โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาวหลอกที่ดินมรดกแปลงสุดท้ายไปขายฝาก หนี้เกือบล้าน วอนผู้รู้กฎหมายช่วยด้วย

77kaoded

เผยแพร่ 10 ม.ค. 2563 เวลา 12.54 น. • 77 ข่าวเด็ด

อุบลราชธานี - ลูกสาวทรพีหลอกแม่บังเกิดเกล้าไถ่ที่ดินมรดก 17 ไร่ ไปขายฝากนายทุนแบบขึ้นชั้น ล่าสุดเป็นหนี้เกือบ 1 ล้าน พ่อกับแม่รู้ภายหลังถึงกับพยายามฆ่าตัวตายเนื่องจากมีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นหมดตัวและตรอมใจที่ลูกมาทำกับพ่อแม่ได้ถึงเพียงนี้

นางสามารถ ผดาศรี อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 5 ตำบลสหธาตุ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี และสามียืนกอดกันร่ำไห้ในพื้นที่นาจำนวน 17 ไร่ ที่ตกเป็นของนายทุน  หลังนางยุพาภรณ์ ทองงาม ลูกในไส้ มาหลอกให้ไถ่ที่ดินถูกจำนองไว้กับธนาคาร ธกส.สาขาเขื่องในวงเงิน 1 แสน 4 หมื่นบาท ก่อนไปสัญญาขายฝากไว้กับนายทุนจนล่าสุดยอดหนี้เกือบ 1 ล้านบาท

นางสามารถ เปิดเผยว่าเมื่อประมาณต้นปี 62 นางสาวยุพาภรณ์  ทองงาม  อายุ 36 ปี ลูกสาวในสายเลือดได้มาอ้อนวอนขอให้ตนนำเอาโฉนดที่ดินที่จำนองไว้กับธนาคาร ธกส.ออกมาจำนองกับนายทุนเพื่อหวังส่วนต่างไปลงทุนทำธุรกิจรับซื้อฟักทอง   ด้วยความเป็นแม่เห็นว่าลูกสาวอยากลงทุนมีรายได้ตนเองก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   จึงได้ยินยอมให้นายทุนที่ลูกสาวพามานำเงินไปไถ่ถอนโฉนดออกมาจากธนาคารจำนวน 200,000 บาท ทำสัญญาขายฝากเป็นชื่อของนายทุน วิทย์ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ที่สำนักงานที่ดินอำเภอเขื่องใน จำนวน 484,000 บาท ระยะเวลา 6 เดือน เมื่อวันที่ 7 มกราคม 62 แต่ด้วยยอดเงินที่ระบุไม่ตรงกับจำนวนเงินที่ตกลงตนจึงท้วงติงถึงยอดเงินดังกล่าว ลูกสาวก็บอกไม่มีปัญหาเขียนเผื่อไว้เฉยๆ

ต่อมาตนได้พยายามถามนางสาวยุพาภรณ์ว่า ได้ไปจ่ายเงินคืนหรือยังเพราะตัวเองไม่สบายใจที่โฉนดไปอยู่กับคนอื่น นางสาวยุพาภรณ์ บอกแต่เพียงว่าทยอยจ่ายไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละ 100,000 บาท  รวม 200,000 บาท เหลือดอกเบี้ยอีก 30,000 บาท จะไปจ่ายที่สำนักงานที่ดินอำเภอเขื่องใน

6 มีนาคม 62 นางสาวยุพาภรณ์ ได้พาตนไปที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง พร้อมทั้งนำเอกสารมาให้ตนเซ็นต์  โดยหลอกว่าเป็นเอกสารเพื่อไถ่ถอนโฉนดคืน  ตนจึงยอมเซ็นต์ไปโดยไม่ได้อ่านมารู้ทีหลังว่าเอกสารที่เซ็นต์ไปวันนี้คือการเปลี่ยนนายทุนที่รับขายฝากคนเดิมเป็นนายทุนชื่อจิตร​ (ขอสงวนนามสกุล) ทั้งนี้วงเงินที่ทำสัญญาขายฝากก็เปลี่ยนจาก 484,000 บาท เป็น 767,000 บาท โดยที่ตนเองไม่ทราบและเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการเพราะไม่มีความรู้อะไรเลย ประกอบสายตาก็ไม่ดีอ่านหนังสือไม่ค่อยเห็น

นางสามารถ ยังกล่าวอีกว่าเรื่องทั้งหมดมาแดงเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ลูกชายคนโตกลับมาเยี่ยมที่บ้านและได้เห็นสัญญาขายฝากที่เลยกำหนดตนจึงได้เล่าว่านางสาวยุพาภรณ์ เป็นผู้พาไปดำเนินการโดยที่ไม่บอกความจริงขาดส่งดอกจนหลุดสัญญาที่ทำไว้ตกเป็นของนายทุนจิตร ทำให้ตัวเองและสามีเครียดมากจนตัดสินใจกับสามีพยายามเข้าป่าเพื่อจะไปฆ่าตัวตาย เพราะเป็นที่ดินมรดกแปลงสุดท้ายของชีวิต หากหมดแล้วก็เหมือนตายทั้งเป็นตายทั้งครอบครัว  กระทบทุกคนครอบครัวของลูกชายคนโตที่มีอาชีพรับจ้างกรีดยางที่จังหวัดอำนาจเจริญก็ไม่ได้กลับไปทำงานขาดรายได้  หลานก็ไม่ได้ไปโรงเรียนขาดเรียนมาเป็นอาทิตย์เพราะเป็นห่วงกลัวพ่อและแม่จะฆ่าตัวตาย ขณะที่นางสาวยุพาภรณ์ ลูกสาวต้นเรื่องขาดการติดต่อไม่สามารถติดต่อประมาณ 1 เดือนโทรไปก็ไม่รับสาย

ด้านนายนคร  ทองงาม อายุ 71 ปี บิดานางสาวยุพาภรณ์ กล่าวว่าตนเองรู้สึกเสียใจมากที่ลูกสาวแท้ๆมาฆ่าคนในครอบครัว ทั้งเป็นที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินมรดกแปลงสุดท้ายที่มี ตอนนี้สับสนหมดสิ้นทุกอย่างในชีวิต อยู่ไปก็ไม่มีอะไรขอตายดีกว่า ส่วนบ้านหลังนี้นางยุพาภรณ์ก็ไม่ต้องมาเหยียบ สุดท้ายตนอยากจะวิงวอนผู้ใจบุญนักกฎหมายที่สามารถช่วยตนได้  อยากกราบเท้าเข้ามาช่วยครอบครัวด้วยเพราะตนเองไม่มีความรู้ ไม่มีเงินที่จะไปต่อสู้อะไรกับใคร ส่วนนายทุนที่ลูกสาวหลอกเอาไปขายฝากไว้นั้น ตนเองและครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไรเพราะท่านก็ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้โกง แต่ความผิดของเรื่องมันอยู่ที่ลูกสาวของตนมาทหลอกแม่ให้ทำ

ล่าสุด นางสามารถและนายนคร ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พ.ต.ท.ขจรศักดิ์  ตตระการไทย สารวัตร​ (สอบสวน) สภ.เขื่องใน เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวยุพาภรณ์ บุตาสาวแล้ว  เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ติดต่อให้ความช่วยเหลือสอบถามข้อเท็จจริงได้ที่  088-953-2527

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...