โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์ทยอย ‘ลดดอกเบี้ย’ ขุนคลังบี้หั่นกำไร รับมือทรัมป์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 02.20 น.

ภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากระดับ 2.00% มาอยู่ที่ 1.75% ต่อปี ในรอบการประชุมเมื่อ 30 เม.ย. 2568 โดยหลังจาก กนง.มีมติลดดอกเบี้ยจะเห็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) และธนาคารพาณิชย์ทยอยปรับลดตามมา และเป็นการปรับลดดอกเบี้ย 2 ขา ทั้งเงินกู้และเงินฝาก โดยฝั่งเงินกู้ปรับลดเฉลี่ย 0.05-0.15% ต่อปี แต่การปรับลดรอบนี้ค่อนข้างช้า

ขณะที่ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอความร่วมมือแบงก์รัฐและแบงก์พาณิชย์หั่นกำไรช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบภาษีสหรัฐ

แบงก์ทยอยลดดอกเบี้ย

ทั้งนี้หลังผ่านไป 8 วันจาก กนง.ลดดอกเบี้ย ธนาคากรุงเทพ (BBL) เป็นแบงก์แรกที่มีการปรับลดดอกเบี้ย โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยสูงสุด 0.15% ต่อปี ดอกเบี้ยเงินฝากประจำอายุ 3-24 เดือน 0.15-0.20% มาอยู่ที่ 0.85-1.55% ต่อปี

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า กรุงไทยได้ประกาศปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.15% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝาก 0.075-0.20% ต่อปี

“จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ามีความไม่แน่นอนสูง และคาดการณ์ได้ยากจากนโยบายการค้าสหรัฐ และมาตรการตอบโต้ของประเทศเศรษฐกิจหลัก ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าลดภาระทางการเงิน”

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารจึงปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี เพื่อส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อไปยังภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ และได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.05-0.20% ให้สอดคล้องกัน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) กล่าวว่า ทีทีบีมีความห่วงใยลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม จึงได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่องให้สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับลดลง

อย่างไรก็ดี ธนาคารพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ บัญชี ทีทีบี โนฟิกซ์ สูงสุด 0.40% ต่อปี ซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ที่จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน และถอนเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความกังวลเรื่องสภาพคล่อง โดยจะมีผลวันที่ 1 มิ.ย. 2568

ช่วยลดภาระลูกหนี้ 4.9 พันล้าน

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในกลุ่ม D-SIBs หลายแห่งเริ่มทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MRR, MLR, MOR ลงในกรอบ 0.05-0.15% ต่อปี ซึ่งรูปแบบของการปรับดอกเบี้ยของแบงก์ในรอบนี้เป็นการปรับลดดอกเบี้ย 2 ขา โดยธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการปรับดอกเบี้ยเงินฝากประจำทั่วไปบางตัวลง ทั้งนี้ ผลดีของการลดดอกเบี้ยรอบนี้จะอยู่ที่ลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบ้านที่จะเข้าสู่ช่วงปรับดอกเบี้ยเป็นหลัก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบุคคลที่มีหลักประกันอื่น ๆ จะได้รับอานิสงส์จากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ก่อนสิ้นปี 2568 สัดส่วนประมาณ 56.6% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบแบงก์ไทย ขณะที่ผลจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ในรอบนี้จะทำให้ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้รายย่อยและลูกหนี้ธุรกิจปรับลดลง 4,400-4,900 ล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานที่เริ่มคำนวณผลของภาระดอกเบี้ยเงินกู้รอบนี้ ที่ลดลงในช่วงระหว่างเดือน พ.ค.-ธ.ค. 2568

ขุนคลังบี้แบงก์หั่นกำไร

ด้าน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบนโยบายสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2568 ว่ากระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อเพิ่มการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจภาคส่งออกและซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐ

โดยให้สถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่งปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน โดยการลดเป้าหมายกำไรจากการทำธุรกิจ เพื่อจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ

เบื้องต้นธนาคารออมสินจะออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% ให้สถาบันการเงินอื่นไปปล่อยสินเชื่อต่อในอัตราไม่เกิน 3.5% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ส่งออกและซัพพลายเชน และธนาคารออมสินจะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ 2-3% จากอัตราที่เคยได้รับสำหรับลูกค้าธนาคารกลุ่มนี้

รวมทั้งให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ศึกษามาตรการลดอัตราดอกเบี้ยให้กับผู้ส่งออก 20% จากดอกเบี้ยที่ชำระให้แต่ละงวด

“นอกจากนี้ จะมีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่งที่มีกำไรสูงให้เข้ามาช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ด้วย” ขุนคลังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์ทยอย ‘ลดดอกเบี้ย’ ขุนคลังบี้หั่นกำไร รับมือทรัมป์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...