โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ซีนเนอรี่” ต้นกำเนิดฟาร์มแกะสวนผึ้งสู่ “อาข่าฟาร์มวิลล์” กับฝันใหม่ “ฟาร์มกวางดอยช้าง”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 14.37 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 07.37 น.

รู้จัก “ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม” จากไร่หอมที่ล้มเหลวสู่บ้านพักปูนปั้นสีขาว 9 วิลล่า 10 ห้องเลี้ยงแกะให้แขกดู ทำรายได้ปีละ 80 ล้านบาท กำไรทุกยูนิต พร้อมโตนอกสวนผึ้ง หอบโมเดลฟาร์มแกะขึ้นเชียงรายปักหมุดปั้น Akha Farmville พร้อมซุ่ม โปรเจกต์ ใหม่ “ฟาร์มกวาง” แห่งแรกบนดอยช้าง

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว “สวนผึ้ง ราชบุรี” อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่โด่งดังเช่นปัจจุบัน แต่หลังจากมี“ฟาร์มแกะ” ของ ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม จุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกอำเภอที่เงียบสงบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดบูม

“ดวงกมล ชุติมันต์” กรรมการบริหาร บจก. เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม ย้อนจุดกำเนิดของ “ซีนเนอรี่” ว่าเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว“คุณธันวา-พลกฤษณ์ สุขเกษม” เข้ามาร่วมลงทุนกับชาวสวนไร่หอม 7 ไร่ที่สวนผึ้ง ราชบุรี แม้ว่าในปีแรกจะทำกำไรหลักแสนบาท แต่ด้วยไร้ประสบการณ์เกษตรกร ทำให้ในปีถัด ๆ มาต้องประสบกับภาวะ “ขาดทุน” อย่างต่อเนื่อง

นำมาซึ่งการตัดสินใจยุติธุรกิจไร่หอมและหันมาปลูกบ้านดินเพื่ออยู่อาศัยเอง โดยใช้เงินเก็บจากงานประจำ หลังจากบ้านดินสร้างเสร็จได้เปิดบ้านต้อนรับเพื่อน ๆ ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเป็นประจำเพราะอากาศดี ทำให้เห็นโอกาสในการทำธุรกิจที่พัก ก่อนจะลงทุนสร้างบ้านปูนปั้นสีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน 3 หลัง พร้อมใส่บริการแบบโรงแรมเข้าไป บวกกับการรับลูกค้าด้วยตัวเองทำให้ได้รับ กระแส ตอบรับที่ดีมากจนต้องจองที่พักล่วงหน้าถึง 6 เดือน

“จนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เรามองว่าบ้านพักอย่างเดียวมันแห้ง “ไม่มีชีวิต” ประกอบกับสวนผึ้งเริ่มบูม เริ่มมีที่พักแบบเราเยอะขึ้น ตอนนั้นเราคิดถึงสัตว์ คิดถึงบรรยากาศชนบทในต่างประเทศจนไปเจอกับคนเลี้ยง “แกะ” และขอซื้อมา 2 ตัว จับอาบน้ำ แต่งขนให้คนที่มาพักดู ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ซื้อที่ดินและแกะไปเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์คนมาจอดรถ ปิกนิก ดูแกะ

ทำให้เราเห็นโอกาสในการทำฟาร์มแกะ ก่อนจะนำกระต่าย ม้า ช้าง เข้ามาเสริมแต่ไม่ เวิร์ก เพราะกระต่ายตื่นตกใจง่าย ส่วนช้างมีค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง สุดท้ายกลับมาโฟกัสแกะอย่างจริงจัง มีสัตวบาลดูแล เป็นฟาร์มปลอดโรคที่แรกของภาคตะวันตกเฉียงใต้”

หลังจากนั้นไม่เพียงสวนผึ้งราชบุรีจะโด่งดังและเต็มไปด้วยฟาร์มแกะเกิดขึ้นหลายแห่ง แต่ยังมีฟาร์มแกะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั้งคู่จึงเดินทางไปประเทศอังกฤษและนิวซีแลนด์ นำ “โชว์หมาต้อนแกะ” และแกะสายพันธุ์ใหญ่

รวมทั้งผู้ฝึกเข้ามาสอนคนงาน พร้อมกับเพิ่มโชว์อื่น ๆ ที่คิดขึ้นเอง เช่น แกะบวกเลข แกะลอดห่วงไฟ โชว์กายกรรมแกะ & สาธิตการตัดขนแกะ, โชว์สุนัขกายกรรม & สุนัขต้อนเป็ด, โชว์สุนัขต้อนแกะ ขบวนพาเหรดสัตว์ จุดนี้เองที่ทำให้ ซีนเนอรี่ “แตกต่าง” และ“เลียนแบบ” ยากมาก

พนักงานหายาก-ไฟไหม้ใหญ่-โควิด กับ Glamping ติดแกลมกู้วิกฤติ

อย่างไรก็ดี ผู้บริหารสะท้อนอีกมุมของธุรกิจที่ไม่ง่ายโดยเฉพาะเรื่องของ “พนักงาน” ที่ผู้บริหารยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะพื้นที่ราชบุรีไกลจากกรุงเทพฯ ไม่มีห้างสรรพสินค้า ร้าน สะดวกซื้อ น้อยและไกล ไม่มีแหล่ง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ดังนั้นคนที่อยากมาอยู่สถานที่แบบนี้ ค่อนข้าง หายาก

“ในช่วงแรกคนงานเปลี่ยนตลอดเวลา หาคนงานที่จะมาอยู่ประจำและคนที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นระดับหัวหน้าที่เราไว้ใจได้ยากมาก เราต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูอย่างใกล้ชิด และเคสหนักของเราคือไฟไหม้ร้านอาหารเพราะไฟฟ้าลัดวงจรบวกกับมีลมหมุนในสวนผึ้งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สิ่งที่น่าเสียใจคือตอนนั้นเราไม่ได้ทำประกันภัยทำให้เสียหายค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นบทเรียนให้หลังจากนั้นเราทำประกันภัยในทุกส่วน และในช่วงโควิดเรายังเจอไฟไหม้โรงโชว์ใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานจากไฟฟ้าลัดวงจรอีกเช่นกัน”

แม้จะเจอวิกฤติไฟไหม้ซ้อนวิกฤติโควิด แต่ ซีนเนอรี่ สามารถเปลี่ยนวิกฤตินั้นให้เป็นช่วงเวลาซุ่มเติมสรรพกำลังใหม่ ทั้งรื้อระบบสาธารณูปโภคและปรับพื้นที่ใหม่ทั้งหมดเพื่อมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่ธุรกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง ซีนเนอรี่ จะพร้อมที่สุด

“เพราะหลังโควิดทุกคน ทุกธุรกิจสตาร์ทพร้อมกันหมด การทำให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวอยากมาก็ยาก เราต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่ให้คนเบื่อและทำให้สดใหม่เสมอ ช่วงล็อกดาวน์นาน ๆ คนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย

ในช่วงนั้นสวนผึ้งเปิดแคมป์และคนแน่นมาก เราจึงคุยกับพันธมิตรและ Land Rover Defender ใช้พื้นที่ริมน้ำทำ โปรเจกต์ Defender Glamping Experience ให้คนนำรถ Land Rover มาขับ Test Drive มีเต็นท์ติดแอร์อย่างดีและมีบัตเลอร์ให้ ทั้งหมดในราคาคืนละ 1.5 หมื่นบาท

ปรากฏว่าคนจองเต็มตอนนั้นธุรกิจเราโตกว่า 60% ร้านอาหารโต ท่องเที่ยวรอบ ๆ เราโตหมด เพราะคนกลุ่ม A และ B+ พร้อมจ่ายและทำให้คนกลุ่มนี้ซึ่งเดิมเที่ยวเมืองนอกรู้จักสวนผึ้ง ยอดจองรถ Land Rover Defender เองก็ทะลัก ทุกคน WIN หมด สะท้อนให้เห็นว่าในวิกฤติมีโอกาสเสมอ”

ขยายอาณาจักร ขยายเฟส 2 รับลูกค้ากลุ่มใหญ่

ปัจจุบัน ซีนเนอรี่ ขยายพื้นที่จากเดิม 7 ไร่เป็น 37 ไร่ 9 วิลล่า 10 ห้อง พร้อมเพิ่มรูทท่องเที่ยวรองรับลูกค้ากลุ่ม A และ B+ รวมทั้งเปลี่ยนพื้นที่ด้านหน้าฟาร์มเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ พื้นที่ให้สัตว์โชว์ตัวและเครื่องเล่นเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในสวนผึ้งนอกเหนือจากลูกค้าที่พัก

“เราไม่ทำบ้านพักเยอะ เพราะเราต้องการให้เป็นไพรเวทมาก ๆ และเพิ่มกิจกรรมเข้ามาเสริมทั้ง ATV และรูทท่องเที่ยวมีเซ็ตปิกนิก ถ่ายภาพ เพิ่ม แวลู เข้าไปเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า A และ B+ ที่พร้อมจ่ายถ้าได้บริการที่ถึงใจและปลอดภัย เมื่อเริ่มเป็นที่รู้จักและมีลูกค้ากลับมาพักซ้ำเราจะทำงานง่ายขึ้นเพราะดูแลกันมาตลอด”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าปัจจุบัน ซีนเนอรี่ อยู่ระหว่างขยายเฟส 2 ในโมเดลโรงแรม 16 ห้อง โดยทุกห้องจะมีอ่างส่วนตัวด้านหน้า เพื่อรองรับลูกค้าในส่วนที่พักมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของที่ดิน 123 ไร่ในบริเวณใกล้เคียงซึ่งใช้เป็นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มกว่า 400 ชีวิต ขายให้กับลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านพักโดย ซีนเนอรี่ จะซัพพอร์ตบริการต่าง ๆ ที่ฟาร์มจัดให้ เช่น ไพรเวทโชว์ ATV พนักงานบริการ หรือแม้แต่รับบริหารหากลูกค้าต้องการปล่อยเช่าด้วย

ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวด้านหน้าฟาร์มทั้งตั๋วชมสัตว์ เข้าฟาร์ม เล่นเกม ในช่วงโลว์ซีซั่นมีนักท่องเที่ยวเข้ามาราว ๆ 100 คน เสาร์-อาทิตย์ 600-1000 คน ช่วงพีกที่สุด 1 วัน 1 หมื่นคน รองลงมารายได้จากร้านอาหาร และห้องพัก ในอนาคตเมื่อมีโรงแรมเข้ามาเสริมจะช่วยรองรับลูกค้าที่มาพักเป็นกลุ่มใหญ่ได้ คาดว่าปลายปี 2568 น่าจะเห็นบางส่วน

“ตั้งแต่โควิด 3 ปีที่ผ่านมาเราโต 10-15% ทุกธุรกิจรวมกัน รายได้ตอนนี้ปีละ 80 ล้านบาท บ้านพัก occupancy 80% ทั้งปีและแตะ 99% ในช่วงไฮซีซั่น ตอนนี้ทุกยูนิตของที่นี่ทำกำไรหมดแม้จะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นก็ตาม ต่างจากที่อื่นที่อาจติดลบตัวแดงเพราะฤดูฝนคนเที่ยวน้อย เปิดเทอมคนเซฟค่าใช้จ่าย แต่เรามีหลายกิจกรรม มีหลายเซกเมนต์ให้เล่นทำให้โฟลว์ไหลไปได้เรื่อย ๆ ลูกค้าหลักยังเป็นคนไทย 90% เพราะการเดินทางยังไม่เอื้อสำหรับต่างชาติ แต่เราตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวในเอเชียเข้ามาให้ได้ภายใน 5 ปี”

ขึ้นเหนือปักหมุดเชียงรายปั้น Akha Farmville พร้อมขึ้นโปรเจกต์ใหม่ “ฟาร์มกวาง”

นอกจากนี้ ซีนเนอรี่ ยังได้ SME D BANK เข้ามาช่วยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมตามแพลนที่วางไว้ ซึ่งนอกจาก“ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม” แล้วยังขยายธุรกิจอื่น ๆ ในขอบเขตจังหวัดราชบุรีคือ“155 แคมป์” ในตัวเมืองราชบุรี และ โปรเจกต์ ใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาบนทำเลตลาดเก่าแก่ “โคยกี๊”

หลังจาก โปรเจกต์ ในจังหวัดราชบุรี ซักเซส ตามที่หวัง “ซีนเนอรี่” เริ่มมองหาโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่ใหม่ ๆ ภาย ใต้ แบรนด์ใหม่เช่นAkha Farmville ที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยใช้โมเดล ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม เป็นต้นแบบแต่พัฒนาบนต้นทุนถูกที่สุดและใช้คนน้อยที่สุด และในอนาคตอันใกล้จะเปิด “ฟาร์มกวาง” ใกล้ ๆ ดอยช้าง เพื่อเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่

“เราอยากเป็นเดสติเนชันที่เมื่อมาภูมิภาคนี้ต้องมาที่เรา เพราะฉะนั้นเราต้องสดใหม่เสมอ ช่วงแรกกลุ่มลูกค้าของเราเป็นคู่รักแต่หลัง ๆ มาลูกค้าของเราเปลี่ยนเป็นกลุ่มครอบครัว หลักการทำงานของเราคือไม่ยึดกำไรเป็นหลัก แต่อยากทำให้ทุกอย่างดีที่สุดและพนักงานทุกคนอยู่ได้

ในช่วงแรกเราไม่ได้ทำการตลาดมากนักเน้นลูกค้าบอกปากต่อปากและเริ่มทำ Tiktok เมื่อปีที่แล้ว ทำให้โปรไฟล์ลูกค้าเปลี่ยนเป็นกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ทำให้เราเรียนรู้และตื่นตัวว่าทีมการตลาดต้องรุกออกไปหา ทาร์เก็ต ใหม่ ๆ ไม่ใช่ตั้งรับเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้เราเริ่มดีลกับ ททท. และพันธมิตรใกล้ ๆ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ รีสอร์ต ในการส่งลูกค้ากันในกรณีที่ไม่สามารถรองรับลูกค้าได้แล้วรวมทั้งจัดงานอีเวนต์ร่วมกันเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...