‘ปุ้มปุ้ย’ สปีดสวนเศรษฐกิจ แตกไลน์สินค้าขยายฐาน
ปุ้มปุ้ยคาดตลาดปลากระป๋องไทย-เทศครึ่งหลังปี’68 ผันผวนสูง ผุดยุทธศาสตร์แตกไลน์สินค้าสารพัดสูตรทั้งหอยแครง ไก่ น้ำพริก หวังขยายฐานข้ามกำแพงปลากระป๋องจับลูกค้ากลุ่มใหม่ทั้งครอบครัว นักท่องเที่ยว ร้านอาหารไทยในต่างแดน มุ่งสื่อสารเพิ่มโอกาสบริโภคทั้งกินเล่น ท็อปปิ้งก๋วยเตี๋ยว ควบคู่จุดเด่นด้านสุขภาพ โปรตีนสูง ไม่ใส่สารกันบูด พร้อมลงทุนอัพเกรดเครื่องจักร-บริหารสต๊อกรับมือต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
นางสาวปวิตา โตทับเที่ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ธุรกิจปลากระป๋องทั้งไทยและโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ยังมีความท้าทาย ทั้งจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอย่างมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้หลายประเทศปรับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า รวมถึงยังมีสงครามในยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ต่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และส่งผลต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
อีกความท้าทายคือ การแข่งขันด้านราคา ในตลาดปลากระป๋องไทยกำลังดุเดือดยิ่งขึ้น หลังสินค้าจากต่างประเทศ เช่น จีน เข้ามาทำตลาดด้วยจุดขายด้านราคาจับต้องง่ายแทนเรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดตั้งแต่ปี 2567 นอกจากนี้ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็นสุขภาพจากการทานอาหารกระป๋อง
อย่างไรก็ตาม ปลากระป๋องและอาหารพร้อมทานอื่น ๆ ที่สามารถเก็บได้นานยังมีโอกาสเติบโต ด้วย 2 ปัจจัย คือ การสามารถเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคในสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงปกติ ไปจนถึงช่วงเหตุการณ์ภัยธรรมชาติหรือสงคราม รวมถึงปัจจุบันผู้บริโภคยังมองโพซิชั่นของอาหารกระป๋องและอาหารพร้อมทานเปลี่ยนไป โดยมองเป็นอาหารที่ทานได้ในหลายโอกาส เช่น เป็นขนม, เป็นท็อปปิ้งของข้าว-ก๋วยเตี๋ยว และเมนูอื่น ๆ มากกว่าจะเป็นอาหารสำหรับช่วงจำเป็นเท่านั้น เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกในการใช้ชีวิตคนเดียวขณะเข้ามาทำงานในเมือง และการใช้ชีวิตแบบ On-the-go หรือมีเวลาจำกัด
นอกจากนี้ ในต่างประเทศยังมีตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสำหรับอาหารไทย อย่าง ภูมิภาคตะวันออกกลางที่ถือเป็นตลาดใหม่ และผู้บริโภคหลายประเทศสนใจวัฒนธรรมไทยและอาหารไทยมากขึ้น สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทย อาทิ ซาอุดีอาระเบีย
ไปไกลกว่าปลากระป๋อง
นางสาวปวิตากล่าวต่อไปว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ บริษัทจะต่อยอดทัศนคติต่ออาหารกระป๋องที่เปลี่ยนไปนี้ รวมกับโนว์ฮาวด้านการพัฒนารสชาติและอินไซต์ของผู้บริโภคไทย-เทศ อาทิ กลุ่มผู้บริโภคไทยต้องการอาหารรสชาติพื้นถิ่นที่เข้มข้นอย่าง ฉู่ฉี่, ไตปลา หรือแจ่วบอง ในขณะที่รสชาติญี่ปุ่น-อาเซียนอย่างเทริยากิ หรือซัมบัล เป็นรสชาติที่คนทั่วโลกรู้จักดี
มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่ของรสชาติ วัตถุดิบ ซึ่งก้าวออกนอกกรอบของอาหารกระป๋อง และกรอบวัตถุดิบอาหารทะเลอย่างปลา และหอยลาย โดยพัฒนาภายใต้แนวคิดมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาอาหารไทยรสเข้มข้น ในรูปแบบที่สะดวก พร้อมทาน โดยต้องสะดวก อร่อย และได้มาตรฐาน มารับมือความท้าทายและการแข่งขันในตลาด พร้อมกับเพิ่มโอกาสการบริโภคและขยายฐานลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตสวนสภาพเศรษฐกิจ
ประเดิมด้วยกลุ่มปลา-หอยปรุงรส 7 รายการ ได้แก่ 1.ปลาซาบะเทริยากิ 2.ปลาซาร์ดีนทอดในซอสซัมบัล 3.ปลาทอดลุยสวนสมุนไพร 4.ฉู่ฉี่ปลาแมคเคอเรล 5.ไตปลาแห้ง 6.แจ่วบอง 7.หอยแครงปรุงรส
โดยหลายตัวมุ่งตอบโจทย์แบบเฉพาะกลุ่ม เช่น ปลาซาบะเทริยากิ มุ่งเจาะกลุ่มเด็กและผู้ไม่ทานเผ็ดที่เป็นช่องว่างของบริษัท ส่วนปลาซาร์ดีนทอดในซอสซัมบัลนั้นมุ่งกลุ่มตรงข้ามคือ ผู้ทานเผ็ดจัด ซึ่งกำลังเติบโต เห็นได้จากกระแสนิยมบะหมี่เกาหลี ด้านหอยแครงจะเจาะเซ็กเมนต์ใหญ่อย่าง ผู้ชอบทานหอยแครง แต่กังวลเรื่องความสะอาด ซึ่งยังไม่มีผู้เล่นรายใดตอบโจทย์นี้ในรูปแบบพร้อมทาน เป็นต้น โดยเตรียมวางจำหน่ายในช่องทางต่าง ๆ ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 นี้ เริ่มจากช่องทางร้านสะดวกซื้อเป็นจุดแรก
เจาะร้านอาหารไทยในต่างแดน
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารพร้อมทาน ซึ่งนำไก่และไข่มาเป็นวัตถุดิบ อาทิ แกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ ผัดกะเพรา และกลุ่มน้ำแกงปรุงสำเร็จ เช่น แกงเขียวหวาน แกงส้มใต้ น้ำยากะทิ และอื่น ๆ บรรจุแบบปลอดเชื้อในซองรีทอร์ตเพาช์ (Retort Pouch) เตรียมวางจำหน่ายในหลายประเทศในเอเชียและยุโรป
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของไลน์สินค้าให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและโอกาสการทานใหม่ ๆ ได้กว้างขึ้น อย่างเช่น ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ และชาวไทยในต่างประเทศ ที่ต่างต้องการทานอาหารรสชาติแบบไทยแท้ ๆ ในแบบที่สะดวกและราคาจับต้องได้
นอกจากนี้จะมีกลุ่มทานเล่น และท็อปปิ้งอย่าง หอยลายอบกรอบ และหอยลายปรุงรส รสชาติต่าง ๆ ตามออกมาอีกในอนาคตด้วย ตามแผนขยายฐานไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว
“จุดแข็งของปุ้มปุ้ยไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพ วัตถุดิบ หรือสูตรอาหาร แต่คือ ‘รอยยิ้ม’ ที่เราตั้งใจส่งมอบผ่านทุกกระป๋อง เราศึกษาตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวโน้มโลกตลอดเวลา ปีนี้เราพัฒนาคิดค้นรสชาติใหม่ ๆ ให้ตอบสนองในตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค เรามองเห็นโอกาสของอาหารไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Ready to Eat ที่สามารถเติบโตได้อีกมากในยุคที่ผู้บริโภคต้องการทั้งความสะดวกและคุณภาพที่ได้มาตรฐาน”
ชูความสนุกคู่สุขภาพ
ด้านนางสาวกุลเกตุ โตทับเที่ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฏิบัติการ อธิบายว่า ในด้านการทำตลาดนั้นจะโฟกัสการกระตุ้นให้ทานผลิตภัณฑ์ของบริษัทในโอกาสต่าง ๆ เช่น ทานกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ทานเล่นขณะเดินทาง, ตั้งแคมป์ ฯลฯ และสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาหารได้หลายเมนู เพื่อเพิ่มโอกาสการบริโภค ควบคู่กับย้ำประเด็นสุขภาพทั้งการไม่ใส่สารการบูด แต่ใช้การบรรจุแบบปลอดเชื้อจึงเก็บได้นาน หรือปริมาณโปรตีนตามเทรนด์ที่กำลังมาแรง เช่นเดียวกับการมีสูตรลดน้ำตาลและลดโซเดียม เป็นต้น
ทั้งนี้ จะสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์เพื่อเจาะลึกไปยังผู้บริโภคแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด เช่น ครอบครัวที่มีลูกเล็ก คนทำงาน ผู้ชื่นชอบการตั้งแคมป์ คนไทยในต่างแดน และร้านอาหารไทยในต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตต่างประเทศ ร้านอาหารไทย และร้านค้าเอเชีย ในกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง
นอกจากการทำตลาดและขยายช่องทางจำหน่ายแล้ว ในระยะ 3-5 ปี บริษัทยังรับมือแนวโน้มราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งวัตถุดิบอาหารทะเล ด้วยการเดินหน้าลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต และการบริหารสต๊อกสินค้าให้ต่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อใช้อีโคโนมีออฟสเกลมาช่วยให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตในราคาที่เหมาะสมสามารถแข่งขันได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ปุ้มปุ้ย’ สปีดสวนเศรษฐกิจ แตกไลน์สินค้าขยายฐาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net