ORIอสังหาปันผลเด่น ชูปีละ2ครั้งยิลด์8.91%
ทันหุ้น – สู้โควิด –ORI คงเป้าจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรทั้งปี ให้ยิลด์สูง 8.91% มั่นใจความต้องการบ้านยังมีต่อเนื่อง ย้ำระบบสาธารณสุขไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักธุรกิจต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุน ซื้อที่อยู่อาศัย เร่งต่อยอดธุรกิจทั้งโรงแรม, Smart City Rayong รองรับอนาคต
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า บริษัทยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นปีละ 2 ครั้ง ในอัตรารวมแล้วไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิทั้งปี ล่าสุดประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลปี 2563 ที่ 0.29 บาทต่อหุ้น วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) 2 กันยายน 2563
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 1 กันยายน 2563 กำหนดจ่าย 25 กันยายน 2563 โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) ที่ 8.91%
พร้อมกันนี้ ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน โดยรวมถือว่าผู้ประกอบการสามารถทำยอดขายได้ดี โดยมีปัจจัยหนุนจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงนโยบาย Work From Home กลายเป็นตัวเร่งให้ทำให้พฤติกรรมประชาชนเปลี่ยนไป คือเริ่มต้องการ “บ้านเดี่ยว” มากขึ้น
*ราคาขายลดลงกว่า 30%
ประกอบกับราคาที่ผู้ประกอบการนำมาจัดโปรโมชั่นในเวลานี้คือเป็นราคาขายที่ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน หรือลดลงกว่า 30% อีกทั้งธนาคารพาณิชย์ แม้ยังคงเข้มงวดเรื่องการปล่อยสินเชื่อ แต่สินเชื่อบ้านยังคงเป็นกลุ่มสินเชื่อที่มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการบ้านที่แท้จริง (Real Demand)
“ความต้องการที่อยู่อาศัยของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่พอมาเจอกับวิกฤติโควิด-19 ก็ส่งผลกระทบทำให้ชะลอการซื้อ เนื่องจากรายได้ลดลง ถูกเลิกจ้างเป็นบรรยากาศที่คนไม่อยากใช้จ่ายเงิน โดยในช่วงโควิด-19 มีการประเมินเป้าในเรื่องยอดขาย–ยอดโอน ภาพรวมจะหายไป 30-35% แต่เอาเข้าจริงลดลงไม่ถึง 20% จากเทรนด์นี้เอง ก็ทำให้ออริจิ้นได้ปรับแผนใหม่ โดยเน้นเปิดโครงการแนวราบ อาทิบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมมากขึ้นในสัดส่วน 60% และกลุ่มคอนโดมิเนียมเปิด 40% ซึ่งก็จะสลับกับเป้าของปีที่ผ่านมา” นายพีระพงศ์ กล่าว
สำหรับแผนปี 2563 บริษัทตั้งยอดขายรวมไว้ที่ 21,000 ล้านบาท และรายได้รวมตั้งไว้ที่ 16,000 ล้านบาท ซึ่งยอดขายงวด 5 เดือนแรกของปี 2563 บริษัททำยอดขายได้แล้วกว่า 9,000 ล้านบาท โดยครึ่งหลังของปี บริษัทแผนเปิดโครงการใหม่ 14 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท
*ต่างชาติแห่ซื้อที่อยู่อาศัย
นายพีระพงศ์ กล่าวถึงการที่ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่แข็งแรง สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้ทั่วโลกเห็นจนทำให้มีกลุ่มชาวต่างชาติสนใจที่จะมาใช้ชีวิตในเมืองไทย อาทิ กลุ่มเกษียณอายุ กลุ่มมาเพื่อพักผ่อน มารักษาตัว ซึ่งจะมาหาซื้อที่อยู่อาศัย หรือเช่าระยะยาว ดังนั้นบริษัทจึงดำเนินโครงการ Origin Smart City Rayong เมืองอัจฉริยะต้นแบบรองรับการพัฒนาเมืองใหม่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของภาครัฐฯ ในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัทก็เดินหน้าในการขายสินค้าผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์มากขึ้น อาทิ การเปิด Official Store บนแพลทฟอร์ม Shopeeและ Lazada โดยล่าสุด ได้จัดทำ LINE@ ภายใต้ชื่อ @Origin Property และ @PARK LUXURY ให้ผู้บริโภคสามารถติดต่อขอข้อมูลจองซื้อ ไปจนถึงโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ได้เองควบคู่กับการขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น เช่น ธุรกิจโรงแรมเพื่อการเข้าพักเชิงธุรกิจ (Business Purpose) ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าพักระยะยาว (Long-stay) จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในกรอบจำกัด