ตร.คุมตัว 1 ใน 3 ทีมปล้นร้านศิริชัยทำแผนฯ ชุดสืบเร่งไล่ล่าอีก 1
เบาะแสรวบหัวหน้าแก๊งทีมปล้น เครื่องเพชร ร้านศิริชัย “ลูกจ้างสาว” เผย แววตา น้ำเสียง กลิ่นน้ำหอม วันก่อเหตุ ชัดเจน!
วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี 3 คนร้าย พร้อมอาวุธปืน และมีด บุกเข้าก่อเหตุปล้นเครื่องประดับเพชร และของหลุดจำนำ มูลค่าหลายล้านบาท ร้านศิริชัย เลขที่ 1547 บริเวณปากซอยเพชรเกษม 63 ถนนเพชรเกษม ปากซอย 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้า วันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายนพอนันต์ ภูษิตรุ่งโรจน์ หัวหน้าทีมปล้นได้ และต่อมาวันที่ 7 พ.ค. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายวุฒิชัย ล้านเหรียญทอง คนร้ายที่ก่อเหตุได้เพิ่มอีก 1 คน
วันนี้ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว นายวุฒิชัย ล้านเหรียญทอง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดเกิดเหตุหน้าปากซอยเพชรเกษม 63 โดยเริ่มจากนายวุฒิชัยเข้ามาในร้าน และนำปืนวางที่ตู้โชว์สินค้า มีกระเป๋าเป้สีดำวางทับไว้ จากนั้นจึงเดินอ้อมเข้าไปในเคาน์เตอร์ บังคับให้พนักงาน และนายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ อายุ 61 ปี เจ้าของร้านหมอบลง ก่อนจะใช้อาวุธปืนตีเข้าศีรษะข้างด้านขวาของ นายศิริชัย เจ้าของร้าน และหยิบทรัพย์สินภายในตู้ที่ 2 ใส่กระเป๋าก่อนจะหลบหนีขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ห่างจากร้านกว่า 100 เมตร และไปแบ่งทรัพย์สินที่ซอยเพชรเกษม 83 จากนั้นได้แยกย้ายกันหลบหนี ซึ่งหลังนำตัวนายวุฒิชัย มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจได้คุมตัวขออำนาจศาลอาญาธนบุรีฝากขังผัดแรกทันที
ขณะที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลและพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทราบว่า นายนพอนันต์ ภูษิตรุ่งโรจน์ หัวหน้าทีมปล้น หลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไปที่บ้านญาติอำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่สืบสวนและสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางบางส่วน และขยายผลยึดทรัพย์สินกลับคืน
ทั้งนี้ นายนพอนันต์ รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายวุฒิชัย ล้านเหรียญทอง ผู้ต้องหาที่นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพวันนี้ และนายต้น (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ก่อเหตุดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายวุฒิชัย ได้พร้อมของกลางที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อย่านอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า เบื้องต้นนายวุฒิชัย ให้การรับสารภาพว่า นายนพอนันต์ ชักชวนให้มาร่วมก่อเหตุ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาในการให้การ แต่ตำรวจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดก่อน สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้จ่าย ทั้งนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือนายต้น ที่ยังหลบหนีอยู่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี คาดว่าจะได้ตัวในวันนี้ เพราะตำรวจอยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด จากการตรวจประวัตินายนพอนันต์และนายวุฒิชัยเบื้องต้นยังไม่พบว่าเคยก่อเหตุ
ด้านนางสาวจารณี แสงสุด อายุ 35 ปี พนักงานร้านศิริชัย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนพอนันต์ เคยเข้าซื้อสมาร์ททีวีแต่ใช้ไม่เป็น จึงให้พนักงานในร้านสอนอยู่เป็นเวลานาน จึงทำให้จดจำเสียงและกลิ่นน้ำหอมได้ นอกจากนี้ยังเป็นลูกค้าที่เคยนำแท็บเล็ตมาขายฝากกับทางร้าน
“เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา นายนพอนันต์ ทำทีเข้ามาในร้าน อ้างว่าใบฝากขายหาย และให้พนักงานค้นหาเอกสารให้ กระทั่งวันเกิดเหตุ นายนพอนันต์ สวมหมวกกันน็อคเข้ามา โดยมีจุดสังเกตที่ทำให้จดจำได้ คือ แววตา น้ำเสียง และกลิ่นน้ำหอม ทำให้รู้ว่าคนร้าย คือ นายนพอนันต์” พนักงานสาว ร้านศิริชัย กล่าว
นายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ เจ้าของร้าน กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนที่ติดตามจับกุมคาร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน และสามารถนำทรัพย์ของกลางกลับมาคืนได้ประมาณร้อยละ 80 ของของที่ถูกปล้นไป ตนเองได้โยนกระเป๋าสตางค์ออกจากตัว เพื่อให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้ใกล้และชัดเจนที่สุด ถึงแม้นาทีนั้นจะเสี่ยงอันตรายก็ตาม สำหรับแนวทางป้องกัน หลังจากนี้ทางร้านจะติดลูกกรงเหล็ก และก่อนจะเข้าร้านต้องถอดหมวกกันน็อค หมวกแก๊ป ออกก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ, ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นเพื่อไม่ให้เห็นจดจำได้ในการกระทำความผิด ,มีอาวุธเพื่อร่วมกระทำผิดตั้งแต่2คนขึ้น,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายทางร่างกายและจิตใจ ข่มขื่นใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยไม่หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต, รับของโจร
สำหรับของกลาง ตำรวจสามารถติดตามทรัพย์ที่ถูกปล้นไปคืนมาได้จำนวน 108 รายการ รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท จาก 141 รายการ เช่น เครื่องเพชร ทองคำ นาฬิกาหรู