“ซีนเนอรี่” ต้นกำเนิดฟาร์มแกะสวนผึ้งสู่ “อาข่าฟาร์มวิลล์” กับฝันใหม่ “ฟาร์มกวางดอยช้าง”
รู้จัก “ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม” จากไร่หอมที่ล้มเหลวสู่บ้านพักปูนปั้นสีขาว 9 วิลล่า 10 ห้องเลี้ยงแกะให้แขกดู ทำรายได้ปีละ 80 ล้านบาท กำไรทุกยูนิต พร้อมโตนอกสวนผึ้ง หอบโมเดลฟาร์มแกะขึ้นเชียงรายปักหมุดปั้น Akha Farmville พร้อมซุ่ม โปรเจกต์ ใหม่ “ฟาร์มกวาง” แห่งแรกบนดอยช้าง
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว “สวนผึ้ง ราชบุรี” อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่โด่งดังเช่นปัจจุบัน แต่หลังจากมี“ฟาร์มแกะ” ของ ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม จุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกอำเภอที่เงียบสงบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดบูม
“ดวงกมล ชุติมันต์” กรรมการบริหาร บจก. เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม ย้อนจุดกำเนิดของ “ซีนเนอรี่” ว่าเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว“คุณธันวา-พลกฤษณ์ สุขเกษม” เข้ามาร่วมลงทุนกับชาวสวนไร่หอม 7 ไร่ที่สวนผึ้ง ราชบุรี แม้ว่าในปีแรกจะทำกำไรหลักแสนบาท แต่ด้วยไร้ประสบการณ์เกษตรกร ทำให้ในปีถัด ๆ มาต้องประสบกับภาวะ “ขาดทุน” อย่างต่อเนื่อง
นำมาซึ่งการตัดสินใจยุติธุรกิจไร่หอมและหันมาปลูกบ้านดินเพื่ออยู่อาศัยเอง โดยใช้เงินเก็บจากงานประจำ หลังจากบ้านดินสร้างเสร็จได้เปิดบ้านต้อนรับเพื่อน ๆ ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเป็นประจำเพราะอากาศดี ทำให้เห็นโอกาสในการทำธุรกิจที่พัก ก่อนจะลงทุนสร้างบ้านปูนปั้นสีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน 3 หลัง พร้อมใส่บริการแบบโรงแรมเข้าไป บวกกับการรับลูกค้าด้วยตัวเองทำให้ได้รับ กระแส ตอบรับที่ดีมากจนต้องจองที่พักล่วงหน้าถึง 6 เดือน
“จนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เรามองว่าบ้านพักอย่างเดียวมันแห้ง “ไม่มีชีวิต” ประกอบกับสวนผึ้งเริ่มบูม เริ่มมีที่พักแบบเราเยอะขึ้น ตอนนั้นเราคิดถึงสัตว์ คิดถึงบรรยากาศชนบทในต่างประเทศจนไปเจอกับคนเลี้ยง “แกะ” และขอซื้อมา 2 ตัว จับอาบน้ำ แต่งขนให้คนที่มาพักดู ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ซื้อที่ดินและแกะไปเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์คนมาจอดรถ ปิกนิก ดูแกะ
ทำให้เราเห็นโอกาสในการทำฟาร์มแกะ ก่อนจะนำกระต่าย ม้า ช้าง เข้ามาเสริมแต่ไม่ เวิร์ก เพราะกระต่ายตื่นตกใจง่าย ส่วนช้างมีค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง สุดท้ายกลับมาโฟกัสแกะอย่างจริงจัง มีสัตวบาลดูแล เป็นฟาร์มปลอดโรคที่แรกของภาคตะวันตกเฉียงใต้”
หลังจากนั้นไม่เพียงสวนผึ้งราชบุรีจะโด่งดังและเต็มไปด้วยฟาร์มแกะเกิดขึ้นหลายแห่ง แต่ยังมีฟาร์มแกะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั้งคู่จึงเดินทางไปประเทศอังกฤษและนิวซีแลนด์ นำ “โชว์หมาต้อนแกะ” และแกะสายพันธุ์ใหญ่
รวมทั้งผู้ฝึกเข้ามาสอนคนงาน พร้อมกับเพิ่มโชว์อื่น ๆ ที่คิดขึ้นเอง เช่น แกะบวกเลข แกะลอดห่วงไฟ โชว์กายกรรมแกะ & สาธิตการตัดขนแกะ, โชว์สุนัขกายกรรม & สุนัขต้อนเป็ด, โชว์สุนัขต้อนแกะ ขบวนพาเหรดสัตว์ จุดนี้เองที่ทำให้ ซีนเนอรี่ “แตกต่าง” และ“เลียนแบบ” ยากมาก
พนักงานหายาก-ไฟไหม้ใหญ่-โควิด กับ Glamping ติดแกลมกู้วิกฤติ
อย่างไรก็ดี ผู้บริหารสะท้อนอีกมุมของธุรกิจที่ไม่ง่ายโดยเฉพาะเรื่องของ “พนักงาน” ที่ผู้บริหารยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะพื้นที่ราชบุรีไกลจากกรุงเทพฯ ไม่มีห้างสรรพสินค้า ร้าน สะดวกซื้อ น้อยและไกล ไม่มีแหล่ง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ดังนั้นคนที่อยากมาอยู่สถานที่แบบนี้ ค่อนข้าง หายาก
“ในช่วงแรกคนงานเปลี่ยนตลอดเวลา หาคนงานที่จะมาอยู่ประจำและคนที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นระดับหัวหน้าที่เราไว้ใจได้ยากมาก เราต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูอย่างใกล้ชิด และเคสหนักของเราคือไฟไหม้ร้านอาหารเพราะไฟฟ้าลัดวงจรบวกกับมีลมหมุนในสวนผึ้งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สิ่งที่น่าเสียใจคือตอนนั้นเราไม่ได้ทำประกันภัยทำให้เสียหายค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นบทเรียนให้หลังจากนั้นเราทำประกันภัยในทุกส่วน และในช่วงโควิดเรายังเจอไฟไหม้โรงโชว์ใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานจากไฟฟ้าลัดวงจรอีกเช่นกัน”
แม้จะเจอวิกฤติไฟไหม้ซ้อนวิกฤติโควิด แต่ ซีนเนอรี่ สามารถเปลี่ยนวิกฤตินั้นให้เป็นช่วงเวลาซุ่มเติมสรรพกำลังใหม่ ทั้งรื้อระบบสาธารณูปโภคและปรับพื้นที่ใหม่ทั้งหมดเพื่อมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่ธุรกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง ซีนเนอรี่ จะพร้อมที่สุด
“เพราะหลังโควิดทุกคน ทุกธุรกิจสตาร์ทพร้อมกันหมด การทำให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวอยากมาก็ยาก เราต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่ให้คนเบื่อและทำให้สดใหม่เสมอ ช่วงล็อกดาวน์นาน ๆ คนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย
ในช่วงนั้นสวนผึ้งเปิดแคมป์และคนแน่นมาก เราจึงคุยกับพันธมิตรและ Land Rover Defender ใช้พื้นที่ริมน้ำทำ โปรเจกต์ Defender Glamping Experience ให้คนนำรถ Land Rover มาขับ Test Drive มีเต็นท์ติดแอร์อย่างดีและมีบัตเลอร์ให้ ทั้งหมดในราคาคืนละ 1.5 หมื่นบาท
ปรากฏว่าคนจองเต็มตอนนั้นธุรกิจเราโตกว่า 60% ร้านอาหารโต ท่องเที่ยวรอบ ๆ เราโตหมด เพราะคนกลุ่ม A และ B+ พร้อมจ่ายและทำให้คนกลุ่มนี้ซึ่งเดิมเที่ยวเมืองนอกรู้จักสวนผึ้ง ยอดจองรถ Land Rover Defender เองก็ทะลัก ทุกคน WIN หมด สะท้อนให้เห็นว่าในวิกฤติมีโอกาสเสมอ”
ขยายอาณาจักร ขยายเฟส 2 รับลูกค้ากลุ่มใหญ่
ปัจจุบัน ซีนเนอรี่ ขยายพื้นที่จากเดิม 7 ไร่เป็น 37 ไร่ 9 วิลล่า 10 ห้อง พร้อมเพิ่มรูทท่องเที่ยวรองรับลูกค้ากลุ่ม A และ B+ รวมทั้งเปลี่ยนพื้นที่ด้านหน้าฟาร์มเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ พื้นที่ให้สัตว์โชว์ตัวและเครื่องเล่นเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในสวนผึ้งนอกเหนือจากลูกค้าที่พัก
“เราไม่ทำบ้านพักเยอะ เพราะเราต้องการให้เป็นไพรเวทมาก ๆ และเพิ่มกิจกรรมเข้ามาเสริมทั้ง ATV และรูทท่องเที่ยวมีเซ็ตปิกนิก ถ่ายภาพ เพิ่ม แวลู เข้าไปเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า A และ B+ ที่พร้อมจ่ายถ้าได้บริการที่ถึงใจและปลอดภัย เมื่อเริ่มเป็นที่รู้จักและมีลูกค้ากลับมาพักซ้ำเราจะทำงานง่ายขึ้นเพราะดูแลกันมาตลอด”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าปัจจุบัน ซีนเนอรี่ อยู่ระหว่างขยายเฟส 2 ในโมเดลโรงแรม 16 ห้อง โดยทุกห้องจะมีอ่างส่วนตัวด้านหน้า เพื่อรองรับลูกค้าในส่วนที่พักมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของที่ดิน 123 ไร่ในบริเวณใกล้เคียงซึ่งใช้เป็นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มกว่า 400 ชีวิต ขายให้กับลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านพักโดย ซีนเนอรี่ จะซัพพอร์ตบริการต่าง ๆ ที่ฟาร์มจัดให้ เช่น ไพรเวทโชว์ ATV พนักงานบริการ หรือแม้แต่รับบริหารหากลูกค้าต้องการปล่อยเช่าด้วย
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวด้านหน้าฟาร์มทั้งตั๋วชมสัตว์ เข้าฟาร์ม เล่นเกม ในช่วงโลว์ซีซั่นมีนักท่องเที่ยวเข้ามาราว ๆ 100 คน เสาร์-อาทิตย์ 600-1000 คน ช่วงพีกที่สุด 1 วัน 1 หมื่นคน รองลงมารายได้จากร้านอาหาร และห้องพัก ในอนาคตเมื่อมีโรงแรมเข้ามาเสริมจะช่วยรองรับลูกค้าที่มาพักเป็นกลุ่มใหญ่ได้ คาดว่าปลายปี 2568 น่าจะเห็นบางส่วน
“ตั้งแต่โควิด 3 ปีที่ผ่านมาเราโต 10-15% ทุกธุรกิจรวมกัน รายได้ตอนนี้ปีละ 80 ล้านบาท บ้านพัก occupancy 80% ทั้งปีและแตะ 99% ในช่วงไฮซีซั่น ตอนนี้ทุกยูนิตของที่นี่ทำกำไรหมดแม้จะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นก็ตาม ต่างจากที่อื่นที่อาจติดลบตัวแดงเพราะฤดูฝนคนเที่ยวน้อย เปิดเทอมคนเซฟค่าใช้จ่าย แต่เรามีหลายกิจกรรม มีหลายเซกเมนต์ให้เล่นทำให้โฟลว์ไหลไปได้เรื่อย ๆ ลูกค้าหลักยังเป็นคนไทย 90% เพราะการเดินทางยังไม่เอื้อสำหรับต่างชาติ แต่เราตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวในเอเชียเข้ามาให้ได้ภายใน 5 ปี”
ขึ้นเหนือปักหมุดเชียงรายปั้น Akha Farmville พร้อมขึ้นโปรเจกต์ใหม่ “ฟาร์มกวาง”
นอกจากนี้ ซีนเนอรี่ ยังได้ SME D BANK เข้ามาช่วยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมตามแพลนที่วางไว้ ซึ่งนอกจาก“ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม” แล้วยังขยายธุรกิจอื่น ๆ ในขอบเขตจังหวัดราชบุรีคือ“155 แคมป์” ในตัวเมืองราชบุรี และ โปรเจกต์ ใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาบนทำเลตลาดเก่าแก่ “โคยกี๊”
หลังจาก โปรเจกต์ ในจังหวัดราชบุรี ซักเซส ตามที่หวัง “ซีนเนอรี่” เริ่มมองหาโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่ใหม่ ๆ ภาย ใต้ แบรนด์ใหม่เช่นAkha Farmville ที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยใช้โมเดล ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม เป็นต้นแบบแต่พัฒนาบนต้นทุนถูกที่สุดและใช้คนน้อยที่สุด และในอนาคตอันใกล้จะเปิด “ฟาร์มกวาง” ใกล้ ๆ ดอยช้าง เพื่อเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่
“เราอยากเป็นเดสติเนชันที่เมื่อมาภูมิภาคนี้ต้องมาที่เรา เพราะฉะนั้นเราต้องสดใหม่เสมอ ช่วงแรกกลุ่มลูกค้าของเราเป็นคู่รักแต่หลัง ๆ มาลูกค้าของเราเปลี่ยนเป็นกลุ่มครอบครัว หลักการทำงานของเราคือไม่ยึดกำไรเป็นหลัก แต่อยากทำให้ทุกอย่างดีที่สุดและพนักงานทุกคนอยู่ได้
ในช่วงแรกเราไม่ได้ทำการตลาดมากนักเน้นลูกค้าบอกปากต่อปากและเริ่มทำ Tiktok เมื่อปีที่แล้ว ทำให้โปรไฟล์ลูกค้าเปลี่ยนเป็นกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ทำให้เราเรียนรู้และตื่นตัวว่าทีมการตลาดต้องรุกออกไปหา ทาร์เก็ต ใหม่ ๆ ไม่ใช่ตั้งรับเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้เราเริ่มดีลกับ ททท. และพันธมิตรใกล้ ๆ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ รีสอร์ต ในการส่งลูกค้ากันในกรณีที่ไม่สามารถรองรับลูกค้าได้แล้วรวมทั้งจัดงานอีเวนต์ร่วมกันเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย”