โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปุ้มปุ้ย’ สปีดสวนเศรษฐกิจ แตกไลน์สินค้าขยายฐาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 มิ.ย. 2568 เวลา 17.41 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 03.07 น.
กุลเกตุ โตทับเที่ยง-ปวิตา โตทับเที่ยง

ปุ้มปุ้ยคาดตลาดปลากระป๋องไทย-เทศครึ่งหลังปี’68 ผันผวนสูง ผุดยุทธศาสตร์แตกไลน์สินค้าสารพัดสูตรทั้งหอยแครง ไก่ น้ำพริก หวังขยายฐานข้ามกำแพงปลากระป๋องจับลูกค้ากลุ่มใหม่ทั้งครอบครัว นักท่องเที่ยว ร้านอาหารไทยในต่างแดน มุ่งสื่อสารเพิ่มโอกาสบริโภคทั้งกินเล่น ท็อปปิ้งก๋วยเตี๋ยว ควบคู่จุดเด่นด้านสุขภาพ โปรตีนสูง ไม่ใส่สารกันบูด พร้อมลงทุนอัพเกรดเครื่องจักร-บริหารสต๊อกรับมือต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง

นางสาวปวิตา โตทับเที่ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ธุรกิจปลากระป๋องทั้งไทยและโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ยังมีความท้าทาย ทั้งจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอย่างมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้หลายประเทศปรับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า รวมถึงยังมีสงครามในยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ต่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และส่งผลต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

อีกความท้าทายคือ การแข่งขันด้านราคา ในตลาดปลากระป๋องไทยกำลังดุเดือดยิ่งขึ้น หลังสินค้าจากต่างประเทศ เช่น จีน เข้ามาทำตลาดด้วยจุดขายด้านราคาจับต้องง่ายแทนเรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดตั้งแต่ปี 2567 นอกจากนี้ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็นสุขภาพจากการทานอาหารกระป๋อง

อย่างไรก็ตาม ปลากระป๋องและอาหารพร้อมทานอื่น ๆ ที่สามารถเก็บได้นานยังมีโอกาสเติบโต ด้วย 2 ปัจจัย คือ การสามารถเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคในสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงปกติ ไปจนถึงช่วงเหตุการณ์ภัยธรรมชาติหรือสงคราม รวมถึงปัจจุบันผู้บริโภคยังมองโพซิชั่นของอาหารกระป๋องและอาหารพร้อมทานเปลี่ยนไป โดยมองเป็นอาหารที่ทานได้ในหลายโอกาส เช่น เป็นขนม, เป็นท็อปปิ้งของข้าว-ก๋วยเตี๋ยว และเมนูอื่น ๆ มากกว่าจะเป็นอาหารสำหรับช่วงจำเป็นเท่านั้น เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกในการใช้ชีวิตคนเดียวขณะเข้ามาทำงานในเมือง และการใช้ชีวิตแบบ On-the-go หรือมีเวลาจำกัด

นอกจากนี้ ในต่างประเทศยังมีตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสำหรับอาหารไทย อย่าง ภูมิภาคตะวันออกกลางที่ถือเป็นตลาดใหม่ และผู้บริโภคหลายประเทศสนใจวัฒนธรรมไทยและอาหารไทยมากขึ้น สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทย อาทิ ซาอุดีอาระเบีย

ไปไกลกว่าปลากระป๋อง

นางสาวปวิตากล่าวต่อไปว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ บริษัทจะต่อยอดทัศนคติต่ออาหารกระป๋องที่เปลี่ยนไปนี้ รวมกับโนว์ฮาวด้านการพัฒนารสชาติและอินไซต์ของผู้บริโภคไทย-เทศ อาทิ กลุ่มผู้บริโภคไทยต้องการอาหารรสชาติพื้นถิ่นที่เข้มข้นอย่าง ฉู่ฉี่, ไตปลา หรือแจ่วบอง ในขณะที่รสชาติญี่ปุ่น-อาเซียนอย่างเทริยากิ หรือซัมบัล เป็นรสชาติที่คนทั่วโลกรู้จักดี

มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่ของรสชาติ วัตถุดิบ ซึ่งก้าวออกนอกกรอบของอาหารกระป๋อง และกรอบวัตถุดิบอาหารทะเลอย่างปลา และหอยลาย โดยพัฒนาภายใต้แนวคิดมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาอาหารไทยรสเข้มข้น ในรูปแบบที่สะดวก พร้อมทาน โดยต้องสะดวก อร่อย และได้มาตรฐาน มารับมือความท้าทายและการแข่งขันในตลาด พร้อมกับเพิ่มโอกาสการบริโภคและขยายฐานลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตสวนสภาพเศรษฐกิจ

ประเดิมด้วยกลุ่มปลา-หอยปรุงรส 7 รายการ ได้แก่ 1.ปลาซาบะเทริยากิ 2.ปลาซาร์ดีนทอดในซอสซัมบัล 3.ปลาทอดลุยสวนสมุนไพร 4.ฉู่ฉี่ปลาแมคเคอเรล 5.ไตปลาแห้ง 6.แจ่วบอง 7.หอยแครงปรุงรส

โดยหลายตัวมุ่งตอบโจทย์แบบเฉพาะกลุ่ม เช่น ปลาซาบะเทริยากิ มุ่งเจาะกลุ่มเด็กและผู้ไม่ทานเผ็ดที่เป็นช่องว่างของบริษัท ส่วนปลาซาร์ดีนทอดในซอสซัมบัลนั้นมุ่งกลุ่มตรงข้ามคือ ผู้ทานเผ็ดจัด ซึ่งกำลังเติบโต เห็นได้จากกระแสนิยมบะหมี่เกาหลี ด้านหอยแครงจะเจาะเซ็กเมนต์ใหญ่อย่าง ผู้ชอบทานหอยแครง แต่กังวลเรื่องความสะอาด ซึ่งยังไม่มีผู้เล่นรายใดตอบโจทย์นี้ในรูปแบบพร้อมทาน เป็นต้น โดยเตรียมวางจำหน่ายในช่องทางต่าง ๆ ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 นี้ เริ่มจากช่องทางร้านสะดวกซื้อเป็นจุดแรก

เจาะร้านอาหารไทยในต่างแดน

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารพร้อมทาน ซึ่งนำไก่และไข่มาเป็นวัตถุดิบ อาทิ แกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ ผัดกะเพรา และกลุ่มน้ำแกงปรุงสำเร็จ เช่น แกงเขียวหวาน แกงส้มใต้ น้ำยากะทิ และอื่น ๆ บรรจุแบบปลอดเชื้อในซองรีทอร์ตเพาช์ (Retort Pouch) เตรียมวางจำหน่ายในหลายประเทศในเอเชียและยุโรป

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของไลน์สินค้าให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและโอกาสการทานใหม่ ๆ ได้กว้างขึ้น อย่างเช่น ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ และชาวไทยในต่างประเทศ ที่ต่างต้องการทานอาหารรสชาติแบบไทยแท้ ๆ ในแบบที่สะดวกและราคาจับต้องได้

นอกจากนี้จะมีกลุ่มทานเล่น และท็อปปิ้งอย่าง หอยลายอบกรอบ และหอยลายปรุงรส รสชาติต่าง ๆ ตามออกมาอีกในอนาคตด้วย ตามแผนขยายฐานไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว

“จุดแข็งของปุ้มปุ้ยไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพ วัตถุดิบ หรือสูตรอาหาร แต่คือ ‘รอยยิ้ม’ ที่เราตั้งใจส่งมอบผ่านทุกกระป๋อง เราศึกษาตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวโน้มโลกตลอดเวลา ปีนี้เราพัฒนาคิดค้นรสชาติใหม่ ๆ ให้ตอบสนองในตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค เรามองเห็นโอกาสของอาหารไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Ready to Eat ที่สามารถเติบโตได้อีกมากในยุคที่ผู้บริโภคต้องการทั้งความสะดวกและคุณภาพที่ได้มาตรฐาน”

ชูความสนุกคู่สุขภาพ

ด้านนางสาวกุลเกตุ โตทับเที่ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฏิบัติการ อธิบายว่า ในด้านการทำตลาดนั้นจะโฟกัสการกระตุ้นให้ทานผลิตภัณฑ์ของบริษัทในโอกาสต่าง ๆ เช่น ทานกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ทานเล่นขณะเดินทาง, ตั้งแคมป์ ฯลฯ และสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาหารได้หลายเมนู เพื่อเพิ่มโอกาสการบริโภค ควบคู่กับย้ำประเด็นสุขภาพทั้งการไม่ใส่สารการบูด แต่ใช้การบรรจุแบบปลอดเชื้อจึงเก็บได้นาน หรือปริมาณโปรตีนตามเทรนด์ที่กำลังมาแรง เช่นเดียวกับการมีสูตรลดน้ำตาลและลดโซเดียม เป็นต้น

ทั้งนี้ จะสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์เพื่อเจาะลึกไปยังผู้บริโภคแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด เช่น ครอบครัวที่มีลูกเล็ก คนทำงาน ผู้ชื่นชอบการตั้งแคมป์ คนไทยในต่างแดน และร้านอาหารไทยในต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตต่างประเทศ ร้านอาหารไทย และร้านค้าเอเชีย ในกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง

นอกจากการทำตลาดและขยายช่องทางจำหน่ายแล้ว ในระยะ 3-5 ปี บริษัทยังรับมือแนวโน้มราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งวัตถุดิบอาหารทะเล ด้วยการเดินหน้าลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต และการบริหารสต๊อกสินค้าให้ต่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อใช้อีโคโนมีออฟสเกลมาช่วยให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตในราคาที่เหมาะสมสามารถแข่งขันได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ปุ้มปุ้ย’ สปีดสวนเศรษฐกิจ แตกไลน์สินค้าขยายฐาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...