โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติของ "หมู" สัตว์ในฟาร์มที่อยู่กับมนุษย์มานานกว่า 5,000 ปี

Amarin TV

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2562 เวลา 06.12 น.
ปฎิเสธไม่ได้ว่า “หมู” นั้นมีส่วนสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่า…สัตว์เป็นเราเลี้ยงไว้เป็นอาหาร และอาจมีการแป

ปฎิเสธไม่ได้ว่า “หมู” นั้นมีส่วนสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่า…สัตว์เป็นเราเลี้ยงไว้เป็นอาหาร และอาจมีการแปรรูปเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เราอาจใช้กันโดยไม่รู้ตัวนั้น มีความผูกพันกับมนุษย์ในฐานะ “สัตว์ในฟาร์ม” มานานกว่า 5,000 ปีแล้ว

เรื่องราวของมนุษย์กับหมูนั้นเริ่มขึ้นในยุค Neolithic Age (ยุคหินใหม่) โดยหมูในยุคแรกนั้นมีต้นกำเนิดมาจาก “หมูป่ายุโรป” มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sus scrofa ส่วนสุกรที่พบในแถบเอเซียอินเดีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sus Vittatus

ชาติแรกที่มีการนำหมูมาเลี้ยงแบบปศุสัตว์คือประเทศจีน ซึ่งเริ่มกันมาเกือบ 5,000 ปีก่อน ส่วนในฝั่งยุโรปนั้นมีบันทึกในประเทศอังกฤษว่ามีการเลี้ยงหมูเมื่อ 800 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนจะมีการแพร่ไปเขตอเมริกาโดยโคลัมบัส เมื่อถึงช่วง ค.ศ. 1539 (ปีที่พบดินแดนใหม่) ไปสู่รัฐฟอริดา โดยชาวสเปนนำสุกรไปแพร่หลาย

สำหรับประเทศไทยนั้นเริ่มเลี้ยงหมูโดยกลุ่มชาวจีนที่อยู่ในไทย โดยเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและอาชีพเสริม เป็นสุกรพันธุ์พื้นเมืองของชาวจีนและไทย เช่นพันธุ์ไหหลำ ที่นำมาจากต่างประเทศ คือ พ.ศ. 2461 พันธุ์ Large Black, Essex จากประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2482,2492 พันธุ์ Midle White,Berkshire และ Worth จากยุโรปและอเมริกา ฯลฯ การเริ่มต้นในการเลี้ยงสุกร

ท่ามกลางเนื้อสัตว์มากมาย เนื้อหมู คือหนึ่งในวัตถุดิบที่สามารถนำมาแปรรูปอาหารได้หลากหลาย และยังเป็นเนื้อที่นิยมบริโภคมากที่สุด ซึ่งจากข้อมูลโภชนาการพบว่าในเนื้อหมูดิบปริมาณ 100 กรัม มีพลังงานทั้งหมด 84 กิโลแคลอรี่, โปรตีน 21 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 0 กรัม, ไขมัน 0 กรัม แต่ขณะเดียวกันเนื้อหมูก็เป็นสิ่งต้องห้ามในศาสนาอิสลาม และยิว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...