหม่ เพื่อตอบรับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบการทานบุฟเฟต์ การันตีเมนูที่มีคุณภาพแบบจัดเต็ม, “HIKINIKU TO COME” ร้านแฮมเบิร์กเจ้าดังจากญี่ปุ่น น้องใหม่ล่าสุดในเครือที่ตอบโจทย์ร้านแนว Specialist ด้วยสุดยอดคุณภาพเนื้อ คัดสรรเนื้อมาอย่างดี ทำแบบสดใหม่ ย่างอย่างพิถีพิถัน และเสิร์ฟพร้อมข้าวร้อน ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้

ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกที่กำลังมาแรง นอกจากน้ำจิ้มสุกี้ MK ยังมีชุดสุกี้ลูกชิ้นรวมมิตร, ชุดบะหมี่หยกลูกชิ้นรวมมิตร และล่าสุดกับบะหมี่เกี๊ยวกุ้งซุปสุกี้ CP x MK เพื่อสร้าง Brand Recall ให้กับแบรนด์ MK Restaurants และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง

โดยปัจจุบัน MK GROUP มีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ รวม 723 สาขา ทั้งในประเทศและแฟรนไชส์ต่างประเทศ และมีแผนจะมีขยายสาขาในประเทศ เพิ่มอีก 15 สาขา แบ่งเป็น MK Restaurants 5 สาขา, Yayoi 3 สาขา, แหลมเจริญ 5 สาขา และ HIKINIKU TO COME 2 สาขา

ในส่วนของการขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศคือ แหลมเจริญ มีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาที่ประเทศมาเลเซีย อีกทั้งยังมองหาผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาร่วมทุน (Master Franchise) เพื่อช่วยขยายธุรกิจร้านอาหารให้มากขึ้น โดยตลาดที่ยังคงให้ความสนใจคือ South East Asia เป็นหลัก

นอกจากนี้ยังมีแผนปรับโมเดลธุรกิจใหม่ โดยจะมี Store Conversion จาก MK Restaurants ปรับเป็นโมเดลรูปแบบบุฟเฟต์แทน (MK Buffet) และ แหลมเจริญ เตรียมปรับโมเดลให้ทันสมัยและเข้าถึงการทานอาหารทะเลได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ส่วนธุรกิจค้าปลีก นอกจากเรื่องพัฒนาสินค้าแล้ว ยังมีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า จากร้านสะดวกซื้อไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังคงให้ความสำคัญเรื่องระบบจัดการหลังบ้าน โดยการใช้ AI เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลด Food Waste หลีกเลี่ยงการสต็อกสินค้าที่มากเกินไปจำเป็น และยังช่วยควบคุมต้นทุนได้เป็นอย่างดี

อีกธุรกิจที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ M-SENKO ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ที่ให้บริการคลังสินค้าและขนส่งสินค้าแช่เย็น แช่แข็ง ทั้งนี้ได้มีแผนการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ โดยจะมีการเพิ่มศูนย์กระจายสินค้าตามหัวเมืองหลัก เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการส่งสินค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนกับคู่แข่งอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...